มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

โคมจีน

ต้นแบบลอยโคมยุคอยุธยา

 

          ลอยโคมเดือน 12 ลงแม่น้ำลำคลอง มีแพร่หลายแล้วในชุมชนเมืองใหญ่ยุคอยุธยา แผ่นดินพระนารายณ์ เช่น อยุธยากับละโว้ (ลพบุรี)

          โคม ทำตามแบบจีนจากกระดาษสีต่างๆ หุ้มโครงไม้ไผ่ ข้างในจุดเทียนปักไว้ หรือตามประทีปแบบอื่นๆ ก็ได้

โคมจีนลอยแม่น้ำในเมืองจีน (ซ้าย) (ภาพจาก http://www.ys8.com/zixun/8453_all.html) (ขวา) (ภาพจาก http://www.zwbk.org/zh-tw/Lemma_ Show/1602.aspx)

โคมจีนลอยแม่น้ำในเมืองจีน (ซ้าย) (ภาพจาก http://www.ys8.com/zixun/8453_all.html) (ขวา) (ภาพจาก http://www.zwbk.org/zh-tw/Lemma_ Show/1602.aspx)

 

โคมจีน ในเมืองจีน

          ลอยโคมตามประเพณีจีน มีในเทศกาลจงหยวน (ไทยเรียก สารทจีน) โดยรวมๆ แล้วน่าจะเกี่ยวข้องกับขอขมาธรรมชาติ

          “จงหยวน” เป็นชื่อเทพสำคัญ 3 องค์พี่น้อง ประจำฟ้า, ดิน, น้ำ มีความเป็นมาอย่างละเอียดยิ่ง อยู่ในหนังสือ เทศกาลจีนและการเซ่นไหว้ โดย ถาวร สิกขโกศล (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2557 หน้า 368-392) จะคัดสาระสำคัญตอนหนึ่งมาดังนี้

ลอยโคมดอกบัวในเมืองจีน (ลายเส้นจากหนังสือเทศกาลจีนฯ ของ ถาวร สิกขโกศล หน้า 383)

ลอยโคมดอกบัวในเมืองจีน (ลายเส้นจากหนังสือเทศกาลจีนฯ ของ ถาวร สิกขโกศล หน้า 383)

 

          เทพจงหยวน เป็นเทพประจำภูเขา, แม่น้ำ, ที่ดิน มีในคำอธิบายของ อ. ถาวร ว่า

          “เทพจงหยวนเป็นเทพประจำเทศกาลสารทจีน ชื่อเต็มว่า ‘จงหยวนต้าตี้-อธิบดีแห่งคืนเพ็ญกลาง’ หรือ ‘ตี้กวนต้าตี้-ธรณิศมหาเสนาธิบดี’ เรียกสั้นๆ ว่า ‘ตี้กวน-ธรณิศเสนา’ มีหน้าที่ควบคุมดูแลเทพแห่งมหาบรรพตทั้งห้า (ของจีน) ภูเขาและแม่น้ำ เจ้าที่ประจำเมืองทุกเมือง เทพในเมืองที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ตรวจดูโชคเคราะห์ของสรรพสัตว์ ตรวจบัญชีความดีความชั่วของมนุษย์ และหน้าที่สำคัญคือให้อภัยโทษแก่ผู้รู้ผิดกระทำพลีบูชาท่าน”

          [มีรายละเอียดอีกในบทความเรื่อง “ลอยโคม-ลอยกระทง ในแบบวัฒนธรรมจีน” โดย ดร. ศิริวรรณ วรชัยยุทธ ภาควิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในหนังสือ ลอยกระทงฯ (พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ บรรณาธิการ) กระทรวงศึกษาธิการ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2558 หน้า 29-37)

 

ลาลูแบร์ เห็นโคมลอยน้ำ ยุคพระนารายณ์

          มีหลักฐานสำคัญพรรณนาอยู่ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ (จากราชสำนักฝรั่งเศส) เห็นด้วยตนเองการลอยโคมในแม่น้ำเมื่อเดินทางถึงอยุธยา ในแผ่นดินพระนารายณ์ พ.ศ. 2230

          แล้วบันทึกว่าชาวสยามลอยโคมลงแม่น้ำลำคลองตามเมืองใหญ่ เช่น อยุธยา และละโว้ เลยพรรณนาพาดพิงถึงโคมจีน ทำจากกระดาษสีต่างๆ แล้วยกย่องชาวจีนในสยามว่าทำดอกไม้เพลิงได้ดีวิเศษ

