มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 6 เมษายน 2560

 

ประวัติศาสตร์ไทยยังไม่มี

ที่มีคือพงศาวดารอยุธยา

 

          ไทยหลงทางไปยกพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเป็นทั้งหมดของประวัติศาสตร์ไทย แล้วยึดตายตัวเปลี่ยนแปลงมิได้

          พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เป็นเรื่องราวของพระเจ้าแผ่นดินที่ปกครองกรุงศรีอยุธยาเท่านั้น เริ่มด้วยสมเด็จพระรามาธิบดีสร้างกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1893 โดยไม่นับพระเจ้าแผ่นดินก่อนนั้น ซึ่งมีอีกมากและเป็นคนละวงศ์ หรือวงศ์เดียวกันก็ไม่มีใครรู้ได้

          [พงศาวดาร หมายถึง เรื่องราวของพระเจ้าแผ่นดิน (มาจาก พงศ สนธิกับ อวตาร) คำว่า พงศ แปลว่า เชื้อสาย หรือเทือกเถาเหล่ากอ, คำว่า อวตาร แปลว่า พระนารายณ์แบ่งภาคลงมาเกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน]

          ความหลงพงศาวดารอยุธยาเป็นประวัติศาสตร์ไทย เริ่มมีตั้งแต่ก่อนสมัย ร.5 เพราะเมื่อถึงแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง ทรงติเตียนไว้แล้วในพระราชดำรัสเปิด “โบราณคดีสโมสร” พ.ศ. 2450 มีบางตอนว่า

          “ความหลงพระราชพงศาวดาร” … “ไปยอมรับพระราชพงศาวดารกรุงเก่าว่าเป็นเรื่องราวของแผ่นดินสยาม” … “เราปราศจากความพิจารณา ไปหลงแปลเองว่าเรื่องราวของแผ่นดินสยามข้อความจึงได้บกพร่อง”

          “ถ้าผู้ใดได้อ่านเรื่องราวของประเทศอื่น จะกล่าวได้ว่าเรื่องราวของประเทศสยามนี้ช่างไม่มีอะไรเสียจริงๆ มีแต่เล่าถึงเจ้าแผ่นดินเท่านั้น”

          [มีรายละเอียดอยู่ในวารสารสมาคมประวัติศาสตร์ฯ ของสมาคมประวัติศาสตร์ฯ ฉบับที่ 30 : พุทธศักราช 2551]

          นักวิชาการหลายสาขา และประชาชนพลเมืองในไทย พยายามวิพากษ์วิจารณ์เรียกร้องให้มีประวัติศาสตร์แท้จริงของไทย แต่ไร้ผลจนทุกวันนี้

          เพราะโครงสร้างอำนาจผูกขาดการแต่งตำราประวัติศาสตร์ไทย ให้อยู่ในกำมือของผู้เชี่ยวชาญและนักประวัติศาสตร์โบราณคดีอนุรักษนิยมของรัฐราชการเท่านั้น

 

อย่าปล่อยให้ถูกแช่แข็ง

          “ประวัติศาสตร์โบราณคดีสำคัญมาก จนไม่ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของนักประวัติศาสตร์โบราณคดี”

          ตรงนี้ผมเลียนแบบดัดแปลงจาก ผาสุก พงษ์ไพจิตร (สอนเศรษฐศาสตร์อยู่จุฬาฯ) ยกข้อความสำคัญของ ฮาจุน ชาง สอนเศรษฐศาสตร์อยู่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (อังกฤษ) ว่า “เศรษฐศาสตร์สำคัญมาก จนไม่ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของนักเศรษฐศาสตร์”

          อยู่ในบทความเรื่อง “หนังสือเศรษฐศาสตร์ที่ทุกคนต้องอ่าน” ผาสุก พงษ์ไพจิตร เขียนแนะนำในมติชน รายวัน (ฉบับวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม 2560 หน้า 16) คือ เศรษฐศาสตร์ [ฉบับทางเลือก] แปลโดย วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จากเรื่อง Economics : The User’s Guide ของ Ha-Joon Chang

          ผมไม่เชื่อคำแนะนำของ อ. ผาสุก ฉะนั้นต้องพิสูจน์ด้วยตนเองก่อน จึงไปซื้ออ่านทันทีจากร้านหนังสือในโรงพยาบาลศิริราช แล้วอ่านรวดเดียวไม่จบทั้งเล่มแหงๆ แต่ทำตามที่คนเขียนแนะนำให้เลือกอ่านก่อน คือ บท 1, บท 2, บทส่งท้าย ไม่นานก็สำเร็จ อ่านเสร็จก็อร่อย

          ด้วยความเกรงใจอย่างยิ่ง ผมเลยอ่านบท 3 ประวัติศาสตร์ทุนนิยมฉบับย่อ เมื่ออ่านจบก็ต้องเชื่อทุกอย่างตาม อ. ผาสุกว่าสนุก อ่านแล้ววางไม่ลง เพราะใช้ภาษาแปลเป็นไทยอย่างเรียบง่าย กระชับ แต่ผมขอเพิ่มเติมว่าอร่อยโคตรๆ

          “เมื่อเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่มีคำตอบถูกต้องตายตัวเพียงหนึ่งเดียว เราจึงไม่ควรทิ้งให้มันอยู่แต่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ” เพราะ “ผู้เชี่ยวชาญคือ คนที่ไม่ต้องการเรียนรู้อะไรใหม่” ฮาจุน ชาง เขียนบอกไว้ จะได้รู้เท่าทันผู้เชี่ยวชาญ

          ประวัติศาสตร์โบราณคดีในไทยก็เช่นเดียวกัน อย่าให้ตกไปอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ เพราะเท่ากับแช่แข็งให้อยู่ในพงศาวดาร ไม่มีวันเป็นประวัติศาสตร์ตามความหมายสากล