หมวดหมู่ ‘สุจิตต์ วงษ์เทศ’

รัตนโกสินทร์ เมืองพระอินทร์

มติชนรายวัน ศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2560

 

รัตนโกสินทร์ เมืองพระอินทร์

          กรุงศรีอยุธยา เสมือนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระอินทร์ โดยดูจากสถูปเจดีย์และปราสาทราชวังอลังการอลงกรณ์งดงามยิ่งใหญ่ กวีวรโวหารจึงพรรณนาไว้ในกำสรวลสมุทร (แต่งยุคต้นอยุธยา) โคลงดั้นบทแรกว่า

          อยุธยายศยิ่งฟ้า ลงดิน แลฤๅ

          อำนาจบุญเพรงพระ            ก่อเกื้อ

          เจดีย์ลอออินทร                 ปราสาท

          ในทาบทองแล้วเนื้อ            นอกโสม (เพิ่มเติม…)

กุหลาบโรงนาข้างวัด

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน 2560

 

กุหลาบโรงนาข้างวัด

          ก.ศ.ร. กุหลาบ เขียนเล่าประวัติตนเองว่าเกิดที่โรงนาใกล้วัดประดู่ อยู่คลองบางพรม ซึ่งแม่เป็นชาวบ้านคลองบางพรม

          แม่ (ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ) เมื่อคลอดลูกชายออกมา ได้แก้เคล็ดโดยยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของพระองค์เจ้าหญิงกินรี (พระธิดา ร.3) ด้วยคำแนะนำและการประสานงานจากเครือญาติที่ใกล้ชิดเจ้านาย

          ดังนั้น ก.ศ.ร. กุหลาบ จึงเติบโตในวังหลวงสมัย ร.3 ต่อมาได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กไล่กา แล้วบวชเณรกับบวชพระที่วัดโพธิ์ (ท่าเตียน) เป็นศิษย์สำนักนักปราชญ์กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส

          เครือญาติข้างแม่ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ รู้จักเจ้านายยุคนั้น เพราะย่านคลองบางพรมเป็นชมรมคนชั้นสูง น่าจะมีมาตั้งแต่ยุคพระเจ้าตาก กรุงธนบุรี (เพิ่มเติม…)

ในไทยโลกไม่หมุน ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม 2560

 

ในไทยโลกไม่หมุน

ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

 

          มิวเซียมในโลกเป็นแหล่งเรียนรู้ มีการบริหารจัดการจำแนกกว้างๆ ได้ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนจัดแสดง กับ ส่วนดูแลรักษา

          [“มิวเซียม” เป็นคำทับศัพท์จาก museum หมายถึงแหล่งเรียนรู้ทั้งจากของเก่าและของไม่เก่า ซึ่งต่างกับ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ” หมายถึงที่เก็บของเก่าประเภทโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ โดยไม่มุ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนพลเมือง]

 

ส่วนจัดแสดง

          มิวเซียมทุกแห่งมีส่วนจัดแสดงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย ทุกระดับการศึกษา และทุกชาติพันธุ์ แล้วบริหารจัดการโดยคิวเรเตอร์

          [“คิวเรเตอร์” เป็นคำทับศัพท์จาก curator หมายถึงผู้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการมิวเซียมอย่างมีจิตสำนึกเพื่อคนอื่น ให้เป็นแหล่งแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น โดยไม่วางตนแบบเจ้าขุนมูลนาย เหตุที่ใช้คำทับศัพท์เพื่อให้ต่างกับ “ภัณฑารักษ์” ที่มีความหมายอนุรักษนิยมสุดโต่ง ซึ่งตรงข้ามกับคิวเรเตอร์ (เพิ่มเติม…)

บ้านนอก ของกรุงศรีอยุธยา

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 28 กันยายน 2560

 

บ้านนอก ของกรุงศรีอยุธยา

           อยุธยาปัจจุบัน นอกเกาะเมืองขึ้นไปทางทิศเหนือ เมื่อเลยเพนียดคล้องช้างและวัดป้อมรามัญ จะถึงถนนสายเอเชีย อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

           ถ้าย้อนยุคกลับไปสมัยพระนารายณ์ บริเวณนี้มีขนอนบางลาง (ขนอน หมายถึง ด่านภาษี ตั้งอยู่บ้านบางลาง คอยเก็บภาษีอากรจากเรือสินค้าขนลงมาจากเมืองทางเหนือ)

           พ้นขนอนบางลางออกไปเท่ากับพ้นเขตเมือง สมัยนั้นนับเป็นบ้านนอก (ขนอนมี 4 ทิศรอบนอกเกาะเมืองอยุธยา พ้นขนอนออกไปไม่ได้หมายความว่าพ้นเขตเมืองเหมือนกันทุกแห่ง) มีบอกในโคลงนิราศนครสวรรค์ (แต่งสมัยพระนารายณ์) เรียกพื้นที่พ้นออกไปว่า “แดนไพร”, “บ้านป่า”, “บ้านวอก” (คือ บ้านลิง) (เพิ่มเติม…)

เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากมิวเซียม

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560

 

เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากมิวเซียม

          สังคมก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีประชาธิปไตยสากล ข้อมูลไม่เป็นความลับ และต้องเปิดเผย เข้าถึงได้ทุกคนอย่างเสมอภาค และไม่ยาก

          แต่

          สังคมล้าหลังทางเทคโนโลยี ไม่มีเสรีภาพและไม่เสมอภาค ข้อมูลล้วนเป็นความลับ หรือกึ่งความลับ ต้องถูกควบคุมเข้มงวด จึงเข้าถึงยากมากๆ จนเข้าถึงไม่ได้เลย (เพิ่มเติม…)

สองมาตรฐาน หรือ ไร้มาตรฐาน?

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2560

 

สองมาตรฐาน หรือ ไร้มาตรฐาน?

          พระเจ้าอโศกส่งพระสงฆ์ 2 รูป ไปเผยแผ่ศาสนาพุทธที่สุวรรณภูมิ มีบอกในตำนานมหาวงศ์ แต่ไม่มีในจารึกพระเจ้าอโศก (เหมือนส่งพระสงฆ์ไปบ้านเมืองดินแดนอื่นๆ)

          นักวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี ในกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และมหาวิทยาลัยต่างๆ อ้างตำนานมหาวงศ์ (พงศาวดารลังกา) อย่างเต็มปากเต็มคำและเต็มภาคภูมิ พากันเผยแพร่ข้อมูลความรู้เหล่านี้เป็นตำราอย่างลงหลักปักฐานทั่วประเทศ ทั้งๆ ไม่พบหลักฐานสนับสนุนทางโบราณคดีร่วมสมัยพระเจ้าอโศก ไม่ว่าจารึกหรือโบราณวัตถุสถานในอินเดีย, ในไทย, และเพื่อนบ้านโดยรอบไทยในสุวรรณภูมิ

          ตำนานนิทาน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงใช้เป็นหลักเรียบเรียงประวัติศาสตร์ไทย เรื่องพระเจ้าอู่ทองพาไพร่พลหนีโรคห่าจากเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี ไปสร้างกรุงศรีอยุธยา โดยไม่พบหลักฐานสนับสนุนทางโบราณคดี (เพิ่มเติม…)

ไทยนอกสายตาจีน แต่ไม่พ้นอำนาจจีน

มติชนรายวัน จันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2560

 

ไทยนอกสายตาจีน

แต่ไม่พ้นอำนาจจีน

 

          “one belt one road” โครงการของจีนปัจจุบัน ไม่มีไทยอยู่ในสายตา

          [one belt one road บางคนเรียก เส้นทางสายไหมทางทะเล หรือ เส้นทางสายไหมใหม่]

          แต่ไทยอยากอยู่ในสายตาของจีน

          ดูจากโครงการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในไทยโดยจีน “ทีมเจรจาของไทยไม่อาจจะต่อรองใดๆ กับฝ่ายจีนได้เลย การเจรจา 18 ครั้งในรอบ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา มีสภาพเหมือนการรับข้อเสนอของจีนมาปฏิบัติแต่ฝ่ายเดียว” โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ บอกไว้อีกดังนี้ (เพิ่มเติม…)

สุนทรภู่ ยกย่องพราหมณ์ผู้มีวิชา

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน 2560

 

สุนทรภู่

ยกย่องพราหมณ์ผู้มีวิชา

 

          สุนทรภู่ยกย่องพราหมณ์ มักสร้างตัวละครเชื้อสายพราหมณ์มีวิชาความรู้ภูมิฐาน ให้มีบทบาทสำคัญ

          นิทานกลอนเรื่องลักษณวงศ์ มีคู่ครองชื่อนางทิพยเกสร แปลงปลอมเป็นชายชื่อพราหมณ์เกสร เพื่อตามหาพระลักษณวงศ์ ที่พลัดพรากจากกัน

          ในพระอภัยมณี มีสามพราหมณ์ ความรู้ต่างๆ กัน ได้แก่ โมรา, สานนท์, วิเชียร

          แล้วยกย่องผู้หญิงลูกสาวพราหมณ์ให้มีวิชา ทั้งๆ สังคมสยามครั้งนั้นเห็น “ผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน” (เพิ่มเติม…)

ผู้ดีวังหลัง เมืองบางกอก ของสุนทรภู่

มติชนรายวัน ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

 

ผู้ดีวังหลัง เมืองบางกอก

ของสุนทรภู่

 

          สุนทรภู่เป็นผู้ดีบางกอก เกิดและเติบโตในวังหลัง ปากคลองบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

          รับราชการจนได้รับยกย่องเป็นนักปราชญ์ในราชสำนัก ร.2 เพราะเป็นผู้รอบรู้สรรพวิทยาการเท่าทันโลกและชีวิต

          บรรพชนเป็นพราหมณ์รามราชตั้งแต่ปู่ย่าตายายทั้งสายพ่อและสายแม่ อยู่เมืองเพชรบุรี ต่อมาจึงโยกย้ายน่าจะเป็นรุ่นปู่ย่าตายายไปตั้งบ้านเรือนอยู่อยุธยา

          สุนทรภู่เขียนบอกไว้เองในนิราศเมืองเพชรบุรี (ฉบับสอบชำระใหม่ พ.ศ. 2529 โดย ล้อม เพ็งแก้ว) มีข้อความสำคัญๆ หลายแห่ง ดังนี้ (เพิ่มเติม…)

สุนทรภู่กลับบ้านเกิด หลังถูกบังคับให้อยู่เมืองแกลง

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560

 

สุนทรภู่กลับบ้านเกิด

หลังถูกบังคับให้อยู่เมืองแกลง

 

           สุนทรภู่เกิดที่วังหลัง ปากคลองบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

           โดยสุนทรภู่เขียนบอกเองในโคลงนิราศสุพรรณ ว่า “วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า” และตรงปากคลองบางกอกน้อยเป็น “บ้านเก่าเหย้าเรือนแพ”

           พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน จัดแสดงหลักฐานไว้บางส่วน เท่ากับเชิญสุนทรภู่กลับบ้านเกิดแท้จริง หลังถูกบังคับนานหลายปีโดยระบบการศึกษาของไทย ให้อยู่เมืองแกลง จ. ระยอง

 

ทบทวนวรรณกรรม

           “สุนทรภู่เกิดที่วังหลัง” พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษมณ์) บอกไว้ในต้นฉบับประวัติพระสุนทรโวหาร (ภู่) ที่รวบรวมเรียบเรียงไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2456 นานราว 9 ปี ก่อนสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีพระนิพนธ์ประวัติสุนทรภู่ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2465 (เพิ่มเติม…)