          แม้จะไม่บอกตรงๆ แต่เท่ากับสนับสนุนเป็นนัยว่า ลอยโคมของชาวสยามได้จากประเพณีจีนโดยชาวจีนในสยาม มีเนื้อความ (บทที่หก หัวข้อหมายเลข 12, 13) ดังนี้

          12. งานมหรสพทางศาสนา ตามไฟในน้ำ, บนบก และในพระบรมมหาราชวัง

          อนึ่ง ชาวสยามมีมหรสพเนื่องในการพระศาสนาด้วย ลุฤดูน้ำเริ่มลดประชาชนพลเมืองจะแสดงความขอบคุณแม่คงคาด้วยการตามประทีปโคมไฟขนาดใหญ่—-อยู่หลายคืน มิชั่วแต่แม่พระคงคาจะลดราถอยไปเท่านั้น ยังอำนวยให้พื้นดินที่จะทำการเพาะปลูกอุดมดีอีกด้วย เราจะได้เห็นทั้งลำแม่น้ำเต็มไปด้วยดวงประทีป—-ลอยน้ำไปตามกระแสธาร มีขนาดใหญ่ย่อมต่างกันตามศรัทธาประสาทะของแต่ละคน และมีกระดาษสีต่างๆ ซึ่งประดิษฐ์คิดทำกันขึ้นประดับประดาเครื่องลอยประทีปนั้น เพิ่มให้แสงสีงดงามขึ้นอีก โดยนัยเดียวกัน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อแม่พระธรณีที่อนุเคราะห์ให้เก็บเกี่ยวพืชพรรณธัญญาหารได้อย่างอุดมสมบูรณ์ในวันต้นๆ ของปีใหม่ ชาวสยามก็จะตามประทีปโคมไฟขึ้นอย่างมโหฬารอีกครั้งหนึ่ง. ครั้งแรกที่เราไปถึงเมืองละโว้นั้นเป็นเวลากลางคืน พอดีกับคราวตามประทีปนั้น และเราได้เห็นกำแพงเมืองตามประทีปโคมไฟสว่างไสวรายเรียงอยู่เป็นระยะๆ แต่ภายในพระบรมมหาราชวังนั้นยังงดงามยิ่งขึ้นไปอีก ในกำแพงแก้วที่ล้อมพระราชฐานนั้น มีซุ้มช่องกุฏิ 3 แถวโดยรอบ แต่ละช่องมีประทีปดวงหนึ่งตามไฟไว้ บัญชรและทวารทั้งนั้นก็ประดับดวงประทีปด้วยเหมือนกัน มีโคมประทีปใหญ่และย่อม ตกแต่งเป็นรูปแปลกๆ กัน ปิดกระดาษ หรือหุ้มผ้าแก้วโปร่งระบายสีต่างๆ แขวนไว้อย่างเป็นระเบียบตามกิ่งไม้หรือตามเสาโคม.”

          13. ดอกไม้เพลิงที่งดงามมาก

          ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นดอกไม้เพลิงที่ไหนจะดีวิเศษเท่าที่พวกชาวจีนซึ่งอยู่ในประเทศสยามทำขึ้นเลย และชาวจีนเหล่านี้ทำได้งดงามมาก—-ในขณะที่เราอยู่ ณ เมืองสยาม—- และที่เมืองละโว้—-ที่ประเทศจีน พวกจีนตามประทีปโคมไฟอย่างมโหฬารในเทศกาลขึ้นปีใหม่ด้วยเหมือนกัน ในยามนักขัตฤกษ์อีกคราวหนึ่งจะมีการฉลองตรุษอย่างมโหฬารในน้ำ แต่ครั้งนี้ไม่มีการตามประทีปโคมไฟด้วย. ชาวจีนเองก็ไม่รู้ว่าเขาจัดงานเฉลิมฉลองนี้ขึ้นเนื่องในโอกาสใด แต่มิใช่เนื่องในพระศาสนาแน่แท้ และเหตุผลที่เขาให้นั้นก็เหมือนเด็กเล่น ฟังเป็นนิทานเต็มที.”

          [จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม เขียนโดย มร. เดอะ ลา ลูแบร์ แปลโดย สันต์ ท. โกมลบุตร สำนักพิมพ์ก้าวหน้า พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2510 หน้า 215-216]

 

ดอกไม้ไฟและประทัดจุดแบบจีนในนครธม

          เมืองนครธมในกัมพูชา ราว พ.ศ. 1839 (ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 1893) มีจุดดอกไม้ไฟและประทัดแบบจีน สร้างนั่งร้านจุดกลางคืนเดือน 12 ต่อเนื่องราวครึ่งเดือน มีบันทึกไว้ในเอกสารจีน (ดูในสุดสัปดาห์ฉบับที่แล้ว)document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);