อุษาคเนย์ และอู่ทอง สุพรรณ ไม่อาณานิคมอินเดีย หักล้าง Indianized States เจ้าอาณานิคม ของ ศ. ยอร์ช เซเดส์ นักปราชญ์ฝรั่งเศส

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

 

อุษาคเนย์ และอู่ทอง สุพรรณ

ไม่อาณานิคมอินเดีย

หักล้าง Indianized States เจ้าอาณานิคม

ของ ศ. ยอร์ช เซเดส์ นักปราชญ์ฝรั่งเศส

 

          เมืองอู่ทอง เก่าสุดเมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว มีคูน้ำคันดิน ตั้งอยู่บนตะกอนที่เกิดจากทางน้ำ (Fluvial deposit)

          เป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ระดับรัฐและเก่าแก่สุดในภาคกลางของไทย ตั้งแต่ราว พ.ศ. 500 ก่อนรับอารยธรรมทางศาสนาพุทธ-พราหมณ์จากอินเดีย (หรือก่อนยุคทวารวดีหลายร้อยปี) ส่วนเมืองนครปฐม มีขึ้นยุคหลังเมืองอู่ทองหลายร้อยปี

          เมืองอู่ทองเติบโตขึ้นจากชุมชนหมู่บ้านดั้งเดิมมากกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ต่อมาราว 2,500 ปีมาแล้ว มีเทคโนโลยีก้าวหน้ามากทางถลุงโลหะสำริด และมีการติดต่อแลกเปลี่ยนค้าขายทั้งทางบกและทางทะเลเลียบชายฝั่งกับจีน, เวียดนาม ฯลฯ

          ผู้หญิงมีบทบาทเสมอผู้ชาย และหลายอย่างผู้หญิงนำผู้ชาย เช่น เป็นหมอมดหมอผี หัวหน้าเผ่าพันธุ์ เป็นต้น (เพิ่มเติม…)

เมรุเผาศพ ต้นแบบจาก “เขาพระสุเมรุ”

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

 

เมรุเผาศพ

ต้นแบบจาก “เขาพระสุเมรุ”

 

          พระเจ้าปราสาททองจำลองนครวัด

          เมรุเผาศพ ได้ต้นแบบจากเขาพระสุเมรุ ที่สถิตของพระอินทร์ เทพเจ้าสูงสุดใน พุทธศาสนา ตามคัมภีร์ไตรภูมิ

          พระเจ้าปราสาททอง ครองราชย์กรุงศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ. 2172-2199 โปรดให้จำลองเขาพระสุเมรุจากปราสาทนครวัดในกัมพูชา ทำครั้งแรกในพิธีลบศักราช (พ.ศ. 2181)

          มีพรรณนาอย่างละเอียดในคำฉันท์สรรเสริญพระเกียรติพระเจ้าปราสาททอง (กรมศิลปากรพิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2543) และมีในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา (เพิ่มเติม…)

โกศ มีต้นแบบ 2,500 ปีมาแล้ว มาจากหม้อไหหินและดินเผา ใส่กระดูกศพ

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2560

 

โกศ มีต้นแบบ 2,500 ปีมาแล้ว

มาจากหม้อไหหินและดินเผา ใส่กระดูกศพ

พบทั่วไปในอุษาคเนย์ และที่บ้านเมืองบัว

ต. เมืองบัว อ. เกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด

 

          คนในดินแดนไทย ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีหลายเผ่าพันธุ์นับ “ร้อยพ่อพันแม่” ตั้งหลักแหล่งอยู่ปะปนกัน (ล้วนเป็นบรรพชนคนไทย) นับถือศาสนาผี มีความเชื่อเรื่องขวัญ

          จึงมีหม้อไหใส่ศพและกระดูกคนตาย เป็นต้นแบบโกศในยุคหลังๆ ต่อมาจนทุกวันนี้ พบหลักฐานทั่วไปในภูมิภาคอุษาคเนย์ แต่พบมากที่บ้านเมืองบัว ต. เมืองบัว อ. เกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด

