มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2559

 

ปี่พาทย์นางหงส์

เป็นวงประโคมชั้นสูง

 

           “แต่เดิม วงปี่พาทย์นางหงส์เป็นวงดนตรีที่บรรเลงในงานศพของสามัญชน” สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม แจกเอกสารบอกเกร็ดความรู้เรื่องวงปี่พาทย์นางหงส์ให้สื่อมวลชน ผมจึงได้อาศัยอ่านด้วย

           แล้วบอกต่อไปอีกว่าต่อมาสมัย ร.5 “ได้นำบรรเลงในงานสวดพระอภิธรรมศพเจ้านาย และใช้ในตอนถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพ”

           เกร็ดความรู้จากกรมศิลปากร มีประโยชน์อย่างยิ่ง แต่มีสิ่