มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม 2559

 

เรียกขวัญไม่คืน

ต้องฝังศพรอขวัญ

 

      คนตาย เพราะขวัญหายออกไปจากร่างของคน ต้องมีพิธีเรียกขวัญ ให้ขวัญคืนร่างแล้วคนจะฟื้นคืนเป็นปกติ

      ถ้าขวัญหายอย่างถาวรก็เอาศพไปฝัง แต่ฝังอย่างรอขวัญคืนร่าง

 

  1. เรียกขวัญ

      จัดคนตายอยู่ในท่านั่ง

      หมอขวัญ (เป็นหญิง) ขับลำเป็นทำนอง “ฮ้องขวัญ” (คือ เรียกขวัญ) ด้วยคำคล้องจอง ให้กลับเข้าร่างตามเดิม เนื้อหาเล่าเรื่องความเป็นมาต่างๆ ของเผ่าพันธุ์

      เครือญาติทั้งชุมชนร่วมกันร้องรำทำเพลงดีดสีตีเป่าอึกทึกครึกโครมที่สุดให้ดังกึกก้องทั้งท้องไร่ท้องนาและป่าเขา เพราะเชื่อว่าขวัญจะกลับคืนร่างถูกทาง ตามเสียงที่ได้ยิน

 

  1. ฝังศพนั่ง

      มัดศพท่างอตัว เหมือนนั่งยองๆ บรรจุทั้งร่างในภาชนะดินเผาทรงกลม มีสิ่งของอุทิศขนาดเล็กๆใส่รวมด้วย มีฝาปิด ฝังดินแนวตั้ง

      ภาชนะฝังศพ (หมายถึงเครื่องปั้นดินเผาใส่ร่าง หรือกระดูกคนตาย) มี 2 แบบ ได้แก่

      (1.) ก้นกลมมน (เหมือนหม้อดินเผา) พบในอีสานไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

      (2.) ทรงกระบอกยาว (เหมือนแค็ปซูล) พบมากทางทุ่งกุลาร้องไห้ในอีสาน ราว 2,500 ปีมาแล้ว

      [มีรายละเอียดอีกมากในหนังสือ โบราณคดีในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ โดย สุกัญญา เบาเนิด กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2553 หน้า 125-162]

ขับลำนำคำคล้องจองเป็นทำนองง่ายๆ แล้วเป่าแคนคลอ มีฟ้อนประกอบพิธีเรียกขวัญ ราว 2,500 ปีมาแล้ว (ลายเส้นคัดลอกจากเครื่องมือสำริด พบในเวียดนาม)

ภาชนะดินเผาบรรจุกระดูกคนตายแบบต่างๆ เมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว (เป็นต้นแบบของโกศสมัยหลังๆ) ขุดพบบริเวณหลายแห่งของทุ่งกุลาร้องไห้
[ภาพลายเส้นจากบทความ 2 เรื่อง ของ สุกัญญา เบาเนิด (กรมศิลปากร) พิมพ์ในหนังสือทุ่งกุลา “อาณาจักรเกลือ” 2,500 ปี จากยุคแรกเริ่มล้าหลัง ถึงยุคมั่งคั่งข้าวหอม. สำนักพิมพ์มติชน, 2546 หน้า 207-299.]

      ภาชนะดินเผา มีฝา บรรจุกระดูกมนุษย์ ราว 2,500 ปีมาแล้ว พบในแหล่งโบราณคดีเขตทุ่งกุลาร้องไห้ อ. เกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด [ภาพจากหนังสือศิลปวัฒนธรรมไทย กระทรวงวัฒนธรรม พิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ. 2557 หน้า 44]

      นางสาวสุกัญญา เบาเนิด (นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 11 อุบลราชธานี) อธิบายว่าภาชนะดินเผามีฝาใบนี้ อายุประมาณ 2,500 ปีมาแล้ว น่าจะเป็นของอุทิศฝังร่วมกับศพ ในแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองบัว อ. เกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด และพบทั่วไปตามแหล่งโบราณคดีบริเวณลุ่มน้ำมูลตอนกลาง จนถึงปากน้ำมูล จ. อุบลราชธานี เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านโนนแก, แหล่งโบราณคดีบ้านก้านเหลือง

      นางสาวเมธินี จิระวัฒนา (นักโบราณคดีชำนาญการ กองโบราณคดี กรมศิลปากร) บอกเพิ่มเติม (เมื่อ 9 กรกฎาคม 2558) ว่าภาพนี้บันทึกจากแหล่งโบราณคดีบ้านเมืองบัว อ. เกษตรวิสัย จ. ร้อยเอ็ด ราว พ.ศ. 2545 พบร่วมกับภาชนะดินเผาทรงสูง ก้นกลม ที่เรียกว่า “แค็ปซูล” ยังพบแบบคล้ายกันในที่อื่นอีก เช่น แหล่งโบราณคดีบ้านกระเบื้องนอก อ. ชุมพวง จ. นครราชสีมา