“อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน” กับ คณะราษฎร 2475

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

 

“อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน”

กับ คณะราษฎร 2475

 

จากคำบอกเล่า ของ ดร. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

 

สัมภาษณ์ โดย สโมสรโบราณคดีตามอัธยาศัย

 

         อยุธยาเมืองใหม่ ทำถนนรอบเกาะเมือง เลียบเเม่น้ำต่างๆ 12 กิโลเมตร

         เป็นการทำลายกำเเพงเมืองอยุธยาอย่างจริงจัง เพราะก่อนหน้านี้กำเเพงเมืองยังอยู่ เเต่เมื่อทางรถไฟมาก็สร้างตลาดหัวรอ สุขาภิบาล ผู้คนเริ่มอพยพจากริมแม่น้ำขึ้นมาอยู่บนบก

         การสร้างเมืองบนบกจึงสำคัญขึ้นในช่วงสมัย ร.5, ร.6

         การทำลายกำเเพงเมืองกรุงเทพฯ เป็นต้นแบบทำลายกำเเพงเมืองอยุธยา และทำลายกำเเพงเมืองทั่วประเทศ

 

ถนน สร้างอยุธยาเมืองใหม่

         ต่อมาอีกช่วงหนึ่งเกิดพัฒนาการใหม่ก็คือถนน ถนนสายสำคัญจะเกิดช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ที่เราเรียกว่าถนนพหลโยธินในปัจจุบัน

         ถนนพหลโยธินเริ่มต้นจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กม. 0 วิ่งตัดไปบางปะอิน วังน้อย สระบุรี ลพบุรี สุดที่เชียงราย ถนนพหลโยธินมันทำให้เกิดการเดินทางแบบใหม่แบบรถยนต์ ดังนั้นจึงมีการตัดถนนที่เชื่อมจากพหลโยธินเพื่อเข้าไปยังเมืองอยุธยา (เพิ่มเติม…)

พระเจ้าอโศก ไม่เคยส่งพระสงฆ์ไปสุวรรณภูมิ

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

 

พระเจ้าอโศก

ไม่เคยส่งพระสงฆ์ไปสุวรรณภูมิ

 

           พระเจ้าอโศกไม่เคยส่งพระสงฆ์ไปเผยแผ่พุทธศาสนาถึงสุวรรณภูมิ เพราะไม่พบหลักฐานเป็นข้อความในศิลาจารึกสมัยของพระองค์

           พระเจ้าอโศกครองราชสมบัติเมืองปาฏลีบุตรในชมพูทวีป (อินเดีย) ระหว่าง พ.ศ. 218-260

ภิกษุสาวก 3 รูป ถือบาตร ทำท่าบิณฑบาต ลายเส้นจำลองจากประติมากรรมดินเผา อายุราวหลัง พ.ศ. 1000 เป็นหลักฐานเก่าสุดที่แสดงว่ามีพระสงฆ์ในดินแดนสุวรรณภูมิ พบที่เมืองอู่ทอง จ. สุพรรณบุรี (ภาพจากหนังสือ สุวัณณภูมิ โดย ธนิต อยู่โพธิ์ กรมศิลปากร พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2510)

 

           ในไทย ขณะนั้นมีชุมชนระดับเมืองขนาดใหญ่ บริเวณลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง ได้แก่

           เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) มีเทคโนโลยีก้าวหน้า สามารถถลุงโลหะสำริดเป็นเครื่องมือเครื่องใช้หลากหลายแล้ว เช่น แหล่งสำริดบ้านดอนตาเพชร (อ. พนมทวน จ. กาญจนบุรี) ฯลฯ (เพิ่มเติม…)

จลาจลกรุงธนบุรี 2325 บิดาสุนทรภู่อยู่กองกำลังควบคุมสถานการณ์

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

 

จลาจลกรุงธนบุรี 2325

บิดาสุนทรภู่อยู่กองกำลังควบคุมสถานการณ์

 

          จลาจลกรุงธนบุรี พ.ศ. 2325 บิดาสุนทรภู่น่าจะอยู่ในกองกำลังของพระยาสุริยอภัย ที่บ้านปูน (ต่อไปข้างหน้าเป็นวังหลัง)

 

