มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560

 

งานศพ (9)

 

ส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า

มีหมานำ ต้องไปทางน้ำ

 

          เมื่อนานไปขวัญหายถาวรแล้ว ต้องทำพิธีส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า มีหมานำ ต้องไปทางน้ำ เพื่อรวมกับผีขวัญบรรพชน

          สมัยอยุธยา มีเผาศพตามประเพณีรับจากอินเดีย แต่ยังสืบเนื่องเก็บกระดูกตามคติดั้งเดิม พระบรมอัฐิพระเจ้าแผ่นดินเชิญโดยเรือนาคไปทางแม่น้ำ เพื่อบรรจุในพระสถูปที่กำหนด

          หลังมีพระเมรุมาศ พระบรมศพถูกเชิญโดยราชรถ แต่หัวท้ายราชรถเป็นรูปนาค เป็นสัญลักษณ์หลงเหลือตกค้างจากเรือนาค

 

ส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า

          พิธีสู่ขวัญเป็นข้อความบอกทางผีขวัญ ว่าคนตายต้องล่องเรือแพทางน้ำไปเมืองฟ้า มีร่องรอยเหลืออยู่ในไต-ไท บางกลุ่มของเวียดนามภาคเหนือ

          เริ่มด้วยบอกเล่าประวัติคนตาย ตั้งแต่ปฏิสนธิ กระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วแต่งงานมีลูกมีหลานจนแก่เฒ่าเจ็บไข้ล้มตาย

          จากนั้นเชิญผีขวัญกินข้าวปลาอาหาร เสร็จแล้วออกเดินทางไปเมืองฟ้า ผ่านหมู่บ้านต่างๆ หลายแห่ง แล้วล่องเรือหรือแพไปทางน้ำ อันเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์กับเมืองฟ้า

          [คนไตและลาจีในภาคเหนือของเวียดนาม โดย รองศาสตราจารย์สุมิตร ปิติพัฒน์, รองศาสตราจารย์ ดร. เสมอชัย พูลสุวรรณ, อาจารย์พิเชฐ สายพันธ์ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2544 หน้า 48]

          ส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า ไปทางน้ำ พบหลักฐานโบราณคดีในหลายพื้นที่ มีโลงไม้ใส่ศพรูปร่างคล้ายเรือ ราว 2,500 ปีมาแล้ว ในถ้ำบนเทือกเขาทางพรมแดนตะวันตกของไทย เช่น จ. แม่ฮ่องสอน, จ. กาญจนบุรี ฯลฯ

(ซ้าย) เรือส่งขวัญคนตายขึ้นฟ้าไปทางน้ำ การแต่งกายและท่าทางของผู้โดยสารที่อาจหมายถึงขวัญของคนตาย เพราะมีลักษณะเดียวกับท่าทางและการแต่งศพของคนพื้นเมืองปัจจุบันทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ (ลายเส้นบนภาชนะบรรจุกระดูก อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว พบในถ้ำมานุงกัล ฟิลิปปินส์ จากหนังสือ The Tabon Cave : Archaeological explorations and excavations on Palawan Island by Fox Robert B. Philippines, 1970.)
(ขวา) โลงไม้คล้ายเรือใส่ศพในพิธีกรรมราว 2,500 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีสำรวจและขุดพบบริเวณลุ่มน้ำแควน้อยกับแควใหญ่ จ. กาญจนบุรี และในถ้ำผีแมน อ. ปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอน

 

          น้ำ ในจักรวาลของคนดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว อยู่ระหว่างฟ้ากับดิน ซึ่งเป็นตัวเชื่อมน้ำจากดินขึ้นฟ้า

          จักรวาลของไทดำ (ในเวียดนาม) ประกอบขึ้นอย่างกว้างๆ 3 ส่วน ตามลำดับสูงต่ำ ได้แก่

          เหนือขึ้นไป เป็นเมืองฟ้า ที่อยู่ของแถนและผีขวัญ

          ตรงกลาง เป็นเมืองมนุษย์ เรียกเมืองลุ่ม ที่อยู่ของคนทั้งหลาย

          ล่างลงไป เป็นที่อยู่ของคนแคระและผีนาผีน้ำกับเงือก

          [ปรับปรุงโดยสรุปง่ายๆ จากงานศึกษาค้นคว้าวิจัยของ อ็องรี แมสเปอโร กับคนอื่นๆ ที่อ้างถึงในหนังสือ ประวัติศาสตร์สิบสองจุไท ของ ภัททิยา ยิมเรวัต พ.ศ. 2544 หน้า 230-237]

 

หมานำทางไปเมืองฟ้า

          มากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว คนเชื่อว่าหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ให้กำเนิดคน และหมามีอำนาจพิเศษนำทางผีขวัญของคนขวัญหายไม่คืนร่าง ไปรวมพลังกับผีขวัญบรรพชนที่อยู่บนฟ้านานมาแล้วนับไม่ได้ ขณะเดียวกันหมาก็นำพันธุ์ข้าวจากฟ้าให้คนปลูกกิน

หมานำขวัญของคนตายสู่เมืองฟ้าไปทางน้ำ รูปหมาเหมือนจริง แต่รูปคนไม่เหมือนจริง เพราะต้องการแสดงรูปร่างของบรรพชนที่ตายไปนานแล้ว (ลายเส้นจำลองภาพเขียนสีอายุราว 2,500 ปีมาแล้ว ที่เขาจันทน์งาม อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา)

 

          [มีรายละเอียดอีกมากในบทความเรื่อง “บทบาทของหมาในตำนาน และพิธีกรรมของชาติพันธุ์ต่างๆ ในอุษาคเนย์ โดย ปฐม หงษ์สุวรรณ พิมพ์ในวารสารอักษรศาสตร์ ฉบับนิทาน ตำนาน จินตนาการ ความจริง (โดย ศิราพร ณ ถลาง บรรณาธิการประจำฉบับ) ปีที่ 35 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2549) หน้า 213-241]

          จึงมีรูปหมาในภาพเขียนบนเพิงผาและผนังถ้ำแสดงผีขวัญบรรพชน เช่น ภาพเขียนถ้ำผาลายแทง อ. ภูกระดึง จ. เลย, ภาพเขียนเขาจัันทน์งาม อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา