มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม 2560

 

อภินิหารกำเนิดอยุธยา

ไม่มีแม่น้ำลำคลองหนองบึง

 

          ระบบลำน้ำในประวัติศาสตร์ยุคอยุธยา ที่ยังมีชีวิตปัจจุบัน ใช้แก้ปัญหาหรือลดความรุนแรงได้ดีในฤดูน้ำหลาก ขณะเดียวกันใช้สร้างมูลค่าเพิ่มได้ในการท่องเที่ยว “วัฒนธรรมชาติ” (วัฒนธรรม + ธรรมชาติ) เชิงประวัติศาสตร์อยุธยา

          กรุงศรีอยุธยาเมืองน้ำ มีน้ำล้อมรอบเสมือนเกาะ เช่น เกาะลงกาของทศกัณฐ์ จึงมีพระราชนิพนธ์เพลงยาวนิราศตอนหนึ่งว่า “บริเวณอื้ออลด้วยชลธี ประดุจเกาะอสุรีลงกา”

          เหตุเพราะเป็นที่ราบลุ่มกว้างขวางน้ำท่วมถึง เป็นที่ทำนาปลูกข้าวอุดมสมบูรณ์, เป็นเส้นทางคมนาคมกว้างไกลได้สะดวก ฯลฯ

          โลกไม่เหมือนเดิม และประวัติศาสตร์คืออนาคต รัฐบาลควรรู้เท่าทันแล้วแก้ไข ดังนี้

          ศึกษาวิจัยระบบลำน้ำในประวัติศาสตร์ยุคอยุธยาอย่างจริงจัง แล้วปรับปรุงระบบลำน้ำที่ยังใช้การได้เป็นเส้นทางคมนาคม และการท่องเที่ยว ส่วนที่ใช้การไม่ได้ควรแก้ไขเป็น “แก้มลิง” แหล่งรับน้ำ ลดความรุนแรงในฤดูน้ำหลาก แล้วช่วยบรรเทาน้ำท่วม

          การศึกษาไทยพยายามบอกว่ากรุงศรีอยุธยา มีกำเนิดจากอภินิหารกับปาฏิหาริย์ลอยสวรรค์ลงมาดินในพริบตาเวลาใดเวลาหนึ่งของ พ.ศ. 1893

          จึงถูกมองข้ามไม่ให้ความสำคัญระบบลำน้ำ ได้แก่ แม่น้ำลำคลองหนองบึงที่มีโดยรอบพระนครศรีอยุธยา เมืองน้ำ ดังเห็นจากการบูรณปฏิสังขรณ์และคำอธิบาย เน้นเฉพาะวัดกับวังที่อยู่กลางเกาะเมือง (นอกเกาะเมืองมีบางวัดใหญ่ๆ) ไม่สนใจระบบลำน้ำ

          ทางการมักแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ว่าทำแล้ว กำลังทำ และจะทำต่อไป

          แต่ในความจริงมีประจักษ์พยานเห็นแก่ตาในอยุธยากลางแจ้ง คือ ทางการไม่ได้ทำทั้งระบบ แต่ทำบางส่วนไว้แต่งหน้าด้วยผักชีอย่างผิวเผิน และไม่ทำต่อเนื่อง จึงไม่มีแผนระยะยาว โดยไม่ลงทุนสร้างคนทำงานโดยเฉพาะด้านนี้

          สถาบันการศึกษาท้องถิ่น “ทอดหุ่ย” ไม่เอาเรื่องภูมิสถานอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร จึงดีแต่พูด ส่วนสถาบันส่วนกลางพากันทิ้งท้องถิ่นนานแล้ว

          ศูนย์มานุษยวิทยาฯ กำลังทำความรู้ท้องถิ่นที่สมุทรสาคร ซึ่งมีค่ามากๆ น่าจะทบทวนวิธีการบางอย่าง แล้วพิจารณาทำที่อยุธยาโดยด่วน เพราะย่ำแย่เต็มทีแล้ว