มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 7 เมษายน 2560

 

เทศน์มหาชาติ มาจากไหน? (7)

 

เพิ่งมีสมัย ร.5

เพลงประจำกัณฑ์เทศน์มหาชาติ

 

          เพลงประจำกัณฑ์เทศน์มหาชาติ เป็นวัฒนธรรมหลวง น่าจะเริ่มมีเป็นทางการราวยุค ร.5 โดยใครก็ไม่รู้? เพราะไม่มีบันทึกไว้ จึงขอเดาว่าเป็นครูปี่พาทย์ในราชสำนัก

          จากนั้นปรับปรุงประทานโดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ แล้วเป็นที่นิยมทั่วไปในกลุ่มปี่พาทย์ แต่ไม่กำหนดตายตัว เพราะใครจะใช้เพลงต่างไปก็ได้

 

ชาวบ้านไม่รู้จักเพลงประจำกัณฑ์

          เพลงประจำกัณฑ์เทศน์มหาชาติ ที่มักกล่าวกันว่าเป็นสัญญาณให้คนฟังเทศน์รู้ว่าจบกัณฑ์อะไร? แล้วต่อไปจะเป็นกัณฑ์อะไร? จึงไม่จริงอย่างนั้น เพราะไม่เคยมีมาก่อน เพิ่งมีสมัยหลัง และเมื่อมีขึ้นมาคนชาวบ้านทั่วไปก็ฟังไม่รู้เพลงอะไร? ยิ่งบ้านนอกคอกนาป่าดงไกลๆ ยิ่งไม่รู้เรื่องเลย ว่าตรงไหนเพลงอะไร? รู้แต่ว่าต้องมีเพลงประโคมเมื่อพระเทศน์จบกัณฑ์

          คนรู้เพลงปี่พาทย์ประจำกัณฑ์คือคนปี่พาทย์เท่านั้น คนอื่นไม่รู้เรื่องด้วย

          ยุคอยุธยาไม่เคยพบแบบแผนกำหนดเพลงประจำกัณฑ์ แม้สมัย ร.1 ก็ไม่กำหนดตายตัวเพลงประจำกัณฑ์ มีแต่บอกว่าพอพระสงฆ์เทศน์จบกัณฑ์มีประโคมโดยไม่กำหนดเพลง ดังนี้

          “ครั้นจบลงกัณฑ์ใด ก็ศรัทธาสมโภชบูชาเสียงดังโกลาหล มโหรีปี่พาทย์กลองแขกแตรสังข์ ทั้งพระคาถาพันและเรียงกัณฑ์”

          [จากหนังสือ ตำนานเทศน์มหาชาติ ของ ธนิต อยู่โพธิ์ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางสาธกธนสาร (สง่า หวังในธรรม) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันพุธ 20 มกราคม 2514 หน้า 56]

          มโหรีปี่พาทย์กลองแขกแตรสังข์สมโภชบูชาเสียงดังโกลาหล น่าจะหมายถึง ประโคมส่งเสด็จ กับเพลงรับพระส่งพระของปี่พาทย์พิธี ซึ่งมีปฏิบัติเป็นปกติ (เหมือนวงมังคลเภรีของลังกา) ไม่กำหนดเป็นเพลงประจำกัณฑ์

 

เพลงปี่พาทย์ประจำกัณฑ์

          เพลงปี่พาทย์ประจำกัณฑ์เทศน์มหาชาติ พบหลักฐานเก่าสุดขณะนี้มีสมัย ร.5 พิมพ์ไว้ในหนังสือ Court ข่าวราชการ ว่า พ.ศ. 2418 (วันพุธ แรม 6 ค่ำ เดือน 11 ปีกุน สัปตศก ศักราช 1237) มีเทศน์มหาชาติที่บางปะอิน ดังนี้

          “พระดิศวัดกำแพงริมวัดชุมพลนิกายาราม แขวงบางปอิน ขึ้นเทศน์คาถาพันธ์ในพระมหาเวสสันดรชาดก เมื่อว่าคาถาจบลงกัณฑ์ใด จึงประโคมพิณพาทย์มีเพลงตามกัณฑ์นั้นๆ คือ ประโคมอย่างนี้

          ที่ 1 กัณฑ์ทศพร 19 พระคาถา ประโคมเพลงสาธุการ

          ที่ 2 กัณฑ์หิมวันต์ 134 พระคาถา ประโคมเพลงดวงพระธาตุ

          ที่ 3 กัณฑ์ทานกัณฑ์ 209 พระคาถา ประโคมเพลงพระยาโศก

          ที่ 4 กัณฑ์วันประเวศ 57 พระคาถา ประโคมเพลงพระยาเดิน

          ที่ 5 กัณฑ์ชูชก 79 พระคาถา ประโคมเพลงเส้นเหล้า

          ที่ 6 กัณฑ์จุลวัน 35 พระคาถา ประโคมเพลงเชิดกลอง

          ที่ 7 กัณฑ์มหาวัน 80 พระคาถา ประโคมเพลงพิราพร่อน

          ที่ 8 กัณฑ์กุมาร 101 พระคาถา ประโคมเพลงโอดเชิดฉิ่ง

          ที่ 9 กัณฑ์มัทรี 90 พระคาถา ประโคมเพลงโอดทะยอย

          ที่ 10 กัณฑ์สักบัพ 43 พระคาถา ประโคมเพลงกลม

          ที่ 11 กัณฑ์มหาราช 69 พระคาถา ประโคมเพลงกราวนอก

          ที่ 12 กัณฑ์ฉกระษัตริย์ 36 พระคาถา ประโคมเพลงตระ

          ที่ 13 กัณฑ์นครกัณฑ์ 48 พระคาถา ประโคมเพลงกลองโยน”

          [สะกดการันต์ตามต้นฉบับ ซึ่งได้รับความกรุณาค้นหามาให้จาก อ. รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล แห่งคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง]

          ต่อมาจึงมีเพลงปี่พาทย์ประจำกัณฑ์ (อย่างแบบหลวง) สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประทาน มีบางเพลงตรงกันกับหนังสือ Court แต่บางเพลงต่างกัน ดังนี้

          (1) ทศพร เพลงสาธุการ (2) หิมพานต์ เพลงดวงพระธาตุ (3) ทานกัณฑ์ เพลงพระยาโศก (4) วนปเวสน เพลงพระยาเดิน (5) ชูชก เพลงเซ่นเหล้า (6) จุลพน เพลงคุกพาทย์ (7) มหาพน เพลงเชิดกลอง (8) กุมาร เพลงโอดเชิดฉิ่ง (9) มัทรี เพลงทยอยโอด (10) สักกบรรพ เพลงกลม (11) มหาราช เพลงกราวนอก (12) ฉกษัติรย์ เพลงตระนอน (13) นครกัณฑ์ เพลงกลองโยน

ชาวบ้านทั่วไปไม่รู้จักเพลงประจำกัณฑ์ บางแห่งไม่เคยมีปี่พาทย์เทศน์มหาชาติ งานบุญผะเหวด วัดสำราญนิวาสบ้านแพง ต. ดงสิงห์ อ. จังหาร จ. ร้อยเอ็ด (ภาพโดย อภิวัฒน์ ศรีอาภรณ์ 22 กุมภาพันธ์ 2558)

ปี่พาทย์ทำเพลงประจำกัณฑ์ในงานเทศน์มหาชาติ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล (โดยกลุ่มงานดุริยางค์ไทย กองการสังคีต สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1-2 กันยายน 2559)