หมวดหมู่ ‘สุจิตต์ วงษ์เทศ’

เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากมิวเซียม

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2560

 

เศรษฐกิจสร้างสรรค์จากมิวเซียม

          สังคมก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีประชาธิปไตยสากล ข้อมูลไม่เป็นความลับ และต้องเปิดเผย เข้าถึงได้ทุกคนอย่างเสมอภาค และไม่ยาก

          แต่

          สังคมล้าหลังทางเทคโนโลยี ไม่มีเสรีภาพและไม่เสมอภาค ข้อมูลล้วนเป็นความลับ หรือกึ่งความลับ ต้องถูกควบคุมเข้มงวด จึงเข้าถึงยากมากๆ จนเข้าถึงไม่ได้เลย (เพิ่มเติม…)

สองมาตรฐาน หรือ ไร้มาตรฐาน?

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2560

 

สองมาตรฐาน หรือ ไร้มาตรฐาน?

          พระเจ้าอโศกส่งพระสงฆ์ 2 รูป ไปเผยแผ่ศาสนาพุทธที่สุวรรณภูมิ มีบอกในตำนานมหาวงศ์ แต่ไม่มีในจารึกพระเจ้าอโศก (เหมือนส่งพระสงฆ์ไปบ้านเมืองดินแดนอื่นๆ)

          นักวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี ในกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และมหาวิทยาลัยต่างๆ อ้างตำนานมหาวงศ์ (พงศาวดารลังกา) อย่างเต็มปากเต็มคำและเต็มภาคภูมิ พากันเผยแพร่ข้อมูลความรู้เหล่านี้เป็นตำราอย่างลงหลักปักฐานทั่วประเทศ ทั้งๆ ไม่พบหลักฐานสนับสนุนทางโบราณคดีร่วมสมัยพระเจ้าอโศก ไม่ว่าจารึกหรือโบราณวัตถุสถานในอินเดีย, ในไทย, และเพื่อนบ้านโดยรอบไทยในสุวรรณภูมิ

          ตำนานนิทาน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงใช้เป็นหลักเรียบเรียงประวัติศาสตร์ไทย เรื่องพระเจ้าอู่ทองพาไพร่พลหนีโรคห่าจากเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี ไปสร้างกรุงศรีอยุธยา โดยไม่พบหลักฐานสนับสนุนทางโบราณคดี (เพิ่มเติม…)

ไทยนอกสายตาจีน แต่ไม่พ้นอำนาจจีน

มติชนรายวัน จันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2560

 

ไทยนอกสายตาจีน

แต่ไม่พ้นอำนาจจีน

 

          “one belt one road” โครงการของจีนปัจจุบัน ไม่มีไทยอยู่ในสายตา

          [one belt one road บางคนเรียก เส้นทางสายไหมทางทะเล หรือ เส้นทางสายไหมใหม่]

          แต่ไทยอยากอยู่ในสายตาของจีน

          ดูจากโครงการสร้างทางรถไฟความเร็วสูงในไทยโดยจีน “ทีมเจรจาของไทยไม่อาจจะต่อรองใดๆ กับฝ่ายจีนได้เลย การเจรจา 18 ครั้งในรอบ 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา มีสภาพเหมือนการรับข้อเสนอของจีนมาปฏิบัติแต่ฝ่ายเดียว” โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ บอกไว้อีกดังนี้ (เพิ่มเติม…)

สุนทรภู่ ยกย่องพราหมณ์ผู้มีวิชา

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน 2560

 

สุนทรภู่

ยกย่องพราหมณ์ผู้มีวิชา

 

          สุนทรภู่ยกย่องพราหมณ์ มักสร้างตัวละครเชื้อสายพราหมณ์มีวิชาความรู้ภูมิฐาน ให้มีบทบาทสำคัญ

          นิทานกลอนเรื่องลักษณวงศ์ มีคู่ครองชื่อนางทิพยเกสร แปลงปลอมเป็นชายชื่อพราหมณ์เกสร เพื่อตามหาพระลักษณวงศ์ ที่พลัดพรากจากกัน

          ในพระอภัยมณี มีสามพราหมณ์ ความรู้ต่างๆ กัน ได้แก่ โมรา, สานนท์, วิเชียร

          แล้วยกย่องผู้หญิงลูกสาวพราหมณ์ให้มีวิชา ทั้งๆ สังคมสยามครั้งนั้นเห็น “ผู้หญิงเป็นควาย ผู้ชายเป็นคน” (เพิ่มเติม…)

ผู้ดีวังหลัง เมืองบางกอก ของสุนทรภู่

มติชนรายวัน ศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560

 

ผู้ดีวังหลัง เมืองบางกอก

ของสุนทรภู่

 

          สุนทรภู่เป็นผู้ดีบางกอก เกิดและเติบโตในวังหลัง ปากคลองบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ

          รับราชการจนได้รับยกย่องเป็นนักปราชญ์ในราชสำนัก ร.2 เพราะเป็นผู้รอบรู้สรรพวิทยาการเท่าทันโลกและชีวิต

          บรรพชนเป็นพราหมณ์รามราชตั้งแต่ปู่ย่าตายายทั้งสายพ่อและสายแม่ อยู่เมืองเพชรบุรี ต่อมาจึงโยกย้ายน่าจะเป็นรุ่นปู่ย่าตายายไปตั้งบ้านเรือนอยู่อยุธยา

          สุนทรภู่เขียนบอกไว้เองในนิราศเมืองเพชรบุรี (ฉบับสอบชำระใหม่ พ.ศ. 2529 โดย ล้อม เพ็งแก้ว) มีข้อความสำคัญๆ หลายแห่ง ดังนี้ (เพิ่มเติม…)

สุนทรภู่กลับบ้านเกิด หลังถูกบังคับให้อยู่เมืองแกลง

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560

 

สุนทรภู่กลับบ้านเกิด

หลังถูกบังคับให้อยู่เมืองแกลง

 

           สุนทรภู่เกิดที่วังหลัง ปากคลองบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

           โดยสุนทรภู่เขียนบอกเองในโคลงนิราศสุพรรณ ว่า “วังหลังครั้งหนุ่มเหน้า” และตรงปากคลองบางกอกน้อยเป็น “บ้านเก่าเหย้าเรือนแพ”

           พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน จัดแสดงหลักฐานไว้บางส่วน เท่ากับเชิญสุนทรภู่กลับบ้านเกิดแท้จริง หลังถูกบังคับนานหลายปีโดยระบบการศึกษาของไทย ให้อยู่เมืองแกลง จ. ระยอง

 

ทบทวนวรรณกรรม

           “สุนทรภู่เกิดที่วังหลัง” พระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษมณ์) บอกไว้ในต้นฉบับประวัติพระสุนทรโวหาร (ภู่) ที่รวบรวมเรียบเรียงไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2456 นานราว 9 ปี ก่อนสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีพระนิพนธ์ประวัติสุนทรภู่ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2465 (เพิ่มเติม…)

ความรู้สึกนึกคิด เปลี่ยนได้เรื่อยๆ

มติชนรายวัน ศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560

 

ความรู้สึกนึกคิด

เปลี่ยนได้เรื่อยๆ

 

          หลังเหตุการณ์ล้อมปราบ 6 ตุลาคม 2519 (ซึ่งเป็นที่รู้ทั่วกันว่ากลุ่มที่มีบทบาทมากที่สุดเป็นพวกขวาจัดคลั่งชาติรุนแรง ได้แก่ ลูกเสือชาวบ้านที่ถูกสร้างขึ้นโดยคนชั้นนำ) คนกรุงเทพฯ จำนวนหนึ่งหนีเข้าป่า ส่วนคนจำนวนมากหนีเข้าบ้านใครบ้านมันอย่างซึมๆ เซ็งๆ

          คราวนั้น ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช รับเชิญไปเสวนาที่หอสมุดแห่งชาติ (ท่าวาสุกรี) มีผู้ฟังล้นหลาม (รวมผมด้วย 1 คน)

          เมื่อถึงตอนท้ายมีคำถามจากผู้นั่งฟังเกี่ยวกับนิยายสี่แผ่นดิน มีความโดยสรุปว่า “แม่พลอย ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ถึงตอนนี้จะเป็นยังไง?”

          “เป็นลูกเสือชาวบ้าน” ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ตอบทันควัน ผู้ฟังล้นหลามแน่นห้องฮือฮาพร้อมกันเสียงสนั่นดัง

          แม่พลอยเป็นตัวละครในนิยายที่ถูกสร้างขึ้นไม่มีตัวตนจริง แต่สะท้อนความจริงได้บางอย่างหรือหลายอย่าง (เพิ่มเติม…)

ยังไม่พ้นอาณานิคม

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2560

 

ยังไม่พ้นอาณานิคม

          อุษาคเนย์ไม่อาณานิคมอินเดีย เพราะเป็นบ้านเมืองระดับรัฐ มีเทคโนโลยีสูงถลุงโลหะก้าวหน้ามากแล้ว โดยเฉพาะสำริด ก่อนรับศาสนาและอารยธรรมอินเดีย

          มีในบทความวิชาการเป็นงานศึกษาค้นคว้าวิจัยจำนวนมากของ อ. ศรีศักร วัลลิโภดม นานหลายสิบปี หรือราว 50 ปีมาแล้ว

          แรกๆ มีปฏิกิริยาคัดค้านต่อต้าน จากนักวิชาการกระแสหลักจำนวนมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มกรมศิลปากร และอาจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งล้วนเป็นผู้สืบทอดอย่างซื่อตรงจงรักภักดีตามแนวคิด Indianized States ของ ยอร์ช เซเดส์ แล้วยึดแนวทางประวัติศาสตร์ศิลปะ เป็นโบราณคดีอย่างดื้อๆ (เพิ่มเติม…)

เลิกยึดอำนาจ นั่นแหละ วัฒนธรรมทางการเมือง

มติชนรายวัน ศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2560

 

เลิกยึดอำนาจ นั่นแหละ

วัฒนธรรมทางการเมือง

 

          “การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย” เป็นกิจกรรมที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กำลังกระพือและกระตือรือร้นเร่งยกร่างกฎหมายเพื่อใช้บังคับขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม

          วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ต้องทำแรกสุด คือการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ต้องไม่สร้างสถานการณ์เพื่อยึดอำนาจ ไม่ปฏิวัติ ไม่รัฐประหาร โดยเร่งจัดการเลือกตั้งตามปกติสากลโลก

          นี่แหละดีที่สุดของการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้วขณะนี้

          แต่ถ้าอยากมีกิจกรรมทำเท่ ก็ขอแนะนำดังนี้

          วัฒนธรรมเจ้าขุนมูลนาย คือต้นตอหนึ่งของอำนาจนิยม เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นต้นทางของความไม่เท่าเทียม ไม่เสมอภาค และไม่เสมอหน้าในสังคม ซึ่ง สปท. ควรเร่งตรากฎหมายยกเลิกเป็นเรื่องต้นๆ

          ที่เห็นแก่ตาทุกวันว่าเป็นสิ่งแสดงออกถึงความเป็นเจ้าขุนมูลนาย ได้แก่ เครื่องแบบสีกากีของข้าราชการ [ไม่เกี่ยวกับเครื่องแบบทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่ปฏิบัติหน้าที่ก็ไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ]

          สีกากีนอกจากแสดงความเป็นเจ้าขุนมูลนาย ยังเป็นสัญลักษณ์ของอาณานิคมยุโรปที่ยังไม่ยอมปลดปล่อยตัวเอง

          เครื่องแบบนักเรียนนักศึกษาเป็นเครื่องหมายการกล่อมเกลาให้เข้าสู่ความเป็นเจ้าขุนมูลนายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย

          ยังมีอื่นๆ อีกมาก ที่กระทรวงวัฒนธรรมควรทำ

ทนไม่ได้ ที่ไม่เหมือนเดิม

มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 18 พฤษภาคม 2560

 

ทนไม่ได้ ที่ไม่เหมือนเดิม

          พวกต่อต้านการเปลี่ยนแปลง เพื่อแช่แข็งไทยให้อนุรักษนิยมสุดโต่ง ย่อมหวั่นไหวอย่างยิ่งเมื่อมีปรากฏการณ์เนติวิทย์นิสิตจุฬาฯ กล้านำทางเข้าเผชิญโลกไม่เหมือนเดิม

          ระบบการศึกษาในวัฒนธรรมอำนาจนิยมแบบเถรวาทไทย มุ่งชี้นิ้วสั่งสอน ดังนั้นใครคิดต่างคำสั่งสอนถือเป็นพวกหัวแข็ง มีโทษ ต้องรับโทษ (เพิ่มเติม…)