มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560

 

ขวัญหาย

ต้องเรียกขวัญ

 

          คนตาย ขวัญไม่ตาย แต่ขวัญหายจากร่าง แล้วหลงทางจนหาทางกลับไม่ได้ กลับไม่ถูก

          ญาติพี่น้องลูกหลานต้องทำพิธีเรียกขวัญ มีการละเล่นเสียงดังเพื่อสนุกครึกครื้นเฮฮา หวังให้ขวัญได้ยิน จะได้กลับถูกทางเข้าร่างได้

 

เรียกขวัญโดยสุนทรภู่

          พิธีเรียกขวัญ ทำขวัญ มีตัวอย่างอยู่ในกลอนเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายงาม แต่ง (ราว ร.3-4) โดยสุนทรภู่ ซึ่งเกิดและเติบโตในสังคมยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีประเพณีเรียกขวัญ สู่ขวัญ ทำขวัญ เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ามีในทุกเผ่าพันธุ์ ทั้งลาว, มอญ, และไทย

          สุนทรภู่จึงแต่งทำขวัญแบบไทย ภาคกลาง แล้วมีการละเล่นเป็นมหรสพแบบลาวกับแบบมอญ ซึ่งมีชุมชนอยู่เมืองกาญจน์ยุคนั้น

          เหตุจากขุนช้างรังแกพลายงามที่เป็นลูกติดนางวันทอง (เกิดจากขุนแผน) นางวันทองให้พลายงามเดินป่าตัดทุ่งจากเมืองสุพรรณไปหาย่า คือนางทองประศรี อยู่เมืองกาญจนบุรี (ที่เขาชนไก่)

          นางทองประศรีเห็นพลายงามยังเล็ก เดินทางกลางทุ่งนาป่าดงคนเดียว เกรงว่าขวัญหายไม่อยู่กับเนื้อตัว (ขวัญมีทุกส่วนของร่างกาย คนบางกลุ่มเชื่อว่าคนเรามีมากกว่า 80 ขวัญ) จึงทำขวัญเรียกขวัญคืนมาให้ครบ อย่าหายหกตกหล่นกลางทาง

 

พิธีทำขวัญ

          ทำขวัญตามประเพณีของชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีตั้งบายสีแล้วมีเวียนเทียน

          บายสี หมายถึงข้าวขวัญของเจ้าแม่ข้าว (หรือเจ้าแม่แห่งข้าว) มาจากคำเขมร บาย แปลว่า ข้าว, สี แปลว่า ผู้หญิง (มาจากสตรี) ปัจจุบันนิยมเขียนว่า แม่ศรี

          เวียนเทียน ปรับปรุงจากประเพณีอื่น ที่ไม่พราหมณ์, ไม่พุทธ แต่ยังค้นไม่พบว่าอะไร? จากไหน? มีผู้ชี้แนะว่าน่าจะได้จากอินโด-เปอร์เซีย (อิหร่าน) แต่ไม่แน่ใจ

          มีกลอนเสภาพรรณนาแล้วสอดแทรกคำขับลำทำขวัญเลียนแบบกลอนเทศน์ หรือร่าย ดังนี้

          ๏ ครั้นพลบค่ำย่ำฆ้องทองประศรี                      เรียกยายปลียายเปลเข้าเคหา

          เย็บบายสีนมแมวจอกแก้วมา                            ใส่ข้าวปลาเปรี้ยวหวานเอาพานรอง

          เทียนดอกไม้ไข่ข้าวมะพร้าวพร้อม                   น้ำมันหอมแป้งปรุงฟุ้งทั้งห้อง

          ลูกปะหล่ำกำไลไขออกกอง                              บอกว่าของพ่อเจ้าแต่เยาว์มา

          เอาสอดใส่ให้หลานสงสารเหลือ                       ด้วยหน่อเนื้อนึกรักเป็นหนักหนา

          เหมือนพ่อแผนแสนเหมือนไม่เคลื่อนคลา          ทั้งหูตาคมสันเป็นมันยับ

          พลางเรียกหาข้าคนมาบนหอ                            ให้นั่งต่อต่อกันเป็นอันดับ

          บายสีตั้งพรั่งพร้อมน้อมคำนับ                           เจริญรับมิ่งขวัญรำพันไป

          ๏ ขวัญพ่อพลายงามทรามสวาดิ                         มาชมภาชนะทองอันผ่องใส

          ล้วนของขวัญจันทน์จวงพวงมาลัย                    ขวัญอย่าไปป่าเขาลำเนาเนิน

          เห็นแต่เนื้อเสือสิงห์ฝูงลิงค่าง                              จะอ้างว้างเวียนวกระหกระเหิน

          ขวัญมาหาย่าเถิดอย่าเพลิดเพลิน                       จงเจริญร้อยปีอย่ามีภัย

          แล้วจุดเทียนเวียนวงส่งให้บ่าว                           มันโห่กราวเกรียวลั่นสนั่นไหว

          คอยรับเทียนเวียนส่งเป็นวงไป                           แล้วดับไฟโบกควันให้ทันที

          มะพร้าวอ่อนป้อนเจ้าทั้งข้าวขวัญ                       กระแจะจันทน์เจิมหน้าเป็นราศี

          ให้สาวสาวลาวเวียงที่เสียงดี                              มาซอปี่อ้อซั้นทำขวัญนาย

          พ่อเมื้อเมืองดง         เอาพงเป็นเหย้า       

          อึดปลาอึดข้าว             ขวัญเจ้าตกหาย

          ขวัญอ่อนร่อนเร่           ว้าเหว่สู่กาย          

          อยู่ปลายยางยูง           ท้องทุ่งท้องนา

          ขวัญเผือเมื้อเมิน          ขอเชิญขวัญพ่อ        

          ฟังซอเสียงอ้อ               ขวัญพ่อเจ้าจ๋า

          ข้าวเหนียวเต็มพ้อม     ข้าวป้อมเต็มป่า       

          ขวัญเจ้าจงมา              สู่กายพลายเอย

          ๏ แล้วพวกมอญซ้อนซอเสียงอ้อแอ้              ร้องทะแยย่องกะเหนาะย่ายเตาะเหย

          ออระหน่ายพลายงามพ่อทรามเชย               ขวัญเอ๋ยกกกะเนียงเกรียงเกลิง

          ให้อยู่ดีกินดีมีเมียสาว                                    เนียงกะราวกนตะละเลิงเคลิ่ง

          มวยบามาขวัญจงบันเทิง                                จะเปิงยี่อิกะปิปอน

          ทองประศรีดีใจให้เงินบาท                             เห็นแต่ทาสพรั่งพร้อมล้อมสลอน

          ถึงเวลาพาเจ้าเข้าที่นอน                                  ที่ฟูกหมอนมุ้งม่านสำราญใจ

สู่ขวัญในชุมชนชาวบ้านอีสาน ไม่มีเวียนเทียนแบบภาคกลาง (ภาพจาก สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน เล่ม 14 มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดพิมพ์ 2542, หน้า 4785)