หมวดหมู่ ‘มติชน สุดสัปดาห์’

งานศพ มีสนุก ยุคแรกอุษาคเนย์ แต่งตัวสีสันฉูดฉาด

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2560

 

งานศพ มีสนุก

ยุคแรกอุษาคเนย์

แต่งตัวสีสันฉูดฉาด

 

          งานศพยุคดั้งเดิมในอุษาคเนย์ เชื่อว่าคนตายเพราะขวัญหาย

          ต้องแต่งตัวสีสันฉูดฉาด แล้วมีมหรสพอึกทึกครึกโครม เพื่อเรียกขวัญคืนร่างคนตายสู่ปกติ

          ยุคนั้นไม่รู้จักวิญญาณ เพราะยังไม่ติดต่อรับศาสนาจากอินเดีย

          แม้หลังติดต่อและรับการเผาศพแบบอินเดียแล้ว คนทั่วไปก็ยังแต่งตัวไปงานศพด้วยสีสันฉูดฉาดตามความเชื่อเดิม

          แต่งชุดดำงานศพ เป็นวัฒนธรรมตะวันตกที่สังคมไทยเริ่มรับจากฝรั่งยุโรปสมัย ร.5 กว่าจะแพร่หลายแต่งชุดดำทั้งประเทศ เพิ่งหลัง พ.ศ. 2500 แต่ชุมชนห่างไกลบางแห่งก็ไม่แต่งชุดดำจนทุกวันนี้ (เพิ่มเติม…)

พระเมรุมาศ จำลองเขาพระสุเมรุ ที่สถิตเทพยดา

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2560

 

พระเมรุมาศ

จำลองเขาพระสุเมรุ ที่สถิตเทพยดา

 

          “พระสุเมรุหลักโลกสูงระหง” หมายถึง ภูเขาสูงระหงชื่อพระสุเมรุเป็นแกนของโลก (ที่เชื่อว่าโลกแบน) หรือเป็นศูนย์กลางของจักรวาล

          [ข้อความนี้มาจากวรรคหนึ่งของกลอนไหว้ครูเสภา (วรรคที่ 2 ในจำนวน 4 วรรค) ที่คนเสภาจำได้ตรงกัน ส่วนวรรคอื่นๆ ไม่ตรงกัน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีพระนิพนธ์บอกไว้ในตำนานเสภา เมื่อ พ.ศ. 2460]

          พระเมรุมาศ ที่สำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินตั้งแต่ยุคอยุธยา จำลองเขาพระสุเมรุเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่สถิตเทพยดาตามความเชื่อจากอินเดีย (เพิ่มเติม…)

กลองทอง มโหระทึก เครื่องประโคมงานศพ อุษาคเนย์ 2,500 ปีมาแล้ว

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560

 

กลองทอง มโหระทึก

เครื่องประโคมงานศพ

อุษาคเนย์ 2,500 ปีมาแล้ว

 

กลองมโหระทึก 2 ใบ วงสังข์แตร และวงปี่ไฉน กลองชนะ เป็นวงประโคมย่ำยามจากงานเครื่องสูง ของสำนักพระราชวัง (ภาพจากหนังสือการมหรสพและแบบแผนในการประโคมดนตรีในงานพระเมรุ เอกสารประกอบกิจกรรมพิพิธภัณฑ์เสวนา เสาร์ 2 กันยายน 2560 หน้า 19)

 

          กลองทองมโหระทึก เป็นเครื่องประโคมทำขวัญ (เรียกขวัญ และส่งขวัญ) งานศพ ในกลุ่มชนทั่วภูมิภาคอุษาคเนย์ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ราว 2,500 ปีมาแล้ว

          กลองทอง หรือ มโหระทึก หล่อด้วยโลหะผสม เรียกสำริด หรือ ทองสำริด อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว กลุ่มคนในตระกูลภาษาต่างๆ จึงเรียกกลองทอง (หมายถึงกลองทองสำริด) (เพิ่มเติม…)

งานศพ มีสนุก การละเล่นอึกทึกครึกโครม

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2560

 

งานศพ (จบ)

 

งานศพ มีสนุก

การละเล่นอึกทึกครึกโครม

 

         งานศพ มีสนุก ด้วยการละเล่นอึกทึกครึกโครม ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของอุษาคเนย์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว

         ตกทอดถึงสมัยหลังๆ บริเวณลุ่มน้ำโขงเรียกงานศพว่า “งันเฮือนดี” (งัน หมายถึง งานฉลองมีการละเล่นสนุกสนาน)

         วรรณกรรมหลายเล่มยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีเล่าถึงการละเล่นงานศพสนุกสนาน เช่น อิเหนา, รามเกียรติ์ ฯลฯ แต่ยังน้อยกว่าที่พรรณนาไว้ในวรรณกรรมกรุงธนบุรี เรื่อง ปาจิตกุมารกลอนอ่าน (แต่งเมื่อ พ.ศ. 2316) พรรณนาการละเล่นในงานศพท้าวพรหมทัตอย่างวิจิตรพิสดาร และอึกทึกครึกโครม เช่น (เพิ่มเติม…)

แหล่งฝังศพยุคดั้งเดิม ลานกลางบ้าน และใต้ถุนเรือน

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม 2560

 

งานศพ (12)

แหล่งฝังศพยุคดั้งเดิม

ลานกลางบ้าน และใต้ถุนเรือน

 

          เมื่อมีคนตายซึ่งเชื่อว่าขวัญหาย บรรดาญาติพี่น้องและคนในชุมชนต้องร่วมกันทำพิธีเรียกขวัญ ด้วยหวังว่าขวัญจะคืนร่างเดิม แล้วฟื้น

          นานหลายวันจนเริ่มเน่า จึงเอาศพฝังดินรอขวัญ พร้อมสิ่งของเครื่องใช้เตรียมไว้เหมือนครั้งมีชีวิตจะได้ใช้สอยเมื่อฟื้น

          กระทั่งเนื้อหนังผุเปื่อยเหลือแต่กระดูก ก็พากันขุดกระดูกล้างน้ำให้สะอาดบรรจุภาชนะดินเผา แล้วทำพิธีฝังอีกครั้ง เรียกพิธีฝังศพครั้งที่สอง

          แหล่งฝังศพอยู่บริเวณลานกลางบ้านหรือใต้ถุนเรือน ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ (เพิ่มเติม…)

เชิญอัฐิและขวัญไปทางน้ำ อยู่รวมพลังผีขวัญบรรพชน

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน 2560

 

งานศพ (11)

เชิญอัฐิและขวัญไปทางน้ำ

อยู่รวมพลังผีขวัญบรรพชน

 

เรือศักดิ์สิทธิ์ส่งผีขวัญของคนตายขึ้นฟ้าทางน้ำ ลายสลักบนไหสำริดใส่กระดูกคนตาย อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว (พบที่เวียดนาม)

 

          เมืองฟ้าไปทางน้ำ ต้องเชิญขวัญคนตายด้วยเรือศักดิ์สิทธิ์ จึงจะถึงเมืองฟ้าได้ เป็นความเชื่อดึกดำบรรพ์ราว 2,500 ปีมาแล้ว

โลงไม้ขุดแต่งคล้ายเรือ เป็นพาหนะศักดิ์สิทธิ์บรรจุกระดูกและขวัญ (ในพิธีศพครั้งที่ 2) ส่งไปทางน้ำเพื่ออยู่รวมพลังผีขวัญบรรพชนบนฟ้า (โลงไม้ ราว 2,500 ปีมาแล้ว ในถ้ำผีแมน อ. ปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอน)

 

          ครั้นหลังรับพุทธกับพราหมณ์ ยังสืบเนื่องความเชื่อดั้งเดิมดังมีในงานพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินไปทางน้ำโดยเรือนาคอันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ราวหลัง พ.ศ. 1000 กระทั่งหลัง พ.ศ. 2000 ยุคต้นอยุธยา (ก่อนมีพระเมรุมาศ)

          มีร่องรอยและหลักฐานอยู่ในเอกสารชาวยุโรปพรรณนางานถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระไชยราชาธิราช ยุคต้นอยุธยา (พ.ศ. 2077-2089 มีสนมเอกนามว่า ศรีสุดาจันทร์) เมื่อเผาพระศพแล้วเชิญพระอัฐิไปทางน้ำ ดังนี้

          “บรรดาพิธีซึ่งต้องทำในการนั้น อันเป็นขนบธรรมเนียมของประเทศนี้คือตั้งฟืนกองใหญ่อันมีไม้จันทน์ ไม้กฤษณา ไม้กระลำพัก และกำยาน แล้วนำพระศพของพระเจ้าแผ่นดินองค์ซึ่งสวรรคตนั้นขึ้นวางเหนือกองฟืนดังกล่าว จุดไฟเผาด้วยวิธีการอันแปลกประหลาด… (เพิ่มเติม…)

ส่งขวัญคนตายขึ้นฟ้า ตามเส้นทางโยกย้าย ของบรรพชนไทดำ

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน 2560

 

งานศพ (10)

 

ส่งขวัญคนตายขึ้นฟ้า

ตามเส้นทางโยกย้าย

ของบรรพชนไทดำ

 

         เมื่อมีคนตาย ต้องเรียกขวัญคนตายนานหลายวันหลายคืน แต่ขวัญไม่กลับเข้าร่าง และเนื้อตัวเริ่มเน่าเปื่อยตามสภาพ ก็รู้ว่าขวัญไม่กลับแน่ แล้วต้องกลายเป็นผี ซึ่งเรียกผีขวัญ

         ต้องเอาศพไปฝัง แล้วบอกทางผีขวัญไปเมืองฟ้า เพื่อรวมพลังกับผีขวัญบรรพชนปกป้องคุ้มครองคนในชุมชนยังมีชีวิต

         พิธีส่งผีขวัญขึ้นฟ้าทำโดยหมอมดหมอผีขับลำคำขับ เป็นคำคล้องจองเข้ากับแคนคลอเป็นทำนอง ต่อมาแต่งเติมเนื้อหายืดยาวตามต้องการที่สังคมเปลี่ยนแปลงเติบโตขึ้น

         คำส่งผีขวัญมีเป็นร้อยแก้วสลับด้วยคำคล้องจองตามจังหวะที่ต้องการ มีเอกสารอยู่ในพงศาวดารล้านช้างในลาว กับเล่าความเมืองของไทดำในเวียดนาม (เพิ่มเติม…)

ส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า มีหมานำ ต้องไปทางน้ำ

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560

 

งานศพ (9)

 

ส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า

มีหมานำ ต้องไปทางน้ำ

 

          เมื่อนานไปขวัญหายถาวรแล้ว ต้องทำพิธีส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า มีหมานำ ต้องไปทางน้ำ เพื่อรวมกับผีขวัญบรรพชน

          สมัยอยุธยา มีเผาศพตามประเพณีรับจากอินเดีย แต่ยังสืบเนื่องเก็บกระดูกตามคติดั้งเดิม พระบรมอัฐิพระเจ้าแผ่นดินเชิญโดยเรือนาคไปทางแม่น้ำ เพื่อบรรจุในพระสถูปที่กำหนด

          หลังมีพระเมรุมาศ พระบรมศพถูกเชิญโดยราชรถ แต่หัวท้ายราชรถเป็นรูปนาค เป็นสัญลักษณ์หลงเหลือตกค้างจากเรือนาค

 

ส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า

          พิธีสู่ขวัญเป็นข้อความบอกทางผีขวัญ ว่าคนตายต้องล่องเรือแพทางน้ำไปเมืองฟ้า มีร่องรอยเหลืออยู่ในไต-ไท บางกลุ่มของเวียดนามภาคเหนือ

