สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 16-22 มีนาคม 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์

ชายแบกคนเป่าแคนไว้บนหลัง รูปสำริดตกแต่งฝาภาชนะ วัฒนธรรมดองซอน อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว จังหวัด Thanh Hoa ทางภาคกลางของเวียดนาม
เครื่องเป่าทำจากไม้ซาง คือพืชตระกูลไผ่ อีสาน-ลาวเรียก ไม้เฮี้ย หรือไม้เฮี้ยน้อย ผูกเรียงกันหรือมัดรวมกันเสียบเข้ากับผลน้ำเต้าแห้งหรือเต้าทำจากไม้เนื้อไม่แข็งมาก ทั้งแบบเสียบทะลุออกมาอีกด้านและแบบเสียบปลายเข้าไว้ในเต้าแคน มีลิ้น ไทย-ลาว เรียกเครื่องดนตรีนี้รวมๆว่า แคน ชนพื้นเมืองเผ่าต่างๆเรียกด้วยชื่อต่างกันไป เช่น หน่อ (Naw) ของชนเผ่าลาหู่ (Lahu Nyi) บริเวณชายแดนไทย-พม่า, หล่าเจ่ (La Jae) ของชาวอ่าข่า (Akha Ullo) ใน จ.เชียงราย, ฯลฯ (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 9-15 มีนาคม 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์

อุปกรณ์สำคัญต่างๆในการแสดง “มะโย่ง” จากงานจัดแสดงเรื่อง “มะโย่ง การประชันอัตลักษณ์ในภูมิภาคมลายู” ของกลุ่มวิจัยความขัดแย้งและพหุวัฒนธรรม ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
งานจัดแสดงเล็กๆด้วยเสียงและข้าวของสำคัญเกี่ยวกับ “มะโย่ง” ซึ่งจัดเป็นครั้งแรก ที่บริเวณทางเข้าศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เป็นประเด็นความรู้ทางวัฒนธรรมอุษาคเนย์ส่วนหนึ่งของการศึกษาจากกลุ่มวิจัยความขัดแย้งและพหุวัฒนธรรม ที่ต้องการเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้มาใช้บริการของศูนย์ฯให้ทราบมากขึ้น มีคำอธิบายเกี่ยวกับความเป็นมาของมะโย่งที่น่าสนใจขออนุญาติคัดมาสั้นๆดังนี้ (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 2-8 มีนาคม 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์

ฆ้องมีปุ่ม 2 ปุ่ม คล้ายนมผู้หญิง ใช้ในพิธีกรรมของชาว Iban Dayak, รัฐซาราวัค มาเลเซียตะวันออก
ชาวอุษาคเนย์แต่ดึกดำบรรพ์ ยกย่องและให้ความสำคัญเพศหญิงเพราะเป็นผู้ให้กำเนิด จึงเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์และความเจริญงอกงาม มีการสมมติแทนธรรมชาติ ผี หรือสิ่งของเครื่องใช้ที่สำคัญต่างๆด้วยเพศหญิง เช่น แม่น้ำ แม่โพสพ หรือเทพธิดาแห่งข้าว ฯลฯ รวมถึงเครื่องดนตรี ที่ดั้งเดิมมีเพื่อความศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือติดต่อกับพลังอำนาจเหนือธรรมชาติในพิธีกรรมต่างๆ (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์

Mi-gyaung (จะเข้) รูปจระเข้ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22 ทำจากไม้ทาสีฝังมุก ตกแต่งด้วยเศษแก้ว จากพม่า

