มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม 2560

 

งานศพ (17)

 

“งันเฮือนดี” ทำขวัญงานศพ

มีสนุก ยุคแรกอุษาคเนย์

 

           เมื่อมีคนตาย คนยุคแรกอุษาคเนย์เชื่อกันว่าเป็นเพราะขวัญหาย บรรดาญาติพี่น้องเพื่อนบ้านในชุมชนท้องถิ่นต้องร่วมกันมีพิธีทำขวัญเพื่อเรียกขวัญและส่งขวัญ สมัยหลังสืบต่อมาเรียกว่า งันเฮือนดี

           ทำขวัญมี 2 ตอน ดังนี้

           ตอนแรก พิธีเรียกขวัญ เพื่อเรียกขวัญคืนร่างให้ฟื้นเป็นปกติ

           ตอนหลัง พิธีส่งขวัญ เพื่อส่งขวัญที่เป็นผีขวัญไปสิงสู่อยู่รวมกับผีบรรพชน

           ทั้งตอนแรกและตอนหลังไม่กำหนดจำนวนวันทำขวัญ จึงมักมีหลายวันต่อเนื่องกัน เป็นเดือนก็มี เป็นปีก็ได้

ทำขวัญ งันเฮือนดี มีสนุก ยุคแรกอุษาคเนย์ ทำอย่างไร? ไม่เคยพบหลักฐาน จึงคาดคะเนว่าน่าจะมีการละเล่นดังพบบนหน้ากลองทองมโหระทึก ราว 2,500 ปีมาแล้ว เพราะเข้ากันได้กับงันเฮือนดีที่ทำสืบเนื่องถึงสมัยหลังๆ ตามบันทึกในเอกสาร [จำลองจากรูปหน้ากลองทองมโหระทึก พบที่เวียดนาม]

คำเรียกขวัญ ส่งขวัญ

           คำเรียกขวัญ ใช้ขับลำทำขวัญงานศพ เริ่มต้นด้วยคำบอกเล่ากำเนิดโลกและมนุษย์ ต่อด้วยประวัติบ้านเมืองต่างๆ เป็นความเรียงร้อยแก้วสลับคำคล้องจอง พบแทรกในตอนต้น พงศาวดารล้านช้าง และมีใน เล่าความเมือง และ ความโทเมือง 

           [บทความ “ความโทเมือง จากเมืองหม้วย” ของ เจมส์ อาร์. แชมเบอร์เลน (James R. Chamberlain) พิมพ์ครั้งแรกในวารสารรวมบทความประวัติศาสตร์ ฉบับ 8 (กุมภาพันธ์ 2529) อ้างไว้ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ไทดำ : รากเหง้าวัฒนธรรม-สังคมไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ ยุกติ มุกดาวิจิตร พิมพ์ครั้งแรก โดย สำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ. 2557]

           ยังมีร่องรอยเค้ามูลอยู่ในบทเรียกขวัญของไทดำ สุมิตร ปิติพัฒน์ (ศาสนาและความเชื่อไทดำ พ.ศ. 2545 หน้า 89) พบว่าปัจจุบันเรียก บทสวดส่งผี มีโครงสร้างสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่

           ส่วนที่ 1 เรียกผีขวัญกลับ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในป่า บนบก ในน้ำ ขอให้ผีขวัญกลับเรือน และบอกให้ผีขวัญรู้สึกตัว

           ส่วนที่ 2 บอกทางผีขวัญไปเมืองฟ้า ว่าไปทางไหน? ผ่านอะไร? ต้องทำยังไง? ฯลฯ

           หมอผี หรือ หมอขวัญ ต้องสวดส่วนที่ 1 นานหลายวันหลายคืน เพื่อเรียกผีขวัญ แต่จะนานขนาดไหนขึ้นอยู่กับเครือญาติพี่น้องกำหนด ครั้นนานมากจนเห็นว่าขวัญไม่กลับถาวรแล้ว จึงสวดส่วนที่ 2

           ทางอีสานเรียกกิจกรรมความเชื่ออย่างนี้ว่างันเฮือนดี

 

งันเฮือนดี

           งานศพตามประเพณีลาวในอีสานเรียกงันเฮือนดี มีการละเล่นสนุกสนานอย่างยิ่ง เช่น เล่านิทานโดยอ่านจากหนังสือผูกใบลานเป็นทำนอง (เรียก อ่านหนังสือ), เล่นดีดสีตีเป่าร้องรำทำเพลง ขับลำคำกาพย์กลอน กับเล่นว่าเพลงโต้ตอบ ฯลฯ มีบอกในวรรณกรรมอีสานเรื่ีองสังข์ทองว่า

           ฝูงเคยเหล้นตีตะโพน          พิณพาทย์

           ขับแข่งฮ้องโคลงฟ้า            กาพย์สาร

           [สรุปจากสารานุกรมภาษาอีสานฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2532 หน้า 158]

           งันเฮือนดี หมายถึง งานฉลองมีสนุกสนานอย่างยิ่งด้วยการละเล่นเป็นมโหสพคบงันอึกทึกครึกโครม

           งัน หมายถึง งานฉลองสนุกสนานอย่างยิ่ง ไม่ใช่งานอาชีพในชีวิตประจำวัน เช่น หุงข้าว, ทำนาทำไร่ ฯลฯ

           [มโหสพคบงัน กลายคำจาก มหรสพ หมายถึง การละเล่นหลายอย่างในงานฉลอง]

           เฮือนดี น่าจะกลายจาก เรือนผี หมายถึงเรือนที่มีคนตาย เพราะขวัญหาย

 

มโหสพคบงัน

           งันเฮือนดี มีมโหสพคบงันสนุกสนานอย่างยิ่ง มีคำอธิบายของพระโพธิวงศาจารย์ (ติสโส อ้วน) จะคัดมาโดยปรับย่อหน้าใหม่ให้อ่านง่าย ดังนี้

           “ที่บ้านของผู้ตายนั้นตั้งแต่วันที่ตายไป ตอนกลางคืนมีผู้คนที่รู้จักรักใคร่แลวงศาคณาญาติ พร้อมทั้งเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงมางันกันเรียกว่างันเรือนดี (คือคนมาประชุมช่วยพร้อมกัน) ——-

           หญิงสาวชายหนุ่มก็มาพูดหยอกเย้ากันในงานนี้ ผู้ที่เป่าแคนเปนก็เอาแคนมาเป่าเล่นหมอลำ พวกที่อ่านหนังสือเปนก็หาหนังสือเรื่องคำกลอนโบราณมาอ่าน เช่นเรื่องสังข์ศิลป์ไชย เรื่องการะเกษ เหล่านี้เปนต้น

           แลมีการเล่นอีกหลายอย่าง เช่นหมากหาบ (หมากแยก) เสือกินหมู (เสือกินวัว) หมากเกิ้งตะเวน (เสือตกถัง) หมากแก้งขี้ช้าง (ทอดไม้) พวกของเล่นเหล่านี้มีชอบเล่นอยู่ในพวกหญิงสาวชายหนุ่ม ถ้าใครแพ้ชนะกันมักมีทุบตีหยอกเย้ากันในหมู่คณะหญิงสาวชายหนุ่ม ถ้าคนที่มีอายุแล้วหันไปฟังหนังสือที่เขาอ่าน

           การงันเรือนดีชนิดนี้นับตั้งแต่วันที่ตายไป บางทีมีจนถึงวันนำศพไปเผาหรือฝัง ถ้าเปนผู้ที่ตระกูลเชื้อวงศ์มีบันดาศักดิ์ อย่างมากงันกันตั้งเดือนอย่างน้อยก็ 3 วัน 5 วัน 7 วัน ตามฐานานุรูปของคนพื้นเมือง เมื่อนำศพไปเผาหรือฝังเสร็จแล้ว กลับมาต้องทำบุญเรือน สวดมนต์เย็น 3 วัน รุ่งขึ้นฉันเช้า

           ในระหว่าง 3 วัน ที่สวดมนต์นั้น มีงันเรือนดีเหมือนกัน”

           [ลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ 18 ตอนที่ 3 ว่าด้วยประเพณีของชนชาวมณฑลอีสาน โดย พระโพธิวงศาจารย์ (ติสโส อ้วน) เรียบเรียง พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2469]

 

งานศพ มีสนุก

           งานศพมีการละเล่นสนุกเฮฮา เป็นประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มชนในภูมิภาคอุษาคเนย์ พระโพธิวงศาจารย์ (ติสโส อ้วน) อธิบายวิธีจัดการศพผู้ไท (หรือไทดำ, ลาวโซ่ง) จะคัดมาโดยปรับย่อหน้าใหม่ให้อ่านง่าย ดังนี้

           “ถ้าผู้ตายมีบุตร์เขย ในเวลากลางคืนต้องมีการกระทบสาก วิธีนี้จะเว้นเสียมิได้ คือมีสาก 7 คู่ จับกระทบกันแล้ว ลูกเขยทุกคนเต้นไปตามระหว่างสาก ถ้าเต้นไม่ดีสากถูกขา ถ้าเต้นไม่เปนต้องจ้างคนเต้นแทน ต้องเต้นทุกๆ คืนจนกว่าจะนำศพออกจากบ้าน นอกจากนี้ก็มีหมอลำหมอแคน เล่นกันสนุกสนานครึกครื้นเฮฮา

           การนำศพไปเผาหรือฝัง ถ้าเปนผู้มีตระกูลหรือมีทรัพย์สมบัติ มักมีพระสงฆ์นำหน้าศพ และมีสวดอภิธรรมไปตามทาง นอกจากนี้ก็มีหมอลำหมอแคนเล่นกันเฮฮาไปตามทาง”

           [ลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ 18 ตอนที่ 1 ว่าด้วยชนชาติภูไทย และชาติญ่อ โดยพระโพธิวงศาจารย์ (ติสโต อ้วน) เรียบเรียง พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2469]