          เริ่มด้วยบอกเล่าประวัติคนตาย ตั้งแต่ปฏิสนธิ กระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วแต่งงานมีลูกมีหลานจนแก่เฒ่าเจ็บไข้ล้มตาย (เพิ่มเติม…)

ขวัญหายต้องเรียกขวัญ ต้นแบบเวียนเทียนทำขวัญ

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

 

งานศพ (8)

 

ขวัญหายต้องเรียกขวัญ

ต้นแบบเวียนเทียนทำขวัญ

 

          คนตาย ขวัญไม่ตาย แต่ขวัญหายจากร่าง แล้วหลงทางจนหาทางกลับไม่ได้ กลับไม่ถูก

          ญาติพี่น้องลูกหลานต้องทำพิธีเรียกขวัญ มีการละเล่นเสียงดังเพื่อสนุกครึกครื้นเฮฮา หวังให้ขวัญได้ยิน จะได้กลับถูกทางเข้าร่างได้

          เรียกขวัญคนหายป่วย มีตัวอย่างคำเรียกขวัญของไทดำในเวียดนาม โดย (หมอ) ผีมด ดังนี้

          “ขวัญเอ๋ย… ยามลงจากฟ้ามาสู่โลกข้างล่างนี้ อย่าได้ไปผิดทาง อย่าผ่านไปทางอื่น ที่ไม่ถูก ถ้าเส้นทางมันลำบาก ค่อยๆ ลงมา… ขวัญเอ๋ย… อย่าได้หยุดที่บ้านที่ไม่รู้จัก ขวัญเอ๋ย… อย่าได้กระจัดกระจายอยู่กลางหาว ถ้าเจ้าไปอยู่เหนือฟ้า ก็จะกลายเป็นบ้า ถ้าเจ้าไปหยุดอยู่บนฟ้า เจ้าก็จะโง่เง่า ลงมาเถอะ ลงมาที่พื้นดินข้างล่างนี้… กลับมาเรือนของเจ้าเถอะ” (เพิ่มเติม…)

งันเฮือนดี ต้นแบบรื่นเริงงานศพ

Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560

 

งานศพ (7)

 

งันเฮือนดี

ต้นแบบรื่นเริงงานศพ

 

สำเนาภาพถ่ายเครื่องมือสำริด ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีลายสลักรูปบุคคลคล้ายหมอแคนหมอขวัญในงันเฮือนดี ขุดพบในหลุมศพที่เวียดนาม

งันเฮือนดี พิธีเรียกขวัญคืนร่างคนตาย ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีหมอแคนกับหมอขวัญขับลำคำเรียกขวัญ แล้วฟ้อนประกอบ ยังทำสืบเนื่องบางแห่งจนปัจจุบันบริเวณลุ่มน้ำโขง (แต่ส่วนมากทำอย่างประเพณีพุทธหมดแล้ว) ลายเส้นจำลองจากลายสลักบนเครื่องมือสำริด (ภาพในล้อมกรอบ) พบที่เวียดนาม

 

          งันเฮือนดี หมายถึงมีการละเล่นรื่นเริงบนเรือนมีคนตาย (ขวัญไม่ตาย)

          พิธีศพของไทดำ สุมิตร ปิติพัฒน์ อธิบายงานศพของไทดำในเวียดนาม ว่าเมื่อคนมีชีวิตตามปกติ ขวัญจะอยู่ในร่างกายของคนตามอวัยวะต่างๆ อย่างครบถ้วน หากขวัญออกจากร่างไปบางส่วน (เมื่อคนตกใจหรือเจ็บไข้) ญาติพี่น้องต้องทำพิธีเรียกขวัญ, สู่ขวัญ ให้กลับเข้าสู่ร่างกายตามเดิม คนนั้นจึงจะหายเจ็บไข้ (เพิ่มเติม…)