มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560

 

งานศพ (7)

 

งันเฮือนดี

ต้นแบบรื่นเริงงานศพ

 

สำเนาภาพถ่ายเครื่องมือสำริด ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีลายสลักรูปบุคคลคล้ายหมอแคนหมอขวัญในงันเฮือนดี ขุดพบในหลุมศพที่เวียดนาม

งันเฮือนดี พิธีเรียกขวัญคืนร่างคนตาย ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีหมอแคนกับหมอขวัญขับลำคำเรียกขวัญ แล้วฟ้อนประกอบ ยังทำสืบเนื่องบางแห่งจนปัจจุบันบริเวณลุ่มน้ำโขง (แต่ส่วนมากทำอย่างประเพณีพุทธหมดแล้ว) ลายเส้นจำลองจากลายสลักบนเครื่องมือสำริด (ภาพในล้อมกรอบ) พบที่เวียดนาม

 

          งันเฮือนดี หมายถึงมีการละเล่นรื่นเริงบนเรือนมีคนตาย (ขวัญไม่ตาย)

          พิธีศพของไทดำ สุมิตร ปิติพัฒน์ อธิบายงานศพของไทดำในเวียดนาม ว่าเมื่อคนมีชีวิตตามปกติ ขวัญจะอยู่ในร่างกายของคนตามอวัยวะต่างๆ อย่างครบถ้วน หากขวัญออกจากร่างไปบางส่วน (เมื่อคนตกใจหรือเจ็บไข้) ญาติพี่น้องต้องทำพิธีเรียกขวัญ, สู่ขวัญ ให้กลับเข้าสู่ร่างกายตามเดิม คนนั้นจึงจะหายเจ็บไข้

          ถ้าขวัญไม่กลับเข้าร่าง ความเจ็บป่วยก็ไม่ทุเลา หรือถ้าขวัญออกหมดไปจากร่าง คนก็ตาย

          “หากขวัญออกจากร่างกายจนหมดคนจะตาย แล้วเคลื่อนไหวไม่ได้ตลอดไป”

          ขวัญที่ออกจากร่างจะกลายเป็นผีขวัญ คือไม่มีรูปร่าง จึงมองไม่เห็น แต่อาจทำอะไรบางอย่างได้ที่มีผลกระทบกระเทือนถึงผู้ยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะลูกหลานในครอบครัว

          [ศาสนาและความเชื่อไทดำในสิบสองจุไท สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดย สุมิตร ปิติพัฒน์ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2545 หน้า 106]

 

งันเฮือนดี

          ในประเพณีลาวมีหมอลำหมอแคนเล่นขับลำคลอแคน, มีอ่านหนังสือกาพย์กลอนวรรณกรรม เช่น สินไซ, การะเกด ฯลฯ แล้วมีเล่นต่างๆ เช่น เสือตกถัง ฯลฯ

          [งัน หมายถึง งานมีการละเล่นร้องรำทำเพลงขับลำอึกทึกครึกโครม, เฮือนดี คือ เรือนดี หรือเรือนมีการละเล่นเรียกขวัญ (คนตาย) ให้คืนร่าง]

          [สรุปสาระสำคัญจาก สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน เล่ม 3 หน้า 821-825]

          งานศพตามประเพณีลาวในอีสานมี “มโหสบคบงัน” (มโหสบ กลายจาก มหรสพ, คบงัน แปลว่า ฉลอง, สมโภช, รื่นเริง) เล่านิทานโดยอ่านจากหนังสือผูกใบลานเป็นทำนอง (เรียก อ่านหนังสือ), เล่นดีดสีตีเป่าร้องรำทำเพลง ขับลำคำกาพย์กลอน กับเล่นว่าเพลงโต้ตอบ ฯลฯ มีในวรรณกรรมอีสานเรื่ีองสังข์ทองว่า

          ฝูงเคยเหล้นตีตะโพน            พิณพาทย์

          ขับแข่งฮ้องโคลงฟ้า              กาพย์สาร

          [สรุปจาก สารานุกรมภาษาอีสานฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2532 หน้า 158]

 

อีสาน มีงันเฮือนดี

          งันเฮือนดีหลายวันหลายคืน ถูกปรับเปลี่ยนเป็นสวดอภิธรรมเมื่อหลังรับศาสนาและอารยธรรมจากอินเดีย-ลังกา สืบจนทุกวันนี้ โดยยกศาสนาพุทธมาเคลือบผี เท่ากับผีเป็นหลักการใหญ่ ส่วนพุทธเป็นอุปกรณ์ประกอบ

          เพราะตามประเพณีในอินเดีย ไม่มีสวดอภิธรรมงานศพ “เมื่อมีผู้วายชนม์ก็จะห่อหุ้มศพด้วยผ้าประดับดอกไม้วางบนแคร่ และนำไปประชุมเพลิงทันที” (จากบทความเรื่องพิธีเกี่ยวกับความตายในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู โดย คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ 21-27 ตุลาคม 2559 หน้า 81)

          งันเฮือนดีในอีสาน มีคำอธิบายของพระโพธิวงศาจารย์ (ติสโส อ้วน) จะคัดมาโดยปรับย่อหน้าใหม่ให้อ่านง่าย ดังนี้

          “ที่บ้านของผู้ตายนั้นตั้งแต่วันที่ตายไป ตอนกลางคืนมีผู้คนที่รู้จักรักใคร่แลวงศาคณาญาติ พร้อมทั้งเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงมางันกันเรียกว่างันเรือนดี (คือคนมาประชุมช่วยพร้อมกัน) ——-

          หญิงสาวชายหนุ่มก็มาพูดหยอกเย้ากันในงานนี้ ผู้ที่เป่าแคนเปนก็เอาแคนมาเป่าเล่นหมอลำ พวกที่อ่านหนังสือเปนก็หาหนังสือเรื่องคำกลอนโบราณมาอ่าน เช่นเรื่องสังข์ศิลป์ไชย เรื่องการะเกษ เหล่านี้เปนต้น

          แลมีการเล่นอีกหลายอย่าง เช่นหมากหาบ (หมากแยก) เสือกินหมู (เสือกินวัว) หมากเกิ้งตะเวน (เสือตกถัง) หมากแก้งขี้ช้าง (ทอดไม้) พวกของเล่นเหล่านี้มีชอบเล่นอยู่ในพวกหญิงสาวชายหนุ่ม ถ้าใครแพ้ชนะกันมักมีทุบตีหยอกเย้ากันในหมู่คณะหญิงสาวชายหนุ่ม ถ้าคนที่มีอายุแล้วหันไปฟังหนังสือที่เขาอ่าน

          การงันเรือนดีชนิดนี้นับตั้งแต่วันที่ตายไป บางทีมีจนถึงวันนำศพไปเผาหรือฝัง ถ้าเปนผู้ที่ตระกูลเชื้อวงศ์มีบันดาศักดิ์ อย่างมากงันกันตั้งเดือนอย่างน้อยก็ 3 วัน 5 วัน 7 วัน ตามฐานานุรูปของคนพื้นเมือง เมื่อนำศพไปเผาหรือฝังเสร็จแล้ว กลับมาต้องทำบุญเรือน สวดมนต์เย็น 3 วัน รุ่งขึ้นฉันเช้า

          ในระหว่าง 3 วัน ที่สวดมนต์นั้น มีงันเรือนดีเหมือนกัน”

          [ลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ 18 ตอนที่ 3 ว่าด้วยประเพณีของชนชาวมณฑลอีสาน โดย พระโพธิวงศาจารย์ (ติสโส อ้วน) เรียบเรียง พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2469]

 

เล่นสนุกสนานในงานศพ

          งานศพมีการละเล่นสนุกเฮฮา เป็นประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มชนในภูมิภาคอุษาคเนย์ 

          พระโพธิวงศาจารย์ (ติสโส อ้วน) อธิบายวิธีจัดการศพผู้ไท (หรือไทดำ, ลาวโซ่ง) จะคัดมาโดยปรับย่อหน้าใหม่ให้อ่านง่าย ดังนี้

          “ถ้าผู้ตายมีบุตร์เขย ในเวลากลางคืนต้องมีการกระทบสาก วิธีนี้จะเว้นเสียมิได้ คือมีสาก 7 คู่ จับกระทบกันแล้ว ลูกเขยทุกคนเต้นไปตามระหว่างสาก ถ้าเต้นไม่ดีสากถูกขา ถ้าเต้นไม่เปนต้องจ้างคนเต้นแทน ต้องเต้นทุกๆ คืนจนกว่าจะนำศพออกจากบ้าน นอกจากนี้ก็มีหมอลำหมอแคน เล่นกันสนุกสนานครึกครื้นเฮฮา

          การนำศพไปเผาหรือฝัง ถ้าเปนผู้มีตระกูลหรือมีทรัพย์สมบัติ มักมีพระสงฆ์นำหน้าศพ และมีสวดอภิธรรมไปตามทาง นอกจากนี้ก็มีหมอลำหมอแคนเล่นกันเฮฮาไปตามทาง”

          [ลัทธิธรรมเนียมต่างๆ ภาคที่ 18 ตอนที่ 1 ว่าด้วยชนชาติภูไทย และชาติญ่อ โดยพระโพธิวงศาจารย์ (ติสโต อ้วน) เรียบเรียง พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2469]

 

มหรสพในงานศพของไทย

          งันเฮือนดีในอีสานและในกลุ่มผู้ไท เป็นพิธีกรรมสืบเนื่องจากชุมชนดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว จากนั้นส่งทอดไม่ขาดสายสู่ชุมชนบ้านเมืองปัจจุบัน

          นับเป็นต้นทางงานศพของไทยซึ่งพบทั่วไป แต่ที่สำคัญมีในวรรณกรรมราชสำนักกรุงรัตนโกสินทร์ เช่น อิเหนา, ขุนช้างขุนแผน

          อิเหนา บทละครพระราชนิพนธ์ ร.2 พรรณนาการละเล่นสนุกสนานเฮฮางานพระเมรุที่เมืองหมันหยา

          ขุนช้างขุนแผน แต่งหลัง ร.2  พระพันวษาสั่งประหารชีวิตนางวันทอง แล้วมีงานศพ มีการละเล่นมหรสพหลายอย่าง คนดูทุกชนชั้นสนุกโลดโผนเฮฮา