มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม 2560

 

งานศพ (12)

แหล่งฝังศพยุคดั้งเดิม

ลานกลางบ้าน และใต้ถุนเรือน

 

          เมื่อมีคนตายซึ่งเชื่อว่าขวัญหาย บรรดาญาติพี่น้องและคนในชุมชนต้องร่วมกันทำพิธีเรียกขวัญ ด้วยหวังว่าขวัญจะคืนร่างเดิม แล้วฟื้น

          นานหลายวันจนเริ่มเน่า จึงเอาศพฝังดินรอขวัญ พร้อมสิ่งของเครื่องใช้เตรียมไว้เหมือนครั้งมีชีวิตจะได้ใช้สอยเมื่อฟื้น

          กระทั่งเนื้อหนังผุเปื่อยเหลือแต่กระดูก ก็พากันขุดกระดูกล้างน้ำให้สะอาดบรรจุภาชนะดินเผา แล้วทำพิธีฝังอีกครั้ง เรียกพิธีฝังศพครั้งที่สอง

          แหล่งฝังศพอยู่บริเวณลานกลางบ้านหรือใต้ถุนเรือน ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์

 

ลานกลางบ้าน

          ลานกลางบ้านเป็นที่ฝังศพตระกูลหมอผีหัวหน้าเผ่า เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ใช้ทำพิธีเลี้ยงผีบรรพชน และพิธีกรรมอื่นๆ ทั้งปี เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์เจริญพืชพันธุ์ธัญญาหาร

          จึงเป็นศูนย์กลางของหน่วยทางการเมืองการปกครองยุคดึกดำบรรพ์ เชื่อกันว่าเป็นที่สิงสู่ของหมู่ขวัญบรรพชน ซึ่งจะรวมพลังกันปกป้องคุ้มครองเผ่าพันธุ์ให้มั่นคงและพ้นโรคภัย

          เมื่อรับศาสนาจากอินเดียมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองการปกครอง ทั้งฝ่ายพราหมณ์และพุทธต่างต้องยอมรับนับถือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนพื้นเมืองที่นับถืออย่างแข็งแรงสืบมาแต่ดั้งเดิม มิฉะนั้นก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ จึงสร้างสถูปเจดีย์ครอบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เช่น วัดชมชื่น (จ. สุโขทัย), ปราสาทพนมวัน (จ. นครราชสีมา) ฯลฯ

ใต้ถุนเรือน เป็นที่ฝังศพดึกดำบรรพ์ 2,500 ปีมาแล้ว วาดจากจินตนาการของนักโบราณคดีนานาชาติ
(ซ้าย) เรือนเสาสูง มีใต้ถุนเป็นที่ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ตีหม้อ, ทอผ้า, เลี้ยงวัวควาย, หุงข้าว ฯลฯ และเป็นที่ฝังศพของคนในเรือน นักโบราณคดีขุดพบทั้งโครงกระดูกและเศษภาชนะดินเผาเป็นชิ้นส่วน รวมทั้งกระดูกสัตว์และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ กระจัดกระจายคล้ายกองขยะ ที่บ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี
(ขวา) เรือนเสาสูง ขุดพบที่บ้านหนองแช่เสา ต. หินกอง อ. เมืองฯ จ. ราชบุรี

 

ใต้ถุนเรือน

          งานศพ มีที่บ้านคนตาย (ยังไม่มีวัด เพราะยังไม่รับศาสนาจากอินเดีย แม้มีวัดแล้วในชนบทยังมีพิธีศพในบ้านจนเมื่อไม่กี่ปีมานี้)

          เมื่อเสร็จพิธีเรียกขวัญทุกอย่างแล้ว โดยใช้เวลานานจนเนื้อหนังร่างกายคนตายเน่าขวัญยังไม่กลับมา ต้องเอาศพฝังดิน ก็ฝังใต้ถุนเรือนหรือลานกลางบ้าน ด้วยหวังอีกว่าขวัญจะคืนร่าง จึงทำภาชนะเขียนสีเป็นลายขวัญฝังไปกับศพด้วย (เช่น หม้อลายเขียนสีในวัฒนธรรมบ้านเชียง ขุดพบที่บ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี)

          โดยไม่มีโลงศพ คนดั้งเดิมฝังศพใส่หลุมไว้ใต้ถุนบ้าน ชุมชนบางแห่งฝังศพทับซ้อนบริเวณเดียวกันหลายยุค เพราะอยู่สืบต่อกันมานานหลายยุคหลายสมัย นักโบราณคดีขุดพบทั่วไปโดยเฉพาะภาคพื้นทวีปอุษาคเนย์

          [มีคำอธิบายอีกมากในหนังสือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ของ นายชิน อยู่ดี กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2510 หน้า 26, 35, 39, 53, 57 ฯลฯ]

 

ศพหมอผีหัวหน้าเผ่า

          ศพหมอผีหัวหน้าเผ่าพันธุ์ ฝังไว้ในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์บริเวณใต้ถุนเรือนหรือลานกลางบ้าน

          ดังนั้นโครงกระดูกมนุษย์ราว 3,000-2,500 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีขุดพบบริเวณใต้ถุนเรือน หรือลานกลางบ้าน (หมายถึงกลางหมู่บ้าน) จึงล้วนเป็นโครงกระดูกของตระกูลหัวหน้าเผ่าพันธุ์ เพราะมีสิ่งของมีค่าที่ทำด้วยเทคโนโลยีสูงจำนวนมากฝังรวมอยู่ด้วย (คนทั่วไปไม่มี) เช่น เครื่องมือโลหะสำริด, เหล็ก ฯลฯ

          ส่วนศพสามัญชนคนทั่วไป เมื่อตายไปก็โยนให้แร้งกาจิกกิน

document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);