หมวดหมู่ ‘กรุงแตก ยศล่มแล้ว’

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 1. ยศยิ่งฟ้า

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2552

“สวรรคตแล้ว—” เจ้านายพระบรมวงศานุวงศ์บอกกันปากต่อปากตกทอดถึงขุนนางอำมาตยาธิบดีที่หมอบเฝ้าในวังครั้งนั้นราวกลางปี พ.ศ. 2301

“สมเด็จพระเจ้าแผ่นดินสวรรคตแล้ว” เป็นเสียงละล่ำละลักสะอึกสะอื้นบอกต่อๆกันไปในวังหลวง, วังหน้า, วังหลัง, และวังเจ้านายอื่นๆ ซึ่งหมายถึงสมเด็จพระเจ้าบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา อันเป็นพระนามภายหลังสวรรคตแล้ว และที่ทรงมีพระราชโอรสองค์สำคัญเรียงพระนามว่า เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ หรือเจ้าฟ้ากุ้ง, กรมขุนอนุรักษ์มนตรี, กรมขุนพรพินิต, ฯลฯ เสด็จสวรรคต (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 2. ดาบแห่งอำนาจ

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2552

“กรมขุนอนุรักษ์มนตรีนั้น  โฉดเขลาหาสติปัญญาและความเพียรมิได้  ถ้าจะให้ดำรงฐานาศักดิ์มหาอุปราชสำเร็จราชกิจกึ่งหนึ่งนั้น  บ้านเมืองจะเกิดภัยพิบัติฉิบหายเสีย”  เป็นพระราชโองการของพระราชบิดา  สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ

ข้อความกล่าวถึงกรมขุนอนุรักษ์มนตรีราชโอรสนี้  ตรัสเมื่อกรมหมื่นเทพพิพิธกับเจ้าพระยาอภัยราชา  ผู้ว่าที่สมุหนายกและเจ้าพระยามหาเสนา และพระยาพระคลังพร้อมกันกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานให้เจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิต ขึ้นประดิษฐานที่พระมหาอุปราชเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 3. เจ้าสามกรมแข็งข้อ

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2552

“ราชสมบัติเป็นของเจ้าน้องแล้ว” กรมหมื่นเทพพิพิธ ทูลเจ้าพี่คือเจ้าฟ้าเอกทัศ ทรงกรมเป็นที่เจ้าฟ้ากรมขุนอนุรักษ์มนตรี ว่าสมเด็จพระเจ้าบรมโกศตรัสมอบราชสมบัติแก่กรมพระราชวังบวรสถานมงคล คือเจ้าฟ้าดอกเดื่อ ทรงกรมเป็นที่เจ้าฟ้ากรมขุนพรพินิต สำเร็จเรียบร้อยตามโบราณราชประเพณี

“ข้ารู้แล้ว” เจ้าพี่ตรัสบอกกรมหมื่นเทพพิพิธอย่างห้วนๆ เพราะเจ้าฟ้าเอกทัศเจ้าพี่มีพระชนม์และยศศักดิ์สูงกว่าพระองค์เจ้าแขก กรมหมื่นเทพพิพิธ แล้วตรัสต่อไปด้วยสำเนียงหลวงที่มีเสียงสูงต่ำอย่างสำเนียงชาวหลวงพระบางสองฝั่งน้ำแม่โขงอีกว่า “บอกทำไม ข้ารู้แล้ว จะเย้ยกันหรือไง” (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 4. เจ้าสามกรมต่อรอง

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2552

“ไม้จันทน์มีไว้บูชาตถาคตพระพุทธเจ้า ไม่ได้มีไว้ฆ่า” กรมพระราชวังบวรฯ กรมขุนพรพินิต ผู้ทรงเป็นเจ้าน้อง ตรัสบอกเจ้าพี่กรมขุนอนุรักษ์มนตรีที่ทูลให้ประหารเจ้าสามกรมด้วยท่อนจันทน์

“สามกรมไม่ใช่ตถาคต แต่มันตระบัดสัตย์แล้ว นี่จะบูชาพวกมันหรือ” เจ้าพี่แสดงอาการหงุดหงิด “เอาท่อนจันทน์นั่นแหละประเคนให้เป็นศพ แล้วเอาไม้จันทน์เผาศพพวกมันด้วย” (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 5. ก๊กสามกรม

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552

“มีกำไลมือ กำไลเท้า ปิ่นปักผม แหวนหัวมะกล่ำ แหวนลูกแก้ว” ออกญาเมี้ยน เปิดหีบไม้แล้วทยอยยกสิ่งของต่างๆออกวางเป็นตัวอย่างให้เห็น แล้วพูดต่อไปอีกว่า “แต่ของสำคัญที่พวกแขกชีกุนจัดถวายคราวนี้เป็นลูกปัดแก้วจากเมืองอรุ่มโต้ระกี่ เมืองนี้อยู่ที่ไหนหม่อมฉันไม่รู้เลย”