          1. คนตายเพราะขวัญหาย ต้องทำพิธีเรียกขวัญนานหลายวันในบ้านคนตาย เพราะเชื่อว่าถ้าขวัญคืนร่าง คนก็ฟื้นเป็นปกติ

          [ยุคนั้นไม่รู้จักวิญญาณ เพราะยังไม่ติดต่อรับอารยธรรมอินเดีย จึงไม่รู้จักศาสนาพุทธ-พราหมณ์]

          พิธีเรียกขวัญ ทำสืบเนื่องต่อมา แล้วเรียกสมัยหลังในลาวและอีสานว่า “งันเฮือนดี” มีร้องรำทำเพลงสนุกสนานเฮฮาอึกทึกครึกโครมเพื่อให้ขวัญได้ยิน แล้วกลับถูกทาง (เป็นต้นแบบมหรสพงานศพในไทยทุกวันนี้)

          2. นานหลายวันขวัญยังไม่กลับคืนร่าง ศพเริ่มเน่า ต้องเอาไปฝังดินรอขวัญต่อไปอีกไว้ใต้ถุนเรือนหรือลานกลางบ้าน (เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์) มี 2 อย่าง (เพิ่มเติม…)

“ความทรงจำ” โบราณสถาน อาคารสถานีรถไฟเก่า “เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า”

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

 

“ความทรงจำ”

โบราณสถาน อาคารสถานีรถไฟเก่า

“เก็บวันนี้ พรุ่งนี้ก็เก่า”

 

รายงานโดย สโมสรโบราณคดี

 

          นายปริญญา ชูแก้ว ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรมและการวางแผน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ส่งจดหมายถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีประเทศไทย

          ร้องขอให้มีคำสั่งโดยด่วนให้รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยหาทางอนุรักษ์อาคารสถานีรถไฟไม้ที่อยู่ในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ซึ่งกำลังจะถูกรื้อในอีกไม่กี่วันนี้ ประกอบด้วยอาคารสถานีรถไฟหลายหลัง โดยระบุถึงเหตุผลว่าเป็นอาคารที่มีคุณค่าในเชิงประวัติศาสตร์ โดยเทียบเคียงกับอาคารสถานีรถไฟอื่นๆ ซึ่งบางหลังเป็นโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียน

          “อาคารสถานีรถไฟไม้ที่อยู่ในโครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่นซึ่งกำลังจะถูกรื้อในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ประกอบด้วยอาคารสถานีรถไฟบ้านเกาะ หนองแมว โนนสูง บ้านดงพลอง บ้านมะค่า พลสงคราม บ้านดอนใหญ่ เมืองคง โนนทองหลาง หนองบัวลาย หนองมะเขือ เมืองพล บ้านหัน บ้านไผ่ บ้านแฮด และท่าพระ”

          “และพิจารณาบรรจุแผนอนุรักษ์ (Conservation Plan) อาคารสถานีรถไฟ ย่านสถานีรถไฟ ชุมชนบ้านพักรถไฟ และมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่การรถไฟแห่งประเทศไทยดูแลรักษาให้เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการรถไฟแห่งประเทศไทย” (เพิ่มเติม…)

คลองบางบาล คือแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเดิม) และคลองมหาพราหมณ์ อ. บางบาล อยุธยา

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2560

 

คลองบางบาล คือแม่น้ำเจ้าพระยา (สายเดิม)

และคลองมหาพราหมณ์ อ. บางบาล อยุธยา

 

โดย พเยาว์ เข็มนาค

อดีตข้าราชการงานสำรวจทางโบราณคดี กรมศิลปากร

 

          คลองบางบาล-มหาพราหมณ์ ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ นอกเกาะเมืองอยุธยา เป็นคลองใหญ่มาก่อน ในสมัยอยุธยาใช้เป็นทางสัญจรไปมา มีผู้คนอยู่อาศัยตลอดสมัยอยุธยา และคงอยู่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน โดยเชื่อมกับแม่น้ำสายหลักก็คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำใหญ่ (เจ้าพระยา)

          คลองบางบาล (อ. บางบาล จ. พระนครศรีอยุธยา) เคยเป็นแม่น้ำใหญ่มาก่อน ใช้สัญจรไปมา และใช้เดินทัพมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งนับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

          โบราณสถาน ได้แก่ ซากวัด ซากอาคาร ใบเสมา เป็นตัวแทนวัดความหนาแน่นของชุมชน แล้วยังเป็นตัววัดถึงเวลาการตั้งถิ่นฐานของชุมชน ที่อยู่อาศัย สืบเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงปัจจุบัน (เพิ่มเติม…)

สุวรรณภูมิ “จากเรือใบถึงเรือบิน” อนาคตของไทยและเพื่อนบ้าน

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

 

สุวรรณภูมิ

“จากเรือใบถึงเรือบิน”

อนาคตของไทยและเพื่อนบ้าน

 

          1. สุวรรณภูมิในอดีต รุ่งเรืองขึ้นจากการค้า

          สุวรรณภูมิ รุ่งเรืองขึ้นจากการค้า ราว 2,500 ปีมาแล้ว ทั้งการค้าโลกและการค้าภายใน เพราะมีสิ่งสำคัญอำนวยการค้า ได้แก่ อยู่กึ่งกลางเส้นทางคมนาคมในอุษาคเนย์ และมีทรัพยากรคับคั่งหลายอย่าง

          การค้า ทำให้สุวรรณภูมิเจริญรุ่งเรืองและเติบโตก้าวหน้าทางเทคโนโลยี เพราะมีความเคลื่อนไหวไปมาหาสู่ของผู้คนหลากหลาย แล้วประสมประสานทั้งทางเผ่าพันธุ์กับทางสังคมวัฒนธรรมระหว่างพื้นเมือง ดั้งเดิมกับที่มาจากภายนอก (ตะวันตก-ตะวันออก)

          คน พื้นเมืองดั้งเดิมกับคนนานาชาติพันธุ์จากทุกทิศทาง ผสมกลมกลืนเป็นคนกลุ่มใหม่ แล้วสมมุติชื่อเรียกตัวเองต่างๆ กัน เช่น มอญ, เขมร, ชวา, มลายู, ลาว, ไทย ฯลฯ (เพิ่มเติม…)

ปีระกา เริ่มแล้วตั้งแต่เดือนอ้าย (ปลายปีที่แล้ว)

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

 

ปีระกา

เริ่มแล้วตั้งแต่เดือนอ้าย

(ปลายปีที่แล้ว)

 

         1 มกราคม ปีใหม่สากล มีครั้งแรกในไทยสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2484

         ปีใหม่ไทย อยู่เดือนอ้ายตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ เป็นอย่างเดียวกับกลุ่มไต-ไท และเผ่าพันธุ์อื่นๆ ของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์

         เดือนอ้าย ปีใหม่ไต-ไท, และไทย ในสุวรรณภูมิอุษาคเนย์ (ไม่ใช่เดือนห้า สงกรานต์ของอินเดีย) หลังลอยกระทงเดือน 12 ถือเป็นท้ายฤดูกาลเก่า แล้วย่างเข้าฤดูกาลใหม่ (ทางจันทรคติ) เริ่มนับเป็นเดือน 1 เปลี่ยนใหม่ปีนักษัตร

         ถ้าเทียบตามปฏิทินสากล (ทางสุริยคติ) เริ่มนับเข้าเดือน 1 ปีระกา ตั้งแต่หลังลอยกระทง เมื่อกลางพฤศจิกายน 2559 (แต่บางแห่งนับหลังลอยกระทงอีก 15 วัน) (เพิ่มเติม…)

สัตว์หิมพานต์ ในป่าหิมพานต์ รอบเขาพระสุเมรุ

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

 

สัตว์หิมพานต์

ในป่าหิมพานต์ รอบเขาพระสุเมรุ

 

cover

เรียบเรียงโดยสรุปจากหนังสือ

จิตรกรรมภาพสัตว์หิมพานต์

พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม

พิมพ์โดยเสด็จพระราชกุศลในการออกพระเมรุ

พระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ)

อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ พ.ศ. 2559

 

