สุวรรณภูมิ สังคมวัฒนธรรม มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

 

พิพิธภัณฑ์ในมหาวิทยาลัย

ราชภัฏนครราชสีมา

 

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร เรื่อง

อรวรรณ จิตรรัมย์ ภาพ

 

นครราชสีมา เมืองใหญ่ในภาคอีสานที่มีความเป็นมาอันยาวนาน เป็นถิ่นฐานของผู้คนมาเนิ่นนานถึง 5,000 ปี  ไม่น่าเชื่อว่ายังไม่เคยมีพิพิธภัณฑ์ใดที่ (พยายาม) บอกเล่าเรื่องราวของเมืองแห่งนี้

กระทั่งเดือนมิถุนายน 2557 หรือเพียง 3 เดือนที่ผ่านมา เมื่อ “พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา” ถือกำเนิดขึ้นและเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ ถือเป็นอันสิ้นสุดการรอคอย

ทว่า มิวเซียมดังกล่าวได้ตอบโจทย์ความเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองอย่างแท้จริงได้มากน้อยเพียงใด?

 

กว่าจะเป็น “พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา”

พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดทำขึ้นโดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย  เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไป ทั้งในและนอกท้องถิ่น

การดำเนินงานเริ่มต้นเป็นการใช้ข้อมูลและบทนิทรรศการที่ถูกเขียนขึ้นโดยคณาจารย์หลายท่านเป็นเวลานานหลายปี โดยใช้รูปแบบของพิพิธภัณฑ์เก่าของมหาวิทยาลัย (ปัจจุบันรื้อแล้ว) มาเป็นแนวทาง ส่วนการออกแบบการจัดแสดงนิทรรศการก็ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย

 

โคราช 5,000 ปี มี 8 ห้องจัดแสดง

ช่วงเวลายาวนานหลายพันปีของพื้นที่ซึ่งเป็นเมืองโคราชในปัจจุบัน ถูกบอกเล่าผ่านห้องจัดแสดง 8 ห้อง เอกสารประกอบการเข้าชมระบุว่าเป็นการเล่าถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของนครราชสีมา นับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อราว 5,000 ปีมาแล้ว จนเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ กำเนิดโคราช และจังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบันตามลำดับ

เริ่มจาก “ห้องเบิกโรง” สะดุดตาด้วยป้ายไฟสีสด เกริ่นเข้าสู่เนื้อหาในส่วนของภาพรวมในการจัดแสดง ก่อนจะเข้าสู่ “ห้องต้นกำเนิดอารยธรรม” ที่ทำให้ทราบว่าพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำมูลตอนบน โดยเฉพาะในเขตนครราชสีมา มีการพบแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายแห่ง โดยมีเครื่องมือเครื่องใช้ของผู้คนยุคนั้นมาให้ชมกัน  อาทิ ภาชนะดินเผา และเครื่องมือโลหะ รวมถึงจำลองภาพเขียนสีที่เขาจันทน์งาม               อ. สีคิ้ว มาให้ดูกันใกล้ๆ เป็นภาพผู้คนในพิธีกรรมบางอย่างพร้อมด้วยหมาอันเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์

แล้วเดินผ่านผนังเข้าสู่ “ห้องสมัยทวารวดี” ที่สะดุดตาด้วยธรรมจักรจำลอง บ่งบอกถึงการเข้ามาของพุทธศาสนาในดินแดนนี้ โดยหยิบยกเรื่องราวของเมืองเสมา อ. สูงเนิน ที่เก่าแก่ถึงราวพุทธศตวรรษที่ 12 มาบอกเล่าถึงการมีอยู่ของชุมชนในยุคสมัยดังกล่าว ก่อนจะก้าวเข้าสู่ “ห้องสมัยลพบุรี” ที่รุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมขอมอันรุ่งเรือง ปรากฏร่องรอยหลักฐานคือโบราณสถานสำคัญอย่างปราสาทหินพิมายและปราสาทหินพนมวัน

จากนั้นเขยิบเข้ามาสู่ “ห้องสมัยอยุธยา” ยุคแห่งการก่อตั้งเมืองนครราชสีมา ซึ่งยุคนั้นโคราชมีฐานะเป็นเมืองชั้นโท ภาพถ่ายเก่าโบราณสถานยุคอยุธยาในโคราช ช่วยสร้างบรรยากาศที่ชวนย้อนเวลาไปในครั้งอดีต

จากนั้น เข้าสู่ห้วงเวลาของ “ห้องสมัยรัตนโกสินทร์” ที่เมืองโคราชเขยิบฐานะขึ้นเป็นเมืองเอก มีอนุสาวรีย์ย่าโมจำลอง บอกเล่าถึงศรัทธาของชาวโคราชที่มีต่อท้าวสุรนารี

แล้วตื่นตาตื่นใจกับ “มหานครแห่งอีสาน” ห้องที่ละลานตาด้วยภาพถ่ายเก่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันฉายภาพแจ่มชัดถึงการเมืองการปกครองที่โคราชเป็นแหล่งยุทธศาสตร์การทหารในช่วงปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล การเข้ามาของมหาอำนาจตะวันตก และความพยายามหลอมรวมทางวัฒนธรรมราชสำนักภาคกลางและอีสานให้ผสมกลมกลืนกัน

ถัดจากนั้นเป็นเรื่องราว “ของดีโคราช” ห้องจัดแสดงสุดท้ายที่เล่าถึงเรื่องราวหลากหลายอันเป็นที่เชิดหน้าชูตาของโคราช ไม่ว่าจะเป็น มวยโคราช, รถสามล้อถีบ, ผ้าหางกระรอก, แมวโคราช และเพลงโคราชอันเป็นที่เลื่องลือ เป็นต้น

“พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา” ตอบโจทย์หรือไม่

“พิพิธภัณฑ์เมือง” หมายถึงพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเพื่อบอกความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่นบ้านเมืองนั้นๆ ดังนั้น พิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมา ย่อมต้องบอกความเป็นมาของเมืองนครราชสีมา ตั้งแต่ก่อนมีเมือง, หลังมีเมือง จนถึงเป็นจังหวัดนครราชสีมา แล้วสืบเนื่องจนกระทั่งปัจจุบัน

แม้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีความพยายามในการนำเสนอข้อมูลด้านต่างๆ อีกทั้งจัดนิทรรศการได้อย่างสวยงาม ดึงดูดใจ แต่หากชี้วัดจากนิยามความเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองดังที่กล่าวมาแล้ว สุจิตต์ วงษ์เทศ แสดงความคิดเห็นว่า

เนื้อหาและรูปแบบจัดแสดงของพิพิธภัณฑ์เมืองนครราชสีมาแห่งนี้ ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์ศิลปะแบบอาณานิคม เลียนแบบหรือตามอย่างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ไม่ได้สื่อถึงความเป็นมาของเมืองนครราชสีมาอย่างที่ควรจะเป็น โดยเสนอแนะแนวทางแก้ไขปรับปรุงว่า ที่ถูกต้องควรสร้างเนื้อหาหลักที่บอกประวัติความเป็นมาทางสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจการเมือง แล้วจึงใช้ข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นวัตถุพยานประกอบ ไม่ใช่ใช้เป็นเนื้อหาหลัก เริ่มจากการบอกที่มาของชื่อ “นครราชสีมา” ซึ่งหมายถึงเมืองอันเป็นพระราชอาณาเขต (ของกรุงศรีอยุธยา) และชื่อ “โคราช” ซึ่งเพี้ยนจากคำว่า “ครราช” (อ่านว่า คอน-ราด) โดยมาจากชื่อเต็มของนครราชสีมานั่นเอง

จากนั้นจึงบอกเล่าความเป็นมาของผู้คนและดินแดน อันแยกไม่ได้จากประวัติศาสตร์ภูมิภาคอุษาคเนย์หรืออาเซียน ซึ่งในบริเวณแผ่นดินใหญ่มีชื่อเรียกเก่าแก่ว่า “สุวรรณภูมิ” เพราะโคราชหรือนครราชสีมาเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำโขง-ชี-มูล ทางภาคอีสานของไทย และประเทศไทยก็มีประวัติความเป็นมาทั้งของผู้คนและดินแดนเป็นส่วนหนึ่งของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์อย่างแยกจากกันไม่ได้

 

ปรับอย่างไร จึงเข้าข่ายพิพิธภัณฑ์เมือง

สุจิตต์ แนะเพิ่มเติมว่า เนื้อหาในห้องต่างๆ แทนที่จะใช้มุมมองด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ หรือแบ่งยุคตามอย่างการปกครองจากส่วนกลาง ตามอย่างพิพิธภัณฑ์แบบอาณานิคม  ควรใช้ช่วงเวลาและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของนครราชสีมาและลุ่มน้ำมูลในปัจจุบัน มีตัวอย่าง ดังต่อไปนี้

1,000,000 ปีมาแล้ว โลกล้านปีที่ลุ่มน้ำมูล, 500,000 ปีมาแล้ว บรรพชนคนสุวรรณภูมิ, 5,000 ปีมาแล้ว ชุมชนเริ่มแรกของบรรพชนคนอีสาน, 4,000 ปีมาแล้ว ชุมชนคนโคราชยุคแรก,

หลัง พ.ศ. 1 (2,500 ปีมาแล้ว) เหล็กและเกลือ สร้างความมั่งคั่ง, หลัง พ.ศ. 500 (2,000 ปีมาแล้ว) วัฒนธรรมร่วมบนเส้นทางการค้าโลก, หลัง พ.ศ. 1000 แรกมีเมือง          พิมาย เมืองเสมา, หลัง พ.ศ. 1700 ชัยวรมันที่ 7 คุมโคราชและโขง-ชี-มูล,

หลัง พ.ศ. 1800 รัฐสุโขทัย เกี่ยวดองบ้านเมืองลุ่มน้ำมูล,

หลัง พ.ศ. 1900 รัฐอยุธยาควบคุมลุ่มน้ำมูล,

หลัง พ.ศ. 2000 สถาปนาเมืองนครราชสีมา สร้างกำแพงอิฐ,

พ.ศ. 2310 กรุงแตก โคราชไม่แตก, พ.ศ. 2311 พระเจ้าตากตีได้เมืองพิมาย ควบคุมลำน้ำมูล, พ.ศ. 2323 เจ้าเมืองนครราชสีมาสมัยพระเจ้าตาก, พ.ศ. 2325 เจ้าเมืองโคราชยุครัตนโกสินทร์, หลัง พ.ศ. 2369 เจ้าอนุ เวียงจัน ยึดโคราช, พ.ศ. 2434 มณฑลนครราชสีมา, พ.ศ. 2442 ชาวโคราช “ชาติไทยบังคับสยาม”, พ.ศ. 2482 ชาวโคราชเป็น “คนไทย”, พ.ศ. 2485 ลิเกโคราช และ พ.ศ. 2501 ถนนมิตรภาพสู่โลกสมัยใหม่ เป็นต้น

หากปรับปรุงแก้ไขในแนวนี้ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์เมือง” ของ จ. นครราชสีมา อย่างแท้จริง

(ซ้าย) ปกหน้าเอกสารนำชมพิพิธภัณฑ์ เมืองนครราชสีมา (ขวา) มุมหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของนครราชสีมาในปัจจุบัน

(ซ้าย) ภาพเขียนสีพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ จำลองจากเขาจันทน์งาม อ. สีคิ้ว ในห้อง “ต้นกำเนิดอารยธรรม” (ขวา) ภาพถ่ายทางอากาศ แสดงขอบเขตของเมืองเสมา อ.สูงเนิน เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่นครราชสีมา

(ซ้าย) “ห้อง สมัยลพบุรี” 1 ใน 8 ห้องจัดแสดงมีวัตถุให้ชมมากมาย ทั้งของจริงและจำลอง อาทิ ศิวลึงค์ และเศียรเทวรูป (จำลอง) จากปราสาทหินต่างๆ ในนครราชสีมา (ขวา) โมเดลจำลอง ปราสาทหินพนมวัน ร่องรอยอารยธรรมเขมรในนครราชสีมา