มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560

 

งานศพ (6)

 

เรียกขวัญหลายวันหลายคืน

เพราะขวัญหาย ไม่คืนร่าง

 

           มหรสพสนุกสนานเฮฮาในงานศพของไทยทุกวันนี้ มีเหตุจากความเชื่อเรื่องขวัญในศาสนาผีหลายพันปีมาแล้วของคนทุกเผ่าพันธุ์ในอุษาคเนย์ ว่า คนตาย ขวัญไม่ตาย แต่ขวัญหายออกจากร่าง แล้วหลงทางกลับไม่ได้ ถ้าเรียกขวัญกลับคืนร่างเหมือนเดิม คนก็ฟื้นเป็นปกติ

           ดังนั้นเมื่อมีคนตาย เครือญาติพี่น้องต้องเชิญหมอผีหมอขวัญขับลำคำคล้องจองทำพิธีเรียกขวัญหลายวันหลายคืน โดยทั้งชุมชนตีเกราะเคาะไม้ประโคมฆ้องกลองปี่ร้องรำทำเพลงเต้นฟ้อนสนุกสนานเฮฮา ส่งเสียงดังกึกก้องให้ขวัญได้ยิน ขวัญจะได้กลับถูกทางตามเสียงนั้น แล้วคืนร่าง

           การละเล่นเรียกขวัญเหล่านี้ เป็นต้นแบบพิธีศพปัจจุบัน เช่น (1) พระสงฆ์สวดอภิธรรม (2) ชาวบ้านสวดคฤหัสถ์ (3) มหรสพและดนตรีปี่พาทย์ต่างๆ

 

การละเล่นเรียกขวัญหลายพันปีมาแล้ว

           ยุคแรกเริ่มมีการละเล่นเรียกขวัญ พบหลักฐานเป็นลายสลักบนขวานสำริด 2 ชิ้น วัฒนธรรมดองซอน อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว ฝังรวมกับสิ่งของอื่นๆ ในหลุมศพที่เวียดนาม

           ลายสลักเป็นรูปหมอขวัญกับหมอแคนขับลำทำท่าฟ้อน กางแขน ย่อเข่า ก้าวขา เป็นสัญลักษณ์พิธีเรียกขวัญคนตายคืนร่างที่ฝังอยู่นั้น (Victor Goloubew, L’ Age du Bronze au Tonkin et dans le Nord-Annam ใน BEFEO : Tom XXIX 1929) คล้ายกับภาชนะเขียนสีรูปขวัญ วัฒนธรรมบ้านเชียง พบในหลุมศพที่บ้านเชียง จ. อุดรธานี

           คำเรียกขวัญ, คำสู่ขวัญ ใช้ขับลำในงานศพ เริ่มต้นด้วยคำบอกเล่ากำเนิดโลกและมนุษย์ ต่อด้วยประวัติบ้านเมืองต่างๆ เป็นความเรียงร้อยแก้วสลับคำคล้องจอง พบแทรกในตอนต้น พงศาวดารล้านช้าง และมีใน เล่าความเมือง และ ความโทเมือง [บทความ “ความโทเมือง จากเมืองหม้วย” ของ เจมส์ อาร์. แชมเบอร์เลน (James R. Chamberlain) พิมพ์ครั้งแรกในวารสารรวมบทความประวัติศาสตร์ ฉบับ 8 (ก.พ. 2529) อ้างไว้ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ไทดำ : รากเหง้าวัฒนธรรม-สังคมไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของ ยุกติ มุกดาวิจิตร พิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม พ.ศ. 2557]

           เรียกขวัญ, สู่ขวัญ ที่หายไปให้คืนร่างกายเดิม ยังมีร่องรอยเค้ามูลอยู่ในบทเรียกขวัญของไทดำ สุมิตร ปิติพัฒน์ (ศาสนาและความเชื่อไทดำ พ.ศ. 2545 หน้า 89) พบว่าปัจจุบันเรียก บทสวดส่งผี มีโครงสร้างสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่

           ส่วนที่ 1 เรียกผีขวัญกลับ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ในป่า บนบก ในน้ำ ขอให้ผีขวัญกลับเรือน และบอกให้ผีขวัญรู้สึกตัว

           ส่วนที่ 2 บอกทางผีขวัญไปเมืองฟ้า ว่าไปทางไหน? ผ่านอะไร? ต้องทำยังไง? ฯลฯ

           หมอผี หรือ หมอขวัญ ต้องสวดส่วนที่ 1 นานหลายวันหลายคืน เพื่อเรียกผีขวัญ แต่จะนานขนาดไหนขึ้นอยู่กับเครือญาติพี่น้องกำหนด ครั้นนานมากจนเห็นว่าขวัญไม่กลับถาวรแล้ว จึงสวดส่วนที่ 2

           ทางอีสานเรียกกิจกรรมความเชื่ออย่างนี้ว่า งันเฮือนดี เป็นต้นแบบหรือต้นทางของมหรสพในงานศพของไทย (ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง) พบในวรรณกรรมต่างๆ ว่า มีปี่พาทย์, โขนละคร, หนังใหญ่, ลิเก, เสภา ฯลฯ

พิธีเรียกขวัญคืนร่างคนตายยุคดึกดำบรรพ์ ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีหมอขวัญกับหมอแคนขับลำคำคล้องจองทำนองง่ายๆ เป่าแคนคลอ แล้วฟ้อนประกอบ (ลายสลักจากเครื่องมือสำริด ขุดพบในหลุมศพที่เวียดนาม)