[หนังสือเล่มนี้มีค่ามหาศาลต่อการศึกษา ทั้งนี้ด้วยความเมตตากรุณาจากพระราชวิจิตรปฏิภาณ (ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์) กับ ศ. ดร.      นิยะดา เหล่าสุนทร (ราชบัณฑิต) ที่มอบหนังสือมาแนะนำต่อผู้อ่าน]

 

         สัตว์หิมพานต์ เป็นสัตว์ในจินตนาการ ไม่มีตัวจริง แต่บางชนิดสร้างสรรค์จากสัตว์สามัญจริงๆ โดยเพิ่มลักษณะพิเศษให้แตกต่างจากสัตว์สามัญที่มีอยู่ตามธรรมชาติ อาศัยอยู่ในดินแดนอันลึกลับและลี้ลับห่างไกล

         ครั้งแรกมีในวรรณกรรม เช่น คัมภีร์และชาดกในพุทธศาสนา แต่มีไม่มากชนิด เมื่อนานเข้าก็มากขึ้น แล้วช่างท้องถิ่นต่างๆ สร้างเพิ่มอีกจึงมีมากขึ้น บางทีสัตว์ชนิดเดียวกันแต่รูปร่างต่างกันในรายละเอียด (เพิ่มเติม…)

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้นามจาก ดุสิตสวรรค์ ที่สถิตของพระโพธิสัตว์

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

 

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ได้นามจาก ดุสิตสวรรค์

ที่สถิตของพระโพธิสัตว์

 

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ประดิษฐานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพสกนิกรต่อแถวเข้าถวายสักการะ (ภาพจาก ศูนย์ข้อมูลภาพมติชน)

พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ประดิษฐานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีพสกนิกรต่อแถวเข้าถวายสักการะ (ภาพจาก ศูนย์ข้อมูลภาพมติชน)

 

          พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ที่ประดิษฐานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้นามจาก ดุสิตสวรรค์ ที่สถิตพระโพธิสัตว์ ซึ่งจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปในอนาคต หรืออนาคตพระพุทธเจ้า

 

ดุสิตสวรรค์

          ดุสิตสวรรค์ หมายถึง สวรรค์ชั้นที่ 4 แห่งสวรรค์ 6 ชั้น มีท้าวสันดุสิตเทวราช ปกครอง

          สวรรค์ชั้นนี้เป็นที่สถิตของพระโพธิสัตว์ก่อนจุติลงมาสู่มนุษยโลกและตรัสรู้ในพระชาติสุดท้าย

          คำอธิบายนี้ได้จากหนังสือ พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พิมพ์ครั้งที่ 11 พ.ศ. 2551

          แล้วยังอธิบายเพิ่มเติมอีกถึงชื่อเกี่ยวข้อง เช่น สวรรค์, ฉกามาพจร, ดาวดึงส์ ดังนี้ (เพิ่มเติม…)

พิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชีวิต

สุวรรณภูมิในอาเซียน มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

 

พิธีกรรมเกี่ยวกับความตาย

สำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชีวิต

 

           ในดินแดนประเทศไทยมีพิธีฝังศพแบบวางราบเหยียดยาวเก่าแก่สุดราว 10,000 ปีมาแล้ว เช่น พบที่กระบี่, แม่ฮ่องสอน, ฯลฯ (แต่บางท้องถิ่นในบางประเทศอาจนานกว่านี้)

           พิธีฝังศพนี้มีบางท้องถิ่นเรียกพิธีทำศพ เริ่มพิธีเมื่อมีคนตายจนถึงเอาศพไปฝังเป็นเสร็จพิธี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีว่ามีครั้งแรกเมื่อไร?

           สถานที่ทิ้งศพเรียกกันภายหลังว่าป่าเลว, ป่าเห้ว, เปลว

           เพราะคำว่าเลวหมายถึงไม่ดี บางท้องถิ่นออกเสียงเป็นเห้ว แต่บางพวกออกเสียงว่าเปลว ส่วนคนภาคกลางเรียกป่าช้า เป็นคำเดียวกับเลว มักใช้ควบว่า เลวทรามต่ำช้า (เพิ่มเติม…)