หมวดหมู่ ‘ทั่วไป’

สุวรรณภูมิ สังคมวัฒนธรรม มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

รายงานโดย

ปรับปรุงจากหนังสือ

Walking Tour ทอดน่องท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์การเมืองไทย

โดย นิภาพร รัชตพัฒนากุล และ เทอดพงษ์ คงจันทร์

สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548 (เพิ่มเติม…)

“มนุษยศาสตร์” ตายแล้ว “ศิลปศาสตร์”(ที่แท้) ยังไม่เกิด

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพุธที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553

“มนุษยศาสตร์ตายแล้ว” เป็นหัวข้อสนทนาและเสวนาอย่างหงอยๆเหงาๆราว 4-5 ปีที่แล้ว ในที่สุดก็ค่อยๆหายไปในความเงียบ(ของสุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือเปล่าไม่รู้?) ไม่มีใครพูดถึงอีก ถ้าจะมีก็มักพูดว่า“มนุษยศาสตร์ตายแล้ว—จริงๆ”

ประวัติศาสตร์โบราณคดีถูกจัดไว้ในมนุษยศาสตร์ แล้วดูเหมือน“ตายล่วงหน้า”ก่อนมนุษยศาสตร์อื่นๆ คิดดูเอาเองก็แล้วกันขนาดมหาวิทยาลัยอยู่ในเมืองมรดกโลกแท้ๆอย่างสุโขทัย, อยุธยา ยังไม่มีเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทยมาหลายปีแล้ว เพราะผู้มีอำนาจครั้งนั้นยกเลิก แม้ขณะนี้จะมี(เพื่อประจบประแจง) แต่ยังไม่มี

ฉะนั้นชื่อเมืองเพชรบูรณ์ก็เป็นพืชปุระ หมายถึงเมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร(ข้อเขียนว่าด้วยเมืองเพชรบูรณ์ โดย บางกอกเกี้ยน ในมติชน ฉบับ วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2553 หน้า 21)โดยไม่มีที่มาที่ไป ไม่มีพยานหลักฐานแสดงแทนที่จะเป็น“พัชรปุระ”(พัชระ ตรงกับ วัชร, วชิร)หมายถึงเพชรนิลจินดาแร่ธาตุมีค่า ซึ่งเป็นชื่อศักดิ์สิทธิ์ ยกย่อง ไม่จำเป็นต้องมีเพชรจริงๆ สอดคล้องกับชื่อสุวรรณภูมิ(แผ่นดินทอง)

เมืองเพชรบูรณ์อยู่บนลุ่มน้ำป่าสัก มีแม่น้ำป่าสักไหลจาก จ. เลย ลงทางทิศใต้ผ่าน จ. เพชรบูรณ์, จ. ลพบุรี, จ. สระบุรี, ลงรวมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ. อยุธยา

มีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว พบหลักฐานทางโบราณคดีเต็มไปหมด มีเมืองศูนย์กลางแห่งแรกอยู่เมืองศรีเทพ คุมเส้นทางคมนาคมการค้าระหว่างสองฝั่งโขงกับอ่าวไทย ทำให้เติบโตมั่งคั่งและมั่นคงมาก ทำให้เกิดรัฐทวารวดีที่ลพบุรี หนุนให้มีรุฐสุโขทัยกับเมืองเพชรบูรณ์ (เพิ่มเติม…)

ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย “วรรณคดี” เป็นหลักฐาน “ประวัติศาสตร์สังคม”

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553


“เรียนรู้อดีต รับใช้ปัจจุบัน สร้างสรรค์อนาคต” เป็นที่รู้กันดีในประเทศทุนนิยมก้าวหน้า เช่น ฮอลลีวู้ด(อเมริกา), โอชิน(ญี่ปุ่น), แดจังกึม(เกาหลี), สามก๊ก(จีน), กำลังภายใน(ฮ่องกง, ไต้หวัน) แม้กระทั่งนาร้าย-นารายณ์(อินเดีย)

เพราะประเทศเหล่านี้เข้าใจดีว่าความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดี วรรณคดีเพลงดนตรีดั้งเดิม มีพลังมหาศาลผลักดันให้เกิดงานสร้างสรรค์, และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ในนาม Creative Economy, Creative City, Creative Thailand

ยกเว้นประเทศไทย

มีกรณีตัวอย่างในกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อข้าราชการหัวนอกหัวหงอกหัวดำหัวเถิกหัวล้านพวกหนึ่ง “กึ่งดิบกึ่งดี” คิดว่าตัวเองเป็นฝรั่ง แต่หน้าลาว วางตนเป็น“อำมาตย์” ผู้มีอำนาจสั่งการว่างานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ต้องเป็นเรื่องสมัยใหม่เท่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับงานประวัติศาสตร์โบราณคดี วรรณคดี เพลงดนตรีไทยและสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์

ผลคืองานศิลปกรรมร่วมสมัยของไทยมักลอกแบบจากแม็กกาซีนทางศิลปะทั้งของฝรั่ง, ญี่ปุ่น, จนถึงเกาเหลาเกาหลี ไม่มีตัวตนของตนที่แท้จริง เพราะไม่รู้จักตัวเอง

ศิลปินร่วมสมัยของไทยจำนวนไม่น้อยพากันแสดงออกอย่างผิวเผิน และเป็น“ทัวริสม์” เหมือนกิจกรรมทำเทียมในสยามสมาคม กับศูนย์มานุษยวิทยา แล้วทำกร่างอวดฝรั่งสร้างราคาด้วยรูปแบบที่ไม่มีเนื้อหา แต่ตกเป็นเหยื่อกิมจิ-แดจังกึมของเกาหลีที่มีกึ๋นมากกว่า เพราะ“เรียนรู้อดีต รับใช้ปัจจุบัน สร้างสรรค์อนาคต”ด้วยประวัติศาสตร์สังคมและวรรณคดี เพลงดนตรีดั้งเดิมของตน (เพิ่มเติม…)

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ.2553

“มรดกชิ้นเอก” อายุ 2,500 ปีมาแล้ว ของ ต. ท่าน้ำอ้อย อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์

download เอกสาร

เสวนา ประชาพิจารณ์ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมืองบน บ้านโคกไม้เดน

adkokmaiden

เมืองบน โคกไม้เดน ต. ท่าน้ำอ้อย อ. พยุหคีรี จ. นครสวรรค์

kokmaidencover

download:  1  2  3

Under Construction

เมืองบนกับบ้านโคกไม้เดน

ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ยุคทวารวดีเกือบ 1,500 ปีมาแล้ว

ที่ตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์

คอลัมน์สุวรรณภูมิ สังคมวัฒนธรรม หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2552

ปรับปรุงใหม่จากงานเรียบเรียงของ ธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในหนังสือโบราณวัตถุสมัยทวารวดีแห่งใหม่ และ รายงานการขุดค้นโบราณวัตถุสถาน ณ บ้านโคกไม้เดน อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ กรมศิลปากรจัดพิมพ์เผยแพร่ พ.ศ. 2508

tv-1

ณ ตำบลท่าน้ำอ้อย อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ มีหมู่บ้านติดต่อใกล้เคียงกันหนาแน่นหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านโคกไม้เดน, บ้านท่าน้ำอ้อย, บ้านหางน้ำบ้านบน, บ้านหางน้ำหนองแขม ฯลฯ

ณ บริเวณหมู่บ้านโคกไม้เดน, หางน้ำบ้านบน และท่าน้ำอ้อยนั้น ได้พบโบราณสถานและพบบริเวณคูเมืองเก่าอยู่ใกล้วัดบ้านบน ระหว่างถนนพหลโยธินและวัดพระปรางค์เหลือง

เมื่อสอบถามชาวบ้านดู ก็ได้รับบอกไปตามชื่อหมู่บ้านและวัดว่า “เมืองบน” (เพิ่มเติม…)