สถานการณ์จลาจล

          พระยาสุริยอภัย (ทองอิน เป็นหลาน ร.1) เมื่อจลาจลกรุงธนบุรี ได้รวบรวมกำลังลงจากเมืองนครราชสีมา ตั้งกองควบคุมสถานการณ์อยู่บ้านปูน (สวนมังคุด) เพื่อรอท่าเจ้าพระยาจักรี

          [บ้านปูน อยู่ระหว่างวัดอมรินทร์กับสวนมังคุด (มีบอกในพระราชวิจารณ์ของ ร.5) ปัจจุบันเป็นบริเวณโรงพยาบาลศิริราช ต่อเนื่องตลาดตรอกวังหลัง]

          แต่ถูกล้อมโจมตีโดยกลุ่มพระยาสรรค์ ครั้งนั้นขุนสุระกับนายบุนนาก ร่วมกันยกพรรคพวกสู้รบแก้ไขจับได้พระยาสรรค์ ส่งให้พระยาสุริยอภัย

          โดยไม่พบหลักฐานขณะนี้ แต่น่าเชื่อว่าบิดาสุนทรภู่ซึ่งเป็นตระกูลพราหมณ์เมืองเพชรบุรี จะอยู่ในกองกำลังป้องกันบ้านปูนของพระยาสุริยอภัย เพราะเมื่อได้รับสถาปนาเป็นกรมพระราชวังหลัง ฝ่ายบิดากับมารดาของสุนทรภู่จึงอยู่ใกล้ชิดระดับเครือญาติ (เพิ่มเติม…)

สุนทรภู่ อยู่วังหลัง คนบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2560

 

สุนทรภู่ อยู่วังหลัง

คนบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี

 

เนื้อความปรับปรุงจากบางส่วนของแผ่นป้ายประวัติศาสตร์

บริเวณรอบกำแพงแก้ว พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน

 

(ซ้าย) “สุนทรภู่ อยู่วังหลัง คนบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี” แผ่นป้ายประวัติศาสตร์เล่าประวัติย่อสุนทรภู่ ตั้งอยู่ริมกำแพงแก้ว ปากคลองบางกอกน้อย (ขวา) ปากคลองบางกอกน้อย ตรงวังหลัง (ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลศิริราช)

 

          พระสุนทรโวหาร หรือ สุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ชื่อเดิม “ภู่” ถือกำเนิดในสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อวันจันทร์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 8 ปีมะเมีย จุลศักราช 1148 เวลา 2 โมงเช้า

          ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329

          มารดาของสุนทรภู่เป็น “พระนม” ของพระธิดาในกรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมกำแพงวังหลังด้านเหนือ ปัจจุบันเป็นโรงพยาบาลศิริราชต่อเนื่องถึงย่านสถานีธนบุรี (เพิ่มเติม…)

อุษาคเนย์ และอู่ทอง สุพรรณ ไม่อาณานิคมอินเดีย หักล้าง Indianized States เจ้าอาณานิคม ของ ศ. ยอร์ช เซเดส์ นักปราชญ์ฝรั่งเศส

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

 

อุษาคเนย์ และอู่ทอง สุพรรณ

ไม่อาณานิคมอินเดีย

หักล้าง Indianized States เจ้าอาณานิคม

ของ ศ. ยอร์ช เซเดส์ นักปราชญ์ฝรั่งเศส

 

          เมืองอู่ทอง เก่าสุดเมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว มีคูน้ำคันดิน ตั้งอยู่บนตะกอนที่เกิดจากทางน้ำ (Fluvial deposit)

          เป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ระดับรัฐและเก่าแก่สุดในภาคกลางของไทย ตั้งแต่ราว พ.ศ. 500 ก่อนรับอารยธรรมทางศาสนาพุทธ-พราหมณ์จากอินเดีย (หรือก่อนยุคทวารวดีหลายร้อยปี) ส่วนเมืองนครปฐม มีขึ้นยุคหลังเมืองอู่ทองหลายร้อยปี

          เมืองอู่ทองเติบโตขึ้นจากชุมชนหมู่บ้านดั้งเดิมมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ต่อมาราว 2,500 ปีมาแล้ว มีเทคโนโลยีก้าวหน้ามากทางถลุงโลหะสำริด และมีการติดต่อแลกเปลี่ยนค้าขายทั้งทางบกและทางทะเลเลียบชายฝั่งกับจีน, เวียดนาม ฯลฯ

