มติชนรายวัน พฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560

 

การค้าโลกในประวัติศาสตร์ไทย

            บ้านเมืองและรัฐทั้งในไทยและอุษาคเนย์ มีพัฒนาการเติบโตขึ้นจากการค้า 2 ลักษณะ ได้แก่ การค้ากันเองในภูมิภาคอุษาคเนย์ กับการค้าโลกที่เริ่มจากจีนและอินเดีย แล้วขยายไปอาหรับ-เปอร์เซีย, กรีก-โรมัน

            ปัญหาอยู่ที่ประวัติศาสตร์ไทยมองข้ามการค้าทุกอย่าง โดยให้ความสำคัญเฉพาะการสงครามและวีรบุรุษสงครามจนแทบเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์

 

อยุธยา บนเส้นทางการค้าโลกโดยเจ๊กกับแขก

            อยุธยา มีขึ้นจากการรวมตัวของรัฐใหญ่ที่มีมาก่อนนานแล้ว คือรัฐละโว้ (ลพบุรี) ทางทิศตะวันออก กับรัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) ทางทิศตะวันตก

            รัฐใหญ่ทั้งสองร่วมกันสถาปนาบ้านเมืองสองฟากแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณบางกะจะ แล้วเรียกชื่อว่า อโยธยา (ศรีรามเทพ) มีอำนาจควบคุมดินแดนคาบสมุทรทางทิศใต้และอ่าวไทย บนเส้นทางการค้าโลก (คือ จีนกับอินเดีย)

            โดยสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมจากที่มีมาก่อน ได้แก่ วัฒนธรรมแบบก่อนรับอินเดีย และหลังรับอินเดีย (เช่น แบบทวารวดี, แบบมอญ, แบบเขมร ฯลฯ)

            ขณะเดียวกันก็อุดหนุนผลักดันให้มีรัฐสุโขทัยบนเส้นทางการค้าภายใน เพื่อรวบรวมทรัพยากรส่งให้รัฐทั้งสองค้ากับจีนและอินเดีย (สุโขทัยจึงไม่ใช่ราชธานีแห่งแรก)

            บางกะจะ (อยุธยา) เป็นบริเวณชุมทางเส้นทางคมนาคมทางน้ำ มีแม่น้ำลำคลองหลายสายไหลบรรจบกันเป็นสามแยก เรียกปากน้ำบางกะจะ ปัจจุบันมีสถานที่สำคัญเป็นแลนด์มาร์ก ดังนี้

            ป้อมเพชร อยู่บนฝั่งเกาะเมืองอยุธยา หันหน้าลงทางทิศใต้ตามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ ไหลออกอ่าวไทย

            ทางซ้าย คือทิศตะวันออก เป็นชุมชนย่านชาวจีน คือเจ๊ก มีวัดพนัญเชิงเป็นสถานที่สำคัญ

            ทางขวา คือทิศตะวันตก เป็นชุมชนย่านชาวมุสลิม คือแขก มีสุเหร่าเป็นสถานที่สำคัญ

            [ลึกเข้าไปทางขวาตามแม่น้ำเจ้าพระยา มีวัดพุทไธศวรรย์ ตำนานว่าเดิมเป็นที่ตั้งเวียงเหล็ก หมายถึง ที่ประทับของพระเจ้าอู่ทอง ก่อนสถาปนาอยุธยา พ.ศ. 1893]

            ทิศทางหลักแหล่งของเจ๊กกับแขกสอดคล้องเข้ากันกับตำแหน่งผู้ดูแลการค้าของพระเจ้าแผ่นดินยุคอยุธยา

            ไทยอ่อนด้อยประสบการณ์การค้าทางทะเลสมุทร (เพราะเป็นพวกแม่น้ำลำคลอง) พระเจ้าแผ่นดินยุคอยุธยา (หรือก่อนนั้น) จึงจ้างเจ๊กกับแขกดูแลการค้าทางไกลทางทะเลสมุทรกับนานาชาติ มีระบุในกฎมณเฑียรบาล ดังนี้

            กรมท่าซ้าย มีจีนในตำแหน่ง “โชดึกราชาเศรษฐี” ดูแลการค้าสำเภาทางทะเลจีน มหาสมุทรแปซิฟิก

            กรมท่าขวา มีแขกมลายูในตำแหน่ง “จุฬาราชมนตรี” ดูแลการค้าสลุบกำปั่นทางทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย