มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553
สุวรรณภูมิ, สุพรรณบุรี,
ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม มาจากไหน?
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553
ลักษณะ“ความเป็นไทย” มีอย่างไร? มาจากไหน? ยังไม่มีใครอธิบาย แล้วบริหารจัดการคำอธิบายให้เป็นที่ยอมรับทั่วไปได้สำเร็จ
กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) อยากเผยแพร่ความรู้เรื่องวัฒนธรรม“ไทย”ผ่านสื่อต่างๆให้เข้าถึงประชาชนได้ง่ายๆ เช่น มารยาทไทย, อาหารไทย, การแต่งกายแบบไทย, ศิลปะการต่อสู้แบบไทย, ฯลฯ เป็นแนวคิดดี (โพสต์ ทูเดย์ ฉบับวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2553 หน้า A4) แต่จะจัดสรรงบฯราว 100 ล้านบาท ทำหนัง เช่น สี่แผ่นดิน, นายขนมต้ม ยังไม่ดี
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2553
“ชนเผ่า” รวมตัวกันเป็น“ชนชาติ” แล้วสมมุติชื่อเรียกตัวเองว่า“คนไทย” ซึ่งใช้เวลายาวนานมากจนนับแน่นอนไม่ได้
ถ้าอยากรู้กระบวนการเคลื่อนไหวปรับตัวเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมจากชนเผ่าเป็นชนชาติถึงคนไทย ให้อ่านหนังสือกว่าจะเป็นคนไทย ของ ดร. ธิดา สาระยา
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553
“สยามจะเป็นอาหารอันโอชะสำหรับฝรั่งเศส”
ข้อความข้างต้นเป็นของนายจูลส์ ฮาร์ม็องด์ (Jules Harmand) กงสุลฝรั่งเศสประจำกรุงสยาม กล่าวไว้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2424 (ในแผ่นดินรัชกาลที่ 5)
แล้วอาจารย์วุฒิชัย มูลศิลป์ นายกสมาคมประวัติศาสตร์ฯ อ้างอิงมาเขียนไว้ในบทนำหนังสือ เบื้องลึกการเสียดินแดน และปัญหาปราสาทพระวิหาร จาก ร.ศ. 112 ถึงปัจจุบัน โดย สุวิทย์ ธีรศาศวัต
ผมยืนเปิดอ่านบทนำในร้านเอเชียบุ๊คส์ ที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ได้ความตรงนี้แค่นั้นก็ซื้อ 1 เล่ม มาอ่านจนหมดทั้งเล่มที่บ้านในซอยบ้านช่างหล่อ จึงได้ความที่อาจารย์วุฒิชัยเขียนบอกอีกว่า (เพิ่มเติม…)
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ขอม หมายถึง เขมร แต่มีผู้พยายามโน้มน้าวด้วยอคติว่าไม่ใช่เขมร แม้อักษรขอมก็เฉไฉไปว่าไม่ใช่อักษรเขมรขึ้นมาอีก
อักษรขอม จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายว่า คือ
อักษรที่มีกำเนิดมาจากอักษรเขมร หรือนัยหนึ่งก็คืออักษรเขมรที่ใช้อยู่ ณ บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยานี้ และมีพัฒนาการของตนเฉพาะพิเศษขึ้นที่นี่.
ชนชาติเขมรที่เป็นชนชั้นปกครองซึ่งมาจากนครธม อาจจะใช้อักษรเขมรแบบนครธมตามยุคสมัยของเขา แต่สำหรับชาวเขมรที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยารวมทั้งชาวไทย ย่อมใช้อักษรของเขาเองตามความเคยชิน วัดต่างๆอันเป็นสถานศึกษาก็ย่อมจะสอนหนังสือขอมหรือเขมรแบบพื้นเมืองของตนสืบทอดกันต่อไป.
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2553
“วัยซน ค้นพิพิธภัณฑ์” เป็นกิจกรรมของ กทม. (กรุงเทพมหานคร) ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติไทย ผ่านพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นของ กทม.
เพื่อ“ปลูกฝังความรักชาติ และเกิดความภูมิใจในประวัติศาสตร์ของชาติ” (โพสต์ ทูเดย์ ฉบับวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2553 หน้า A4)
ผู้ค้นคิดกิจกรรม“วัยซน ค้นพิพิธภัณฑ์” ของ กทม. คงเข้าใจวิปลาสคลาดเคลื่อนขนานใหญ่ ว่าพิพิธภัณฑ์เหล่านั้นจัดแสดงประวัติศาสตร์ของชาติไทย เพราะแท้จริงแล้ว ไม่มี และไม่เคยมี (เพิ่มเติม…)
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2553
บริเวณเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ (ไม่ใช่เกาะรัตนโกสินทร์) ที่ถูกทำลายลงทุกวันด้วยการจราจรถนนราชดำเนิน-สะพานปิ่นเกล้า (ภาพจาก สมุดภาพแห่งกรุงเทพมหานคร 220 ปี. สำนักผังเมืองกรุงเทพมหานคร, 2546.)
เส้นทางสายหลักผ่าเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ คือถนนราชดำเนินกลาง ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่งผลกระทบสภาพแวดล้อมและโบราณสถานเสื่อมโทรมขนานหนัก
ก่อนลงมือสร้างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มีเอกชนกลุ่มหนึ่งแสดงความเห็นคัดค้านรัฐบาลเผด็จการทรราชครั้งนั้น ว่าไม่ควรสร้าง ด้วยเหตุผลทางสภาพแวดล้อมและศิลปกรรม
เพราะนอกจากต้องปิดคลองคูเมืองเดิมตรงท่าช้างวังหน้าแล้ว ยังดึงดูดรถนานาชนิดจากที่ต่างๆให้ใช้เส้นทางผ่าเมืองประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ข้ามไปฝั่งธนบุรี เท่ากับทำลายมรดกเหล่านั้นทีละน้อยๆทุกวัน ในที่สุดจะรักษาไว้ไม่ได้ (เพิ่มเติม…)
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันอังคารที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2553
“ประชาคมอาเซียน” จะสำเร็จได้จริงก็ต่อเมื่อทุกประเทศชำระประวัติศาสตร์แห่งชาติของตนให้มีลักษณะประวัติศาสตร์รัฐประชาชาติ แล้วปัญหาประเภทปราสาทพระวิหารก็จะลดความรุนแรงลงเองจนไม่มีอีกต่อไป
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553
“ขอมไม่ใช่เขมร—เป็นคนละพวกกับเขมร” เสียงตะโกนโพนทะนาปลุกระดมเพียงเพื่อจะบอกต่อไปว่า บรรดาปราสาทหินทั้งหลายในประเทศไทยเป็นฝีมือการก่อสร้างของขอมทั้งนั้น ฉะนั้นเป็นสมบัติของขอม ไม่ใช่ของเขมร
อย่างนี้เป็นความคิดสุดโต่ง—สุดขั้วของนักศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์โบราณคดีรุ่นก่อน พ.ศ. 2500 แล้วปะทุขึ้นใหม่ทุกครั้งที่มีปัญหาขัดแย้งทางการเมืองกับเขมร-กัมพูชา
ล่าสุดมีความขัดแย้งเรื่องปราสาทพระวิหาร ก็มีเสียงดังอย่างนี้ขึ้นอีกเหมือนแต่ก่อน ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม และยังดังลั่นทุกวันนี้
ความคิดสุดโต่ง—สุดขั้วว่า“ขอมไม่ใช่เขมร—เป็นคนละพวกกับเขมร”นี้ จิตร ภูมิศักดิ์ บอกว่าเป็นปฏิกิริยาตอบโต้เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสนักล่าเมืองขึ้น ที่แต่งหนังสือระบุว่าอาณาเขตกัมพูชามีเข้ามาถึงภาคกลางและภาคอีสานของไทย (ข้อเท็จจริงว่าด้วยชนชาติขอม ของ จิตร ภูมิศักดิ์ สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ. 2547 หน้า 152) (เพิ่มเติม…)