มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2560

 

บางหลวง

แรกคือคลองด่าน

ปัจจุบันคลองบางกอกใหญ่

 

          คลองบางหลวง คืออีกชื่อหนึ่งของคลองบางกอกใหญ่ ตามความเข้าใจทั่วไปของคนปัจจุบัน

          แต่ในสมัยแรกๆ คลองบางหลวง คือ คลองด่าน ครั้นหลังจากนั้นจนทุกวันนี้คลองบางหลวงมีความหมายขยายพื้นที่จากคลองด่านเป็นคลองบางกอกใหญ่ทั้งสาย โดยไม่เกี่ยวข้องอีกเลยกับคลองด่าน

 

คลองบางหลวง คือ คลองด่าน

          คลองบางหลวง สมัยแรกสุดคือคลองด่าน ไม่พบหลักฐานว่ามีครั้งไหน? เพียงเชื่อกันว่าน่าจะเรียกแล้วตั้งแต่ยุคอยุธยา

          [คลองด่าน เป็นคลองสาขาแยกจากคลองบางกอกใหญ่ (แม่น้ำเดิม) ตรงวัดปากน้ำ มีด่านสำหรับตรวจเรือผ่านไปมา จึงเรียกคลองด่าน เป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำท่าจีน (มหาชัย สมุทรสาคร)]

          มีบอกในหนังสือจดหมายเหตุของหมอบรัดเลย์ พิมพ์ในแผ่นดิน ร.4 ว่า

          “คลองที่ด่านตั้งอยู่เดี๋ยวนี้นั้น เป็นคลองเดิมโบราณ คลองนั้นแลชื่อว่าคลองบางหลวงแท้”

          [คำบอกเล่านี้พบใน หนังสือจดหมายเหตุ THE BANGKOK RECORDER, March 1st 1865 (จ.ศ. 1227) พ.ศ. 2408 หน้า 68]

          ตรงนี้มีพยานสนับสนุนอยู่ในงานสุนทรภู่ เมื่อแต่งนิราศเมืองเพชร (ปลายแผ่นดิน ร.3) ตอนนั่งเรือเข้าคลองบางกอกใหญ่ ผ่านสถานที่ต่างๆ แล้วเลี้ยวเข้าคลองด่านย่านคนจีนเลี้ยงหมู ยังเรียกตามประสบการณ์ว่าคลองบางหลวง มีกลอนนิราศพรรณนาว่า “ถึงบางหลวงล่วงล่องเข้าคลองเล็ก ล้วนบ้านเจ๊กขายหมูอยู่อักโข”

          [คลองด่านที่เรียกบางหลวง สมัยก่อนๆ เป็นย่านคนจีนเลี้ยงหมู แล้วสร้างวัดในชุมชนเรียกวัดหมู (บางทีเล่ากันว่าเศรษฐีจีนชื่อ อู๋ เพี้ยนเป็นหมู) ต่อมาเจ้าจอมน้อย ยุค ร.3 ปฏิสังขรณ์ถวายได้นามพระราชทานว่าวัดอัปสรสวรรค์]

          ทำไมเรียกคลองด่านว่าคลองบางหลวง? ยังค้นไม่พบคำอธิบายตรงๆ

          จึงชวนให้สงสัยว่าเหตุที่เรียกบางหลวง น่าจะเพราะบริเวณนั้นตั้งแต่ปากคลองด่านถึงวัดบางยี่เรือเป็นตลิ่งเวิ้งน้ำกว้างใหญ่มาก แต่พ้นไปเป็นท้องแม่น้ำทั้งหมด จนถึงวัดกัลยาณ์ก็เป็นท้องน้ำ เพิ่งทับถมเป็นดอนขึ้นสมัยหลัง แล้วสร้างวัดสมัย ร.3

          คลองบางกอกใหญ่ไม่ใช่คลองบางหลวง ครั้งนั้นหนังสือราชการจึงไม่เรียกคลองบางกอกใหญ่ว่าคลองบางหลวง แต่จะเรียกคลองบางหลวงตั้งแต่ด่าน แล้วเลี้ยวไปข้างวัดปากน้ำ (ซึ่งก็คือคลองด่านนั่นเอง) มีบอกในหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ ดังนี้

          “ในกระบวนราชการแล้ว เคยบาดหมายเพดทูลว่าบางกอกใหญ่เสมออยู่, ไม่ใช้บางหลวงเลย”, “ใช้ว่าคลองบางหลวงตั้งแต่ด่าน เลี้ยวเข้าไปข้างวัดปากน้ำ นอกนั้นออกมายังคงเป็นบางกอกใหญ่”

          พบหลักฐานสนับสนุนในโคลงนิราศนรินทร์ ของ นายนรินทรธิเบศร์ (อิน) แต่งสมัย ร.2 เรียกอย่างเป็นทางการว่าคลองบางกอก (ใหญ่) ไม่เรียกคลองบางหลวง ว่า “มาคลองบางกอกกลุ้ม กลางใจ”

          เอกสารสมัยปลายอยุธยา เช่น เพลงยาวหม่อมพิมเสน พรรณนาเป็นกลอนเมื่อนั่งเรือผ่านเข้าคลองก็เรียกคลองบางกอกใหญ่ (ไม่เรียกบางหลวง) ว่า “พลกรรเชียงเขาก็ตีกรรเชียงคล่อง ลอยล่องเข้าคลองบางกอกใหญ่”

 

คลองบางกอกใหญ่ แคบเป็นคลองบางหลวง

          คลองบางหลวง ยุคหลังต่อมาถูกคนทั่วไปเรียกโดยขยายพื้นที่ออกจากคลองด่านรวมถึงคลองบางกอกใหญ่ที่แคบลง อันมีเหตุไม่น้อยกว่า 2 อย่าง ได้แก่

          (1.) ตะกอนโคลนตมถมทับตามธรรมชาติของแม่น้ำลำคลองคดโค้ง (รูปเกือกม้า) (2.) ตลิ่งสองฝั่งคลองถูกรุกล้ำโดยบ้านเรือนของผู้คนหลายชนชั้น

          มีบอกในหนังสือจดหมายเหตุ บางกอกรีคอร์เดอร์ จะคัดมาดังนี้

          “ลำบางกอกใหญ่นั้นแต่เดิมก็ใหญ่โตเท่ากับคลองบางกอกน้อย, แต่เพราะตั้งอยู่ใกล้เมืองธนบุรี, คนสร้างเหย้าสร้างเรือนลงมามากปักถมที่ทางออกมา, ก็ทำให้แคบไป.”

          “ราษฎรเห็นว่าเล็กกว่าลำบางกอกน้อย ไม่ควรจะเรียกว่าบางกอกใหญ่ เห็นว่าเท่ากับลำบางหลวงเสียแล้ว ก็เรียกว่าคลองบางหลวงเสียทีเดียว”

          ถ้าจริงตามบันทึกนี้ ชื่อคลองบางหลวงขยายออกจากคลองด่านตั้งแต่ก่อนแผ่นดิน ร.1 เพราะพระยาตรังแต่งนิราศตามเสด็จทัพลำน้ำน้อย (คราว ร.1 ยกทัพไปตีเมืองทวาย พ.ศ. 2330) โคลงดั้น (บท 17) พรรณนาขบวนเรือรบเข้าคลองบางกอกใหญ่ แต่เรียกบางหลวง ผ่านวัดต่างๆ ก่อนเลี้ยวเข้าคลองด่าน ดังนี้

          บางหลวงคลองน้ำวิ่ง               วนวง

          ขนานขนัดแพพวนเหนี่ยว             หน่วงฝั่น

 

เกร็ดความทรงจำเกี่ยวข้องพระเจ้าตาก

          คลองบางหลวง ที่ได้ชื่ออย่างนั้นยังตกค้างมีในความทรงจำของคนชั้นนำยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ว่าเกี่ยวข้องพระเจ้าตากประทับในวังหลวงกรุงธนบุรี (ปัจจุบันเรียกภาษาปากว่าวังเดิม) มีบันทึกในหนังสือจดหมายเหตุ บางกอก รีคอร์เดอร์ จะคัดมาดังนี้

          “ที่เรียกว่าคลองบางหลวงนั้น, เรียกเมื่อแผ่นดินพระเจ้าตาก, เพราะพระเจ้าตากไปตั้งวัง…, คนก็เรียกว่าวังหลวง”

          “ก็ในคลองนั้นเจ้าตากให้ไปไล่บ้านราษฎรเป็นอันมากเอาเป็นที่หลวง, ประทานขุนนางแลเจ้านายในแผ่นดินนั้น. แลคนจะเดินเรือทางนั้นก็ต้องระวังตัวต่างๆ, คนจึงเรียกว่าคลองหลวง บางหลวงไป, เพราะเป็นคลองริมวังหลวง.” “เหมือนกับจีนแต้จิ๋วในแผ่นดินนั้น คนเรียกว่าจีนหลวง, เพราะเป็นเมืองเดียวฤๅพวกเดียวกันกับเจ้าตาก.”

          ทั้งหมดที่ยกมาเรื่องพระเจ้าตาก เป็นคำบอกเล่า อย่าทึกทักเป็นจริงตามนี้ทั้งหมด แต่ก็สอดคล้องกับช่วงเวลาที่เรียกคลองบางหลวง

คลองบางกอกใหญ่ หรือคลองบางหลวง มีผู้จำได้ว่ารูปนี้บริเวณตลาดพลู ก่อนจะเลี้ยวเข้าคลองภาษีเจริญ (ภาพเก่า)

สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านบางหลวง ปากคลองบางกอกใหญ่ เห็นพระปรางค์วัดอรุณ และเรือนแพเรียงราย