ตีพิมพ์ในสยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551-2554

“ลูกปัดสุริยเทพ”?

ในภาพนี้ เป็นภาพลูกปัดแก้วแบบโมเสคประดิษฐ์เป็นลายหน้าคนแบบง่ายๆตรงกลางล้อมรอบใบหน้าด้วยเส้นริ้วเป็นแฉกๆคล้ายรัศมี            พบที่ควนลูกปัด อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ชิ้นนี้คือชิ้นที่ตกเป็นข่าว ซึ่งในประเทศไทยยังพบลูกปัดลักษณะเดียวกันนี้ จากแหล่งเดียวกัน และที่บ้านทุ่งตึก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา อีกหลายชิ้น

ลูกปัดแบบนี้แต่เดิมชาวบ้านที่พบเรียกกันว่า ลูกปัดหน้าคน บางครั้งเรียก ลูกปัดอินเดียนแดง ต่อมารู้จักกันในหมู่นักสะสมและนักเล่นลูกปัดว่า “ลูกปัดสุริยเทพ” (บางแห่งเรียก ลูกปัดหน้าพระอาทิตย์) ตามลักษณะของรัศมีที่ล้อมใบหน้าบุคคลเป็นแฉกออกไปคล้ายรัศมีพระอาทิตย์

ในขณะที่ลูกปัดลักษณะนี้นักวิชาการฝรั่งเรียก Face Beads ใช้เรียกลูกปัดที่มีใบหน้าบุคคล(ทั้งหญิงหรือชาย)บนลูกปัดทั้งแบบหน้าเดียวหรือหลายหน้าที่พบมากในวัฒนธรรมโรมัน

แม้ผู้เชี่ยวชาญเรื่องลูกปัดบางท่าน เช่น ดร.พรชัย สุจิตต์ ก็เรียกลูกปัดแบบที่คลองท่อมนี้ว่า ลูกปัดแก้วที่ทำเป็นหน้าคนเช่นกัน

แล้วที่เรียกกันในชื่อว่า ‘ลูกปัดสุริยเทพ’ นั้นถูกแล้วหรือไม่?

อาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ จากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้เสนอไว้ในคอลัมน์สุวรรณภูมิ มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 19 มีนาคม 2552 ว่า

ลูกปัดอย่างที่เรียกว่า ลูกปัดพระสุริยเทพ ก็ไม่ต่างอะไรไปจากลูกปัดหน้าบุคคลแบบที่พบในโลกโรมันช่วงระหว่างราว พ.ศ. 450-650 รวมไปถึงวัฒนธรรมที่เก่าไปกว่านั้นอย่างฟินีเซียน ของโลกตะวันออกกลาง (ราว พ.ศ. 100-250) เพียงแต่ต่างกันที่รูปทรง ลวดลาย และฝีมือช่าง เพราะผิดแปลกกันไปตามแต่เทคนิค และรสนิยมในท้องถิ่น

สำหรับการกำหนดอายุ อาจารย์ศิริพจน์ยังให้ข้อสังเกตไว้อย่างกว้างๆว่า ไม่อาจจะกำหนดอายุให้แน่ชัดลงไปได้มากนัก เนื่องจากที่บริเวณควนลูกปัด ยังพบลูกปัดดินเผาจารึกอักษรปัลลวะที่กำหนดอายุได้ไม่น้อยไปกว่า พ.ศ. 1100 จึงอาจกล่าวอย่างกว้างๆ ได้ว่า ลูกปัดใบหน้าบุคคล เป็นลูกปัดรูปแบบหนึ่งที่นิยมกันในโลก (ที่เชื่อมโยงการค้าข้ามคาบสมุทร) ระหว่างช่วง พ.ศ. 100-1100

สรุปว่า ที่เรียกว่าลูกปัดสุริยเทพจึงเป็นความเข้าใจที่คาดเคลื่อน!

ลูกปัดเม็ดเล็กๆ วัตถุตกค้างที่มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ยุคสุวรรณภูมิ ยุคการค้าโลกข้ามคาบสมุทร เมื่อราว 2,500 ปีก่อน ยุคที่บ้านเมืองอุษาคเนย์เป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางที่สำคัญของฝั่งตะวันตกและตะวันออก ถูกกระแสด้านชื่อที่เกี่ยวข้องในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่แพร่กระจายออกไปโดยตัวบุคคลหรือสื่อก็ตามกลบความสำคัญ จนทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือละเลยต่อบทบาทความเป็นจริง ที่ควรพิจาณาโดยถ้วนด้วยบริบทแวดล้อม(จากสังคมบ้านเมืองอื่นๆที่เกี่ยวข้องถึงกันในยุคสุวรรณภูมิ) นอกจากลำพังเพียงอนุมานตามที่ตาเห็น

ลูกปัดลายใบหน้าบุคคล วัฒนธรรมโรมัน พบในอียิปต์ อายุราว พ.ศ. 450 (ภาพจาก Miho Museum, Kyoto, Japan.  http://www.miho.or.jp)