มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560

 

งานศพ (1)

 

คนตาย เพราะขวัญหาย

ต้องทำพิธีเรียกขวัญนานหลายวัน

: งานศพปัจจุบัน สืบทอดพิธีกรรมหลายพันปีมาแล้ว

 

       งานศพเป็นพิธีกรรมสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของมนุษย์ทั้งโลก

       ในไทยมีงานศพต่อเนื่องยาวนานหลายวันหลายคืน แล้วมีมหรสพร้องรำทำเพลง ดีดสีตีเป่าสนุกสนานด้วยฆ้องกลองปี่ ล้วนเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องขวัญในศาสนาผีของอุษาคเนย์หลายพันปีมาแล้ว

       จะรวบรวมหลักฐานประวัติศาสตร์ โบราณคดี และมานุษยวิทยา เท่าที่หาได้มาตีความและอธิบาย แล้วเรียบเรียงเล่าเรื่องอย่างง่ายๆ ไม่เคร่งครัด ตามลำดับตั้งแต่ต้นจนปลาย เช่น

       ขวัญของคน มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้, เรียกขวัญ เพราะขวัญหาย ต้องทำพิธีนานหลายวันหลายคืน, แหล่งฝังศพ อยู่ใต้ถุนเรือน และลานกลางบ้าน, ส่งขวัญขึ้นเมืองฟ้า มีหมานำ ต้องไปทางน้ำ, เครื่องประโคมงานศพ ปี่ ฆ้อง กลอง ต้นแบบปี่พาทย์, งานศพปัจจุบัน สืบทอดพิธีกรรมหลายพันปีมาแล้ว

       พิธีกรรมยังทำสืบเนื่องจนปัจจุบัน แต่ส่วนปลีกย่อยบางอย่างปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องวิถีชีวิตของสังคมสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม

 

พิธีกรรมในภาพเขียน 2,500 ปีมาแล้ว

       ภาพเขียนถ้ำลายแทง อ. ภูกระดึง จ. เลย น่าจะเป็นงานศพ หรือพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายยุคดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว หรือก่อนมีภาพเขียน

       รูปคนทั้งแบบเงาทึบและแบบโครงร่าง ตั้งใจวาดไม่เข้าสัดส่วนคนจริงยุคนั้น (ทั้งๆ ทำได้) เพราะเจตนาแสดงรูปบรรพชน (สรุปจากเรื่อง “ศิลปะถ้ำและชาวสุวรรณภูมิ” ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ พิมพ์รวมในหนังสือ ประวัติศาสตร์แห่งชาติฯ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2549) ที่ตายไปเป็นผีขวัญสิงสู่อยู่เมืองบนเมืองฟ้า (หรือที่ใดที่หนึ่ง) ซึ่งไกลมากอีกฟากหนึ่งของน่านน้ำกว้างใหญ่

       มีรูปคนแนวนอน น่าจะหมายถึงคนตายที่ขวัญหาย แล้วขวัญไม่คืนร่าง

       หมาเป็นสัตว์นำทางผีขวัญที่เพิ่งตายต้องเดินทางไกลมากไปอยู่กับบรรพชนเมืองฟ้า เพราะผีขวัญใหม่ไปโดดเดี่ยวไม่ถูก

       มีรูปคนทำท่าเป่าเขาสัตว์ หรือเป่าอะไรสักอย่างให้มีเสียงดัง กับมีรูปคนสวมหน้ากากเขาสัตว์และคนอื่นๆ ทำท่าคล้ายร้องรำทำเพลงใน “งันเฮือนดี” พิธีเรียกขวัญคืนร่าง (คนตาย)

       กิจกรรมในภาพเขียนถ้ำลายแทงไม่ยุติแค่นี้ อาจมีผู้อธิบายเป็นอย่างอื่นที่ต่างไปก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพิธีศพเท่านั้น

 

พิธีศพต่างระดับ

       ชุมชนยุคแรกเริ่มเมื่อหลายพันปีมาแล้ว มีคนต่างระดับ ได้แก่ คนตระกูลผู้นำ กับคนธรรมดาสามัญชนทั่วไป พิธีศพจึงมีต่างกัน

  1. พิธีศพตระกูลผู้นำ ได้แก่ หมอผีหัวหน้าเผ่าพันธุ์ มีพิธีกรรมกำหนดกฎเกณฑ์เป็นแบบแผน ในหลุมศพพบโครงกระดูกและเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ จำนวนมากทำจากเทคโนโลยีก้าวหน้า (น่าเชื่อว่าเป็นต้นทางพิธีศพสืบจนปัจจุบัน)
  2. พิธีศพคนทั่วไป ไม่พบหลักฐานเหมือนศพตระกูลผู้นำ เข้าใจว่าทำพิธีเรียกขวัญช่วงเวลาหนึ่งก่อน เมื่อเสร็จแล้วทิ้งไว้กลางทุ่งหรือกลางป่าปล่อยให้แร้งกากินซากศพนั้น

       มีร่องรอยประเพณีอยู่ที่ม่อนนะแฮ้ง [(แฮ้ง คือ แร้ง) อ. แจ้ห่ม จ. ลำปาง] พบกองหินเป็นเนินรูปวงกลม ชาวบ้านเอาศพไปวางบนเนินให้แร้งลงกินเนื้อหนังจนเหลือแต่ซาก ต่อจากนั้นเอาโครงกระดูกไปทำพิธีฝังบริเวณหินตั้ง บนม่อนนะแฮ้ง (จากหนังสือ สร้างบ้านแปงเมือง ของ ศรีศักร วัลลิโภดม สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2560 หน้า 82-83)