Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 ธันวาคม 2559

 

ฝังศพใต้ถุนเรือน

กลางลานในหมู่บ้าน

 

      งานศพยุคแรกเริ่มหลายพันปีมาแล้ว มีที่เรือนคนตาย ยุคนั้นยังไม่มีวัด เพราะยังไม่รับศาสนาจากอินเดีย

      แม้มีวัดแล้วในชนบทยังมีพิธีศพในบ้าน จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้จึงไปทำที่วัด ถ้าเป็นเศรษฐีมีทรัพย์มีคฤหาสน์กว้างขวางมีบริวารคับคั่งก็ทำในที่ตัวเองตามประเพณีดั้งเดิม ไม่ไปวัด

 

ฝังศพใต้ถุนเรือนตัวเอง

      ยุคดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ งานศพเมื่อเสร็จพิธีเรียกขวัญคืนร่างทุกอย่างแล้ว โดยใช้เวลานานจนเนื้อหนังร่างกายคนตายเน่า ขวัญยังไม่กลับมา ต้องเอาศพฝังดิน ก็ฝังใต้ถุนเรือนหรือลานกลางบ้าน ด้วยหวังอีกว่าขวัญจะคืนร่าง

      ดังนั้น จึงทำภาชนะเขียนสีเป็นลายขวัญฝังไปกับศพด้วย (เช่น หม้อลายเขียนสีในวัฒนธรรมบ้านเชียง ขุดพบในหลุมศพที่บ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี)

      โดยไม่มีโลงศพ คนดั้งเดิมฝังศพใส่หลุมไว้ใต้ถุนบ้าน ชุมชนบางแห่งฝังศพทับซ้อนบริเวณเดียวกันหลายยุค เพราะอยู่สืบต่อกันมานานหลายยุคหลายสมัย นักโบราณคดีขุดพบทั่วไปโดยเฉพาะภาคพื้นทวีปอุษาคเนย์

      [มีคำอธิบายอีกมากในหนังสือสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ของ นายชิน อยู่ดี กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2510 หน้า 26, 35, 39, 53, 57 ฯลฯ]

 

ศพหมอผีหัวหน้าเผ่าพันธุ์

      โครงกระดูกมนุษย์ราว 3,000-2,500 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีขุดพบบริเวณใต้ถุนเรือน หรือลานกลางบ้าน และล้วนเป็นโครงกระดูกของตระกูลหัวหน้าเผ่าพันธุ์

      จึงมีสิ่งของมีค่าที่ทำด้วยเทคโนโลยีสูงจำนวนมากฝังรวมอยู่ด้วย (คนทั่วไปไม่มี) เช่น เครื่องมือโลหะสำริด, เหล็ก, ภาชนะดินเผาทั้งเขียนสีและไม่เขียน ฯลฯ

 

เฮือนแฮ่ว ในป่าแฮ่ว

      เมื่อสภาพแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรมเปลี่ยนไป การฝังศพไว้ใต้ถุนเรือนหรือลานกลางบ้านทำไม่ได้ ไม่เหมาะสม จึงต้องหามศพไปฝังนอกชุมชนออกไป

      ต่อมาเรียกพื้นที่ตรงนั้นด้วยคำจำเพาะต่างกัน ดังนี้

      ลุ่มน้ำโขง เรียก ป่าแฮ่ว, ป่าเฮ่ว (ตรงกับ ป่าเลว หมายถึง ป่าไม่ดี)

      ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เรียก ป่าช้า [ตรงกับ ป่าเลว (มีวลีเทียบว่า เลวทรามต่ำช้า) หมายถึง ป่าไม่ดี]

      ด้วยความเชื่อที่ติดมากับประเพณีดั้งเดิมฝังศพใต้ถุนเรือน จึงต้องปลูกเรือนคร่อมหลุมฝังไว้ด้วย ไทดำเรียก เฮือนแฮ่ว (หมายถึง เรือนในป่าช้า)

      ถ้าคนตายเป็นคนเฒ่าอายุเกิน 80 ปี จะปลูกเป็นกรณีพิเศษเรียก หอแก้ว

      [ศาสนาและความเชื่อไทดำในสิบสองจุไทฯ ของ สุมิตร ปิติพัฒน์ สถาบันไทยศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2545]

 

พิธีศพต่างระดับ

      ชุมชนยุคแรกเริ่มราว 3,000 ปีมาแล้ว มีคนต่างระดับ ได้แก่ คนตระกูลผู้นำ กับคนธรรมดาสามัญชนทั่วไป พิธีศพจึงมีต่างกันดังนี้

  1. พิธีศพตระกูลผู้นำ ได้แก่ หมอผีหัวหน้าเผ่าพันธุ์ มีกำหนดกฎเกณฑ์มาก

      นักโบราณคดีขุดพบโครงกระดูกและเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ จำนวนมาก ล้วนเป็นตระกูลผู้นำ

  1. พิธีศพคนทั่วไป ไม่มีหลักฐานให้นักโบราณคดีขุดพบ เข้าใจว่ามีพิธีเรียกขวัญช่วงเวลาหนึ่งก่อน เมื่อเสร็จพิธีแล้วทิ้งซากศพไว้กลางทุ่งหรือกลางป่าเป็นหยื่อแร้งกา

เรือนยุคบ้านเชียง ราว 2,500 ปีมาแล้ว เป็นเรือนเสาสูง มีใต้ถุน เป็นที่ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ตีหม้อ, ทอผ้า, เลี้ยงวัวควาย, หุงข้าว ฯลฯ และเป็นที่ฝังศพของคนในเรือน นักโบราณคดีขุดพบเศษภาชนะดินเผาเป็นชิ้นส่วน รวมทั้งกระดูกสัตว์และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ กระจัดกระจายคล้ายกองขยะ (ภาพวาดจากจินตนาการของจิตรกรโครงการบ้านเชียง มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯ)

(ซ้าย) เรือนเสาสูงของชุมชนยุคแรกๆ ราว 2,500 ปีมาแล้ว นักโบราณคดีจินตนาการจากหลุมเสาที่ขุดพบในแหล่งโบราณคดีบ้านหนองแช่เสา ต. หินกอง อ. เมือง จ. ราชบุรี (ขวา) เทียบกับเรือนเสาสูงของชนเผ่าที่แขวงอัตตะปือ ในลาว