Mi-gyuan หรือ Kyam (จะเข้) รูปจระเข้ ของวงปี่พาทย์มอญ
งู นาค จะเข้ เป็นสัตว์เลื้อยคลานที่สัมพันธ์กับความเชื่อของคนอุษาคเนย์มายาวนาน มีตำนาน นิทานต่างๆ ที่กล่าวอ้างถึงการเป็นต้นตระกูล เผ่าพันธุ์หรือผู้ให้กำเนิดเกี่ยวข้องกับทั้งคน น้ำ ดิน ความอุดมสมบูรณ์ต่างๆ
เงือก มังกร จระเข้ รวมไปถึง งู ตะกวด ฯลฯ จัดเป็นพวกเดียวกัน อยู่ในกลุ่มเดียวกัน มีที่มาเกี่ยวข้องกัน
ในบันทึกเรื่องความรู้ต่างๆ ที่สมเด็จฯกรมพระนาริศรานวัดติวงศ์ ประทานพระยาอนุมานราชธน (มูลนิธิเสฐียร โกเศศ-นาคะประทีป, 2552) กล่าวถึงเรื่องสัตว์เลื้อยคลาน สรุปย่อมาว่า
มีคำอธิบายจากหนังสือฝรั่งว่า มังกรได้เค้ามาจากจรเข้ คำ เงือก ไทยบางท้องถิ่นแปลว่า จรเข้ และมังกร ความเข้ากันได้สนิทดีว่า เงือก หรือ มังกร ก็คือ จรเข้ นั่นเอง จรเข้, จเข้, เข้, ตะเฆ่ เป็นคำเดียวกัน เป็นแต่เขียนยักไปตามชนิด
ส่วนนาค มีต้นเค้ามาจากงู และยังเติมแต่งเป็นสัตว์ในจินตนาการที่มีรายละเอียดต่างกันออกไปต่างๆอีก เช่น มังกรของอินโดนีเซีย ว่ากันว่ามีที่มาจากมังกรจีน แต่ก็มีลักษณะพื้นเมืองที่แตกต่างไป มีเขา มีเท้า แต่เป็นเพศหญิง และเป็นสัญลักษณ์ของดินหรือใต้บาดาล คล้ายกับนาคของคนทางภาคพื้นแผ่นดินใหญ่ จึงเป็นไปได้ว่ามีพื้นฐานของนาคอุษาคเนย์อยู่ก่อนผสมกับมังกรจีน ที่ยังคงความเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมืองอยู่เช่นเดิม
สัตว์เลื้อยคลาน หรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มีถิ่นฐานอาศัยอยู่ใต้ดินใต้บาดาล อยู่ได้ทั้งบนบกในน้ำ คนยุคเก่าดั้งเดิมต้องอาศัยพึ่งพาธรรมชาติเป็นหลักสำคัญในชีวิต และสังเกตพฤติกรรมสัตว์และคุณลักษณะพิเศษ ทำให้คนมองสัตว์ประเภทดังกล่าวมีความลึกลับ มีอำนาจพิเศษ จนในที่สุดก็มีสถานภาพที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพของคน แล้วผูกเป็นความเชื่อในรูปตำนาน จินตนาการเป็นสัตว์ผสมที่มีพื้นฐานมาจากสัตว์เลื้อยคลานเหล่านี้ เช่น นาค มังกร
สัญลักษณ์ของสัตว์เลื้อยคลานศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ยังถูกนำไปแทรกแปลงไว้ในงานช่างงานฝีมือต่างๆ เช่น ในรูปของ เรือ โลงศพ รวมถึงเครื่องดนตรี เช่น จะเข้ ระนาด พิณ ซอ หรือฆ้องวง เป็นเครื่องมือศักดิ์สิทธิ์สร้างเสียงที่ใช้สื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติหรือผีในพิธีกรรม โดยการผ่านรูปสมมติ สลักเป็นตัวสัตว์ หรือส่วนต่างๆของสัตว์ หรือนำอวัยวะสัตว์นั้นมาประกอบที่ยิ่งเพิ่มพลังศักดิ์สิทธิ์พิเศษให้มากยิ่งขึ้น

Nkao Lao Nja ซอสองสายของชาวม้ง Njua หัวคันซอแกะรูปพญานาค หน้าซอหุ้มด้วยหนังงู ในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำเขตประเทศลาว

Nkao Lao Nja ซอสองสายของชาวม้ง Njua หัวคันซอแกะรูปพญานาค หน้าซอหุ้มด้วยหนังงู ในบริเวณสามเหลี่ยมทองคำเขตประเทศลาว

Slento ระนาดโลหะ ตัวรางทำจากไม้รูปนาคหรือมังกร อายุราวต้นพุทธศตวรรษที่ 25 (ราว พ.ศ. 2400-2450) จากชวา อินโดนีเซีย
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์

ฆ้องขนาดเล็กมีปุ่มเขียนลายดาวตรงกลาง เป็นของที่ระลึกเมืองเชียงตุงในปัจจุบัน
ได้รับของฝากจากเมืองเชียงตุง เป็นฆ้องใบน้อยมีปุ่มหรือนมฆ้องที่มีลายดาวเขียนอยู่ตรงกลาง เป็นของที่ระลึกที่น่าจะบอกได้ว่าบริเวณนี้มีวัฒนธรรมฆ้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับคนพื้นเมืองเช่นเดียวกับกลุ่มคนในอีกหลายพื้นที่ของอุษาคเนย์
เมืองเชียงตุง ตั้งอยู่ในรัฐฉาน (Chan State) ของประเทศพม่า มีเขตติดต่อกับ จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน และจ.เชียงราย ทางตอนเหนือของประเทศไทย ประชากรหลักเป็นชาวไทขึน และชาวไทใหญ่
ไทขึนหรือไทเขิน เป็นชนชาติหนึ่งในกลุ่มไต พูดภาษาตระกูลไต-กะได ที่สืบเชื้อสายมาจากพวกไตลื้อ เป็นเครือญาติกับคนไททั้งหลายในอุษาคเนย์
ชาวไทขึนอาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำขึน ในเมืองเชียงตุง เรียกตัวเองว่า “ขึน” ตามชื่อแม่น้ำ ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง (ขึน หมายถึง ฝืน ด้วยลักษณะการไหลของแม่น้ำที่ไหลย้อนขึ้นไปทางทิศเหนือเพราะพื้นที่ทางใต้มีความสูงกว่า) (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 10-16 กุมภาพันธ์ 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์

ตัวพรานใส่หน้ากาก (ด้านซ้ายสุด) ในคณะนักแสดงโนรา สมัยรัชกาลที่ 6 นครศรีธรรมราช
หน้าพราน ในการแสดงโนราทางภาคใต้ของไทย เข้าใจกันว่าเป็นเสมือนตัวละครสมมติตัวหนึ่ง คือ ตัวพราน เป็นตัวตลกในการละเล่น มักทำเป็นหน้าคนแก่ และเป็นตัวละครเพียงตัวเดียวที่สวมหน้ากาก ที่ชาวโนรานับถือหน้าพรานเป็นสิ่งสำคัญและศักดิ์สิทธิ์พอๆกับเทริดโนรา (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 3-9 กุมภาพันธ์ 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์

ซอสามสาย (คนที่สองจากขวา) เล่นร่วมกับพิณ (กระจับปี่), ทับ (โทน), และคนร้องตีกรับพวงในวงมโหรีของไทย
ซอสามสาย ที่รวมอยู่ในเครื่องดนตรีไทย มีรูปร่างคล้ายคลึงกับ ซอเขมร (โตรแขมร์) และเรอบาบ (Rebab) ของอินโดนีเซียและมาเลเซีย (มี 2-3 สาย) ซึ่งทั้งหมดมีคันชักใช้สีอยู่ด้านนอกของสายซอ (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 27 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์
ขิม ของไทย กัมพูชา และลาว คล้ายคลึงกัน ทั้งหมดรับมาจากขิมจีนที่เรียก Yangqin หรือ Yang ch’in
มนตรี ตราโมท บอกไว้ว่า ขิมเข้ามาประเทศไทยราวสมัยรัชกาลที่ 4 โดยชาวจีนนำมาบรรเลงรวมในวงเครื่องสายจีน ประกอบการแสดงงิ้วบ้าง บรรเลงในงานเทศกาลและรื่นเริงอื่นๆบ้าง และบรรเลงเป็นเอกเทศบ้าง ถึงสมัยต้นรัชกาลที่ 6 นักดนตรีไทยจึงนำมาบรรเลง โดยแก้ไขบางอย่าง และได้รับความนิยมใช้บรรเลงร่วมอยู่ในวงเครื่องสายผสมต่อมาจนปัจจุบัน ( เรื่อง “ขิม” ของมนตรี ตราโมทใน เครื่องดนตรีไทยและขิม. กรมศิลปากร จัดพิมพ์ 2521.) (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 20-26 มกราคม 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์
ชาวจ้วง ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของจีนแถบแม่น้ำแยงซีเกียง ในมณฑลยูนนาน, กวางตุ้ง, กุ้ยโจว, หูหนาน, และกวางสี (ในเอกสารจีนเรียก “ไป่เยว่” หมายถึง เยว่ร้อยจำพวก เป็นดินแดนคนป่าเถื่อนร้อยพ่อพันแม่ ในทรรศนะของฮั่น) ชนกลุ่มนี้ปลูกข้าวเหนียว กินข้าวเหนียวเป็นอาหารหลักไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว
เทศกาลปีใหม่ของชาวจ้วง จะฉลองระหว่างวันที่ 1-15 ตามปฏิทินจันทรคติ เป็นเทศกาลของฤดูใบไม้ผลิที่มีความสำคัญที่สุดในรอบปี เพราะนับเป็นเวลาต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่จะมาถึงและเริ่มฤดูทำนา เตรียมไถนา ในระหว่างวันตรุษจีน ชาวบ้านจะเตรียมเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา สะสมปุ๋ย หรือวางแผนการผลิตพืชพันธุ์ทางการเกษตรที่กำลังจะมีขึ้น (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |
สุวรรณภูมิสโมสร
สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฉบับวันที่ 13-19 มกราคม 2555
เจนจิรา เบญจพงศ์
นาค มีรากมาจากภาษาตระกูลอินโด-ยูโรเปียน แปลว่า เปลือย เคยเป็นคำดูถูกที่ชาวชมพูทวีป(อินเดีย)ยุคเก่าก่อน เรียกชนพื้นเมืองอุษาคเนย์และชนพื้นเมืองในอัสสัมที่มีหลักแหล่งเดิมทางตอนเหนือของพม่า (ปัจจุบันคือนาคาแลนด์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียติดชายแดนพม่า) ว่าเป็นคนป่าเถื่อนเปลือยเปล่าไม่นุ่งผ้าห่มผ้า หรือใช้ผ้าน้อยชิ้นเหมือนไม่ได้นุ่งด้วยคำว่า นาค (เพิ่มเติม…)
หมวดหมู่: สุวรรณภูมิสโมสร |