          ผู้หญิงมีบทบาทเสมอผู้ชาย และหลายอย่างผู้หญิงนำผู้ชาย เช่น เป็นหมอมดหมอผี หัวหน้าเผ่าพันธุ์ เป็นต้น (เพิ่มเติม…)

เมรุเผาศพ ต้นแบบจาก “เขาพระสุเมรุ”

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

 

เมรุเผาศพ

ต้นแบบจาก “เขาพระสุเมรุ”

 

          พระเจ้าปราสาททองจำลองนครวัด

          เมรุเผาศพ ได้ต้นแบบจากเขาพระสุเมรุ ที่สถิตของพระอินทร์ เทพเจ้าสูงสุดใน พุทธศาสนา ตามคัมภีร์ไตรภูมิ

          พระเจ้าปราสาททอง ครองราชย์กรุงศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ. 2172-2199 โปรดให้จำลองเขาพระสุเมรุจากปราสาทนครวัดในกัมพูชา ทำครั้งแรกในพิธีลบศักราช (พ.ศ. 2181)

          มีพรรณนาอย่างละเอียดในคำฉันท์สรรเสริญพระเกียรติพระเจ้าปราสาททอง (กรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2543) และมีในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา (เพิ่มเติม…)

โกศ มีต้นแบบ 2,500 ปีมาแล้ว มาจากหม้อไหหินและดินเผา ใส่กระดูกศพ

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2560

 

โกศ มีต้นแบบ 2,500 ปีมาแล้ว

มาจากหม้อไหหินและดินเผา ใส่กระดูกศพ

พบทั่วไปในอุษาคเนย์ และที่บ้านเมืองบัว

ต. เมืองบัว อ. เกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด

 

          คนในดินแดนไทย ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีหลายเผ่าพันธุ์นับ “ร้อยพ่อพันแม่” ตั้งหลักแหล่งอยู่ปะปนกัน (ล้วนเป็นบรรพชนคนไทย) นับถือศาสนาผี มีความเชื่อเรื่องขวัญ

          จึงมีหม้อไหใส่ศพและกระดูกคนตาย เป็นต้นแบบโกศในยุคหลังๆ ต่อมาจนทุกวันนี้ พบหลักฐานทั่วไปในภูมิภาคอุษาคเนย์ แต่พบมากที่บ้านเมืองบัว ต. เมืองบัว อ. เกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด

          1. คนตายเพราะขวัญหาย ต้องทำพิธีเรียกขวัญนานหลายวันในบ้านคนตาย เพราะเชื่อว่าถ้าขวัญคืนร่าง คนก็ฟื้นเป็นปกติ

          [ยุคนั้นไม่รู้จักวิญญาณ เพราะยังไม่ติดต่อรับอารยธรรมอินเดีย จึงไม่รู้จักศาสนาพุทธ-พราหมณ์]

          พิธีเรียกขวัญ ทำสืบเนื่องต่อมา แล้วเรียกสมัยหลังในลาวและอีสานว่า “งันเฮือนดี” มีร้องรำทำเพลงสนุกสนานเฮฮาอึกทึกครึกโครมเพื่อให้ขวัญได้ยิน แล้วกลับถูกทาง (เป็นต้นแบบมหรสพงานศพในไทยทุกวันนี้)

          2. นานหลายวันขวัญยังไม่กลับคืนร่าง ศพเริ่มเน่า ต้องเอาไปฝังดินรอขวัญต่อไปอีกไว้ใต้ถุนเรือนหรือลานกลางบ้าน (เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์) มี 2 อย่าง (เพิ่มเติม…)

“ความทรงจำ” โบราณสถาน อาคารสถานีรถไฟเก่า “เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า”

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

 

“ความทรงจำ”

โบราณสถาน อาคารสถานีรถไฟเก่า

“เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า”

 

รายงานโดย สโมสรโบราณคดี

 

          นายปริญญา ชูแก้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมและการวางแผน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ส่งจดหมายถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประเทศไทย

          ร้องขอให้มีคำสั่งโดยด่วนให้รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยหาทางอนุรักษ์อาคารสถานีรถไฟไม้ที่อยู่ในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ซึ่งกำลังจะถูกรื้อในอีกไม่กี่วันนี้ ประกอบด้วยอาคารสถานีรถไฟหลายหลัง โดยระบุถึงเหตุผลว่าเป็นอาคารที่มีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ โดยเทียบเคียงกับอาคารสถานีรถไฟอื่นๆ ซึ่งบางหลังเป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียน

          “อาคารสถานีรถไฟไม้ที่อยู่ในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่นซึ่งกำลังจะถูกรื้อในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ประกอบด้วยอาคารสถานีรถไฟบ้านเกาะ หนองแมว โนนสูง บ้านดงพลอง บ้านมะค่า พลสงคราม บ้านดอนใหญ่ เมืองคง โนนทองหลาง หนองบัวลาย หนองมะเขือ เมืองพล บ้านหัน บ้านไผ่ บ้านแฮด และท่าพระ”

          “และพิจารณาบรรจุแผนอนุรักษ์ (Conservation Plan) อาคารสถานีรถไฟ ย่านสถานีรถไฟ ชุมชนบ้านพักรถไฟ และมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่การรถไฟแห่งประเทศไทยดูแลรักษาให้เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการรถไฟแห่งประเทศไทย” (เพิ่มเติม…)

คลองบางบาล คือแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเดิม) และคลองมหาพราหมณ์ อ. บางบาล อยุธยา

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560

 

คลองบางบาล คือแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเดิม)

และคลองมหาพราหมณ์ อ. บางบาล อยุธยา

 

โดย พเยาว์ เข็มนาค

อดีตข้าราชการงานสำรวจทางโบราณคดี กรมศิลปากร

 

          คลองบางบาล-มหาพราหมณ์ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ นอกเกาะเมืองอยุธยา เป็นคลองใหญ่มาก่อน ในสมัยอยุธยาใช้เป็นทางสัญจรไปมา มีผู้คนอยู่อาศัยตลอดสมัยอยุธยา และคงอยู่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยเชื่อมกับแม่น้ำสายหลักก็คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำใหญ่ (เจ้าพระยา)

          คลองบางบาล (อ. บางบาล จ. พระนครศรีอยุธยา) เคยเป็นแม่น้ำใหญ่มาก่อน ใช้สัญจรไปมา และใช้เดินทัพมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งนับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

          โบราณสถาน ได้แก่ ซากวัด ซากอาคาร ใบเสมา เป็นตัวแทนวัดความหนาแน่นของชุมชน แล้วยังเป็นตัววัดถึงเวลาการตั้งถิ่นฐานของชุมชน ที่อยู่อาศัย สืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงปัจจุบัน (เพิ่มเติม…)

สุวรรณภูมิ “จากเรือใบถึงเรือบิน” อนาคตของไทยและเพื่อนบ้าน

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

 

สุวรรณภูมิ

“จากเรือใบถึงเรือบิน”

อนาคตของไทยและเพื่อนบ้าน

 

          1. สุวรรณภูมิในอดีต รุ่งเรืองขึ้นจากการค้า

          สุวรรณภูมิ รุ่งเรืองขึ้นจากการค้า ราว 2,500 ปีมาแล้ว ทั้งการค้าโลกและการค้าภายใน เพราะมีสิ่งสำคัญอำนวยการค้า ได้แก่ อยู่กึ่งกลางเส้นทางคมนาคมในอุษาคเนย์ และมีทรัพยากรคับคั่งหลายอย่าง

          การค้า ทำให้สุวรรณภูมิเจริญรุ่งเรืองและเติบโตก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพราะมีความเคลื่อนไหวไปมาหาสู่ของผู้คนหลากหลาย แล้วประสมประสานทั้งทางเผ่าพันธุ์กับทางสังคมวัฒนธรรมระหว่างพื้นเมือง ดั้งเดิมกับที่มาจากภายนอก (ตะวันตก-ตะวันออก)

          คน พื้นเมืองดั้งเดิมกับคนนานาชาติพันธุ์จากทุกทิศทาง ผสมกลมกลืนเป็นคนกลุ่มใหม่ แล้วสมมุติชื่อเรียกตัวเองต่างๆ กัน เช่น มอญ, เขมร, ชวา, มลายู, ลาว, ไทย ฯลฯ (เพิ่มเติม…)