มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 2 พฤศจิกายน 2559

 

ชวา-มลายูในสยาม

 

          ปี่ชวา (ในวงปี่พาทย์นางหงส์) ไม่ใช่ของสามัญชนคนทั่วไป แต่เป็นสมบัติของราชสำนักยุคอยุธยา ได้รับการยกย่องเป็นของพิเศษมาจากราชสำนักชวา (อินโดนีเซีย)

          นอกจากนั้นยังมีกลอง 2 ชุดมาด้วยกันกับปี่ชวา ต้องประโคมร่วมกัน ได้แก่ กลองแขก กับ กลองมลายู

          เครื่องประโคมทั้งหมดนี้มีมาแต่ยุคก่อนอยุธยา ต่อเนื่องตลอดยุคอยุธยาใช้ในขบวนแห่นำเสด็จพยุหยาตรา เช่น กระบวนช้าง, กระบวนเรือ ต่อมาใช้แห่พระบรมศพและศพเจ้านาย แล้วใช้ประโคมศพด้วย

          กลองแขก หมายถึง กลองได้จากราชสำนักชวา (อินโดนีเซีย) บางทีเรียกกลองชวา (มี 2 หน้าเหมือนกลองมลายู) ยุคต้นอยุธยาจัดกลองแขกอยู่ในกรมแตร (สำหรับตีและเป่าประโคมนำเสด็จ) กำหนดว่า “หมื่นราชาราช พนักงานกลองแขก ศักดินา 200”

          กลองมลายู หมายถึง กลองได้จากราชสำนักมลายู (มี 2 หน้าเหมือนกลองแขก) ตีด้วยมือข้างหนึ่ง แต่อีกข้างหนึ่งตีด้วยไม้งอ ใช้ในกระบวนแห่ เช่น แห่พระบรมศพและศพเจ้านาย, ใช้ประโคมบรรเลงงานศพทั่วไปในวงปี่พาทย์นางหงส์ กับวงบัวลอย

          คนในวัฒนธรรมชวา-มลายู (บริเวณหมู่เกาะและคาบสมุทร) มีความสามารถทางการเดินเรือเลียบชายฝั่งตั้งแต่ 3,000 ปีมาแล้ว หลังจากนั้นก็มีบทบาทสำคัญสืบเนื่องไม่ขาดสายในอุษาคเนย์ เช่น

          (1.) ควบคุมการค้าข้ามคาบสมุทรในชื่อ “ศรีวิชัย” (2.) สถาปนารัฐจาม นับถือฮินดู-พุทธในเวียดนาม (3.) เกี่ยวข้องกับกำเนิดรัฐฟูนัน, รัฐเจนละ, และอาณาจักรกัมพูชา มีนิทานเรื่องนางนาค-พระทอง (4.) ดูแลการค้าทางทะเลอันดามันให้รัฐลุ่มน้ำเจ้าพระยา ต่อมารัฐอยุธยายกให้อยู่ในตำแหน่ง เรียก “จุฬาราชมนตรี” (5.) ยุคอยุธยามีกองทัพเรือเป็นพวกจาม (ชวา-มลายู) (6.) คำว่า โขน กับ ละคร มีต้นรากจากภาษาชวา-มลายู อยุธยาได้ต้นแบบละครจากราชสำนักชวา เช่น ดาหลัง, อิเหนา ฯลฯ

          ที่รวบรวมบอกเล่ามาทั้งหมดนี้ เพื่อให้รู้ว่าปี่พาทย์นางหงส์ แต่เดิมเป็นเครื่องประโคมของคนชั้นสูง มีเครื่องประโคมบางอย่างรับจากวัฒนธรรมชวา-มลายู ซึ่งเกี่ยวข้องกับราชสำนักสยามมานานนับพันปีมาแล้วdocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);