“ลูกปัดแก้ว—” ชายาเจ้าสามกรมคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างเนิบช้าด้วยสำเนียงสูงต่ำ “คราวก่อนก็ลูกปัดแก้ว คราวนี้ลูกปัดแก้วอีกแล้ว” (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 6. ผู้ดีในดงน้ำครำ

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552

“ไม่เคยเห็นอะไรสกปรกเท่านี้” ก๊กสามกรมพากันเหลียวมองไปรอบข้างที่เป็นโรงกระท่อมสับปะรังเคเพพังกับขี้หมูขี้หมาขี้กาขี้ไก่ บางทีก็มีขี้ผู้ใหญ่กับขี้เด็กๆปนกันเป็นเนื้อเดียว เขียวเหลืองแดงดำระยำเหม็นเป็นที่ปลงธรรมสังเวช

“ไม่เคยเหม็นอะไรเท่านี้” ก๊กสามกรมพูดดังๆพลางทำท่าผู้ดีตีนแดงเอาสไบมาปิดจมูกก็เปิดให้เห็นนมเจ้านางทั้งสามคู่เคล้าคล้อยลอยกระเพื่อมอยู่ยวบยาบ (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 7. ขวัญเอ๋ย ขวัญมา

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552

เสียงตะลุ่มตุ้มเม้งจากฆ้องกลองวัดมณฑปบนเกาะลอยขาดหายไปแล้ว คงได้ยินแต่เสียงสรวลเสเฮฮากับแม่ลูกเรียกหากันและกันเมื่อตะวันตกดินสิ้นแสงตะวัน

พวกทหารกับพลตระเวนหมวกแดงพากันตรวจยามตามไฟ ส่วนโรงร้านโรงกระท่อมจุดตะเกียงน้ำมันมะพร้าว แต่บางพวกเอาก้อนไต้จุดส่องทางสว่างไสวเปลวไฟโอนเอนไปมาตามแรงลม (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 8. แพผักบุ้ง

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2552

รุ่งขึ้น นางสีตื่นนอนแล้วทำงานตามปกติ รู้สึกขัดยอกที่ล้มลุกคลุกคลานเมื่อวานนี้ไม่มากนัก

“มากับน้ำ” นางสีตอบคำถามลูกสาวที่ช่วยทำแพผักบุ้ง แล้วถามว่าผักบุ้งพวกนี้มาจากไหน ปลูกไว้หรือ “ผักบุ้งมันเป็นพืดเป็นแพมากับน้ำ ข้าก็เอาลำไม้ไผ่ไล่ต้อนมารวมไว้ตลิ่งนี้ แล้วเอาลำไม้ไผ่ขนาบไว้เป็นคอกน้ำ ผักบุ้งมันก็อยู่ในคอกไม่ไหลหนีไปกับน้ำ” (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 9. ซ่องสุมอาวุธ

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2552

ตกบ่ายวันเดียวกับนางสีและโสมลูกสาวดูแพผักบุ้ง ออกญาเมี้ยนต้องเร่งเข้าเฝ้าเจ้านางหงส์หยกตามหมายที่พนักงานรับไปบอก

“พาก๊กสามกรมไปทำอะไรมาหรือเมื่อเย็นวานนี้” เจ้านางหงส์หยกนุ่งโจงถามออกญาขณะนั่งพับเพียบบนตั่งประดับมุก มีสไบพาดปิดนมสองเต้า แต่ไม่มิดหมด แล้วจีบหมากพลูเข้าปากเคี้ยวอย่างขรึมๆ มีนักสนมนางสนองกับบ่าวไพร่พร้อมพรั่ง แล้วยังมีเจ้าแมงเม่าธิดากรมพระราชวังบวร เกิดแต่หม่อมแมงมุม นั่งเฝ้าอยู่ด้วยช่วยงานสารพัด (เพิ่มเติม…)

กรุงแตก ยศล่มแล้ว 10. มโนห์รา

เรื่องแต่งอิงพงศาวดาร

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2552

“หมู่นี้บ้านเรามีแต่เรื่องร้ายๆ” ขุนศรีศรัทธาพูดกับลูกหลานพี่น้องชานกำแพงพระนครตรงป้อมมหาไชย “ต้องเล่นละครเลี้ยงผีกลางบ้านปัดรังควานผีร้าย จะได้มีเรื่องดีๆบ้าง”

บ้านหมายถึงเรือนเป็นหลังๆมีหลายหลัง หรือโรงกระท่อมเรียงรายเป็นหมู่ๆอยู่ด้วยกัน  บางทีก็เรียกหมู่บ้าน ถ้าสิ่งปลูกสร้างเป็นหลังๆเรียกเรือน ไม่เรียกบ้าน (เพิ่มเติม…)