หมวดหมู่ ‘ข้อมูล’

อุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา อะไร และอย่างไร (3) (จบ)

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 หน้า 6)

 

ในสภาพที่พระศาสนาอ่อนแอเช่นนี้ หากต้องการจะ “อุปถัมภ์และคุ้มครอง” พระพุทธศาสนา พึงทำอย่างไร

1. ต้องหย่าขาดจากอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจรัฐหรืออำนาจเงิน ในโลกสมัยใหม่ อำนาจกลับทำให้ศาสนาเสื่อม หรือทำให้เกิดสงครามกลางเมือง (ดูตัวอย่างได้ดีจากประวัติศาสตร์ยุโรป) อำนาจที่ห้ามหมิ่นศาสดาของศาสนาในกฎหมายอาญานั้น ไม่น่าจะมีเป้าหมายที่การ “อุปถัมภ์และคุ้มครอง” พระพุทธศาสนา แต่มีเป้าหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม จึงคุ้มครองศาสดาของทุกศาสนา (เพิ่มเติม…)

ทหารไทยในเวียดนาม

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 11-17 พฤษภาคม 2555 หน้า 30)

 

Richard A. Ruth เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยคอร์แนลเกี่ยวกับกองทหารไทยที่อาสาไปรบในเวียดนามระหว่าง พ.ศ. 2508-2515 เพิ่งพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือในปีนี้เอง (In Buddha’s Company)

ผมอ่านด้วยความเพลิดเพลิน และคิดว่ามีอะไรจะคุยกับผู้อ่านในเรื่องนี้

ดังที่คงทราบกันอยู่แล้วว่า นโยบายนำทหารนานาชาติเข้าร่วมรบในเวียดนามนั้น เป็นนโยบายของสหรัฐ หลังจากถูกนานาชาติโจมตีนโยบายรุกรบในเวียดนามของตนทั่วไป อาจทำให้สงครามเวียดนามหน้าตาดีขึ้นบ้างกระมัง (เพิ่มเติม…)

อุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา อะไร และอย่างไร (2)

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 7 พฤษภาคม 2555 หน้า 6)

 

เมื่อความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยขยายตัวมากขึ้น พระพุทธศาสนาที่เป็นทางการก็ยิ่งไม่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตของผู้คน ที่ดำรงอยู่ได้ก็ด้วยอำนาจบังคับของรัฐ เช่น บรรจุลงในหลักสูตรการศึกษา หรือราชพิธีและรัฐพิธีต่างๆ แต่สังคมไทยก็ไม่ได้ปล่อยให้พระพุทธศาสนาไร้ความหมายลงไปโดยไม่ทำอะไรเลย มีความพยายามของทั้งพระภิกษุและฆราวาส ในการให้หรือฟื้นความหมาย ที่มีนัยยะต่อชีวิตของผู้คนในปัจจุบันอยู่หลายครั้งและหลายอย่าง จะขอพูดถึงที่ค่อนข้างจะรู้กันดีอยู่แล้วดังนี้

คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุทำให้เป้าหมายทางโลกุตรธรรม ซึ่งพระพุทธศาสนาที่เป็นทางการละเลย กลับมามีความสำคัญใหม่ นิพพานเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถกระทำให้แจ้งแก่ตนได้ “ที่นี่และเดี๋ยวนี้” นัยยะก็คือ ปลดปล่อยพระพุทธศาสนาออกจากวัด เพราะการปฏิบัติธรรมไม่ได้จำกัดความหมายให้เหลือเพียงการเป็นพระภิกษุเท่านั้น (เพิ่มเติม…)

พหุวัฒนธรรมนิยม

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 4-10 พฤษภาคม 2555 หน้า 30)

 

ไทยอาจเป็นประเทศเดียวในอุษาคเนย์ที่อ้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (homogeneity) ในการสร้างชาติ ไม่ได้หมายความว่าผู้นำไทยไม่ยอมรับว่ามีคนต่างชาติพันธุ์และวัฒนธรรมอาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินที่เป็นรัฐไทย ยอมรับด้วยความหนักอกทีเดียว แต่การเน้นย้ำแต่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี้ ทำให้นโยบายที่มีต่อความหลากหลายดังกล่าวเหลืออยู่ทางเดียวคือ “กลืนชาติ” ให้เป็น “ไทย” เสีย

เปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านของเรา เวียดนามนับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศตนเองได้ 54 ชาติพันธุ์ พม่านับได้ 135 ลาวนับได้ระหว่าง 147-236 อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ก็นับได้หลายร้อยและหลายสิบ และไม่อ้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางชาติพันธุ์เป็นรากฐานของความเป็นชาติแต่อย่างใด (เพิ่มเติม…)

อุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา อะไร และอย่างไร (1)

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 30 เมษายน 2555 หน้า 6)

 

ร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พรรครัฐบาล และ ปชป. กำลังจะเข้าสภา ร่าง พ.ร.บ.ทั้งสามฉบับล้วนมีโทษทางอาญาประกอบอยู่ด้วย และล้วนเป็นโทษที่ค่อนข้างหนักทั้งสิ้น

ข้อกำหนดเหล่านี้ละเมิดรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรง กำลังเป็นที่ถกเถียงอภิปรายกันอยู่ทั่วไปอยู่เวลานี้ ผมจะไม่ขอนำมาพูดอีกในที่นี้ แต่ใคร่จะตั้งคำถามว่าพระพุทธศาสนาที่นักการเมืองและข้าราชการในสำนักงาน กำลังอยากจะอุปถัมภ์และคุ้มครองนั้น คืออะไร? และวิธีอุปถัมภ์คุ้มครองแบบนั้น จะส่งผลอย่างไรต่อพระพุทธศาสนาในประเทศไทย (เพิ่มเติม…)

โบโรบูดูร์ (2)

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 6-12 เมษายน 2555 หน้า 30)

 

เนื้อความในคัมภีร์คันทวยูหะ กินเนื้อที่ของภาพสลักบนโบโรบูดูร์เป็นส่วนใหญ่ คือเริ่มจากระเบียงคดชั้นที่สองต่อขึ้นไปจนสุดภาพสลักบนระเบียงคดชั้นที่สี่ รวมทั้งหมดเป็น 460 ระเบียงภาพ

คันทวยูหะฉบับสมบูรณ์ในภาษาสันสกฤตได้อันตรธานไปแล้ว ที่เหลืออยู่ในปัจจุบันคือฉบับแปลภาษาจีนและญี่ปุ่น (ซึ่งแปลจากจีนอีกที) เท่านั้น ที่น่าสนใจก็คือคันทวยูหะฉบับสมบูรณ์ในภาษาจีนนั้น เพิ่งแปลเสร็จในพุทธศตวรรษที่ 13 หลังการสร้างโบโรบูดูร์ แสดงว่าชาวชวามีคัมภีร์เรื่องนี้ในมือก่อนจีนเสียอีก และอาจเป็นสำนวนที่ต่างกันก็ได้ จึงมีเนื้อความที่ปรากฏในภาพสลักไม่ตรงกับคัมภีร์จีนทีเดียวนัก (เพิ่มเติม…)

โบโรบูดูร์ (1)

นิธิ เอียวศรีวงศ์

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 30 มี.ค.-5 เม.ย. 2555 หน้า 30-32

 

โบโรบูดูร์ซึ่งคนไทยบางคนเรียกให้เป็นไทยๆ ว่า “บรมพุทโธ” นั้น เป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ค่อนข้างลี้ลับที่สุด ไม่ใช่ลี้ลับเพราะไม่มีใครรู้จักนะครับ แต่ลี้ลับเพราะไม่ค่อยมีใครรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

นครวัดนั้น เรารู้แน่ว่าชื่อว่ายโสธรปุระ และนครธมคือชัยศรี (ก็นครไชยศรีและพระขรรค์ชัยศรีของเราไงครับ) แต่โบโรบูดูร์มีชื่อว่าอะไรแน่ ไม่มีใครรู้ มีจารึกที่เกี่ยวกับศาสนสถานแห่งนี้อยู่เพียงสองหลัก หลักหนึ่งไม่ได้บอกชื่อไว้แต่บอกผู้สร้างคือกษัตริย์ที่ชื่อสมระตุงคะ อีกหลักหนึ่งบอกชื่อไว้ชัดเจนว่า “ภูมิสัมภาระ” แต่ชื่อนี้จะเพี้ยนมาเป็นโบโรบูดูร์ไม่ได้ นักวิชาการฝรั่งจึงสันนิษฐานว่า เดิมคงมีคำว่าภูธระต่อท้าย เพราะรูปลักษณ์ของมันก็เป็นภูเขาอยู่แล้ว และคำว่าภูธระนี่แหละ ที่เพี้ยนมาเป็นโบโรบูดูร์ในภายหลัง เมื่อชาวชวาลืมสถานที่แห่งนี้ไปสนิทแล้ว (เพิ่มเติม…)

พระภูมิเจ้าที่

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 23-29 มีนาคม 2555 หน้า 28)

 

ท่านอาจารย์เจ้าคุณอนุมานราชธน กล่าวถึงประเพณีนับถือพระภูมิของคนไทย (คงจะเป็นภาคกลาง) ว่า ในตำราพระภูมิเจ้าที่ มีพระภูมิเจ้าที่อยู่ถึง 9 องค์ นับตั้งแต่บ้านเรือน, ประตูและหัวกระได, เรือนหอ, โรงงัวควาย, ยุ้งข้าว, นา, ลาน และวัด

นี่คือพื้นที่สำคัญในชีวิตของชาวชนบททั้งนั้น ผมอยากจะเดาต่อด้วยว่า พระภูมิไม่ได้ทำหน้าที่ปกปักรักษาดูแลเฉพาะพื้นที่เท่านั้น แต่คงดูแลไปถึงพฤติกรรมของคนเหนือพื้นที่เหล่านั้นด้วย เช่น จะไปขุดดินปลูกต้นไม้เหนือลานไม่ได้ ไปเจาะยุ้งข้าวให้หนูเข้าไปกินข้าวก็ไม่ได้ (เพิ่มเติม…)

สัมพันธภาพเชิงอำนาจกับความรุนแรง

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 9-15 มีนาคม พ.ศ. 2555 หน้า 28)

 

ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย อาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ บอกหน้าตาเฉยว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของอาจารย์วรเจตน์ในเรื่องการแก้ไขกฎหมายอาญา ม.112 และยังกล่าวในเฟซบุ๊กของตนเองว่า อย่างน้อย สักครั้งก็ได้ทำเพื่อชาติ-เพื่อสถาบันที่รัก “ผลที่ตามมา ผมรับได้”

บิดาของผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า บุตรของตนเป็นคนหัวรุนแรง และสมควรแล้วที่อาจารย์วรเจตน์จะถูกบุตรของตนทำร้าย ฉะนั้น จึงไม่น่าประหลาดใจแต่อย่างไรที่หนึ่งในสองผู้ต้องหามีคดีทำร้ายร่างกายติดตัวอยู่แล้วอีกหลายคดี

ผู้คนจำนวนไม่น้อยในสื่อออนไลน์แสดงความเห็นทำนองเดียวกับบิดาของผู้ต้องหา คือสะใจ แม้ออกตัวว่าไม่เห็นด้วยกับวิธีรุนแรง แต่ก็ยังขอบคุณผู้ต้องหาที่สร้างความสะใจให้แก่ตน (เพิ่มเติม…)

เรื่อง “ข้างใน”

นิธิ เอียวศรีวงศ์

(มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 2-8 มีนาคม 2555 หน้า 30)

 

มีประกาศพระบรมราชโองการใน ร.4 ว่า ที่มีคนไปเที่ยวหลอกชาวบ้าน ว่าจะเอาลูกสาวไปถวายตัวเป็นนางห้ามนั้น อย่าได้ไปเชื่อ เพราะพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้รับหญิงสาวมาเป็นนางห้ามโดยไม่เลือกสกุลรุนชาติ

ส่วนใหญ่ของพระสนมในแผ่นดินต่างๆ นั้น มาจากการผูกสัมพันธ์ทางการเมือง ที่ทรงพอพระทัยเป็นส่วนตัวก็คงมีบ้าง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญสุดในการ “มีเมีย” ของพระเจ้าแผ่นดิน

การถวายลูกสาวนั้น เป็นการแสดงความจงรักภักดีสูงสุดอย่างหนึ่ง ในระบบปกครองที่ไม่มีรัฐธรรมนูญอันจะประกันความมั่นคงของสถาบันทางการเมืองใดๆ (หรือมีแต่ถูกฉีกทิ้งบ่อยๆ) ความจงรักภักดีย่อมเป็นคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้ ในอันที่บุคคลจะสามารถเข้าไปมีส่วนแบ่งอำนาจทางการเมืองเป็นธรรมดา (เพิ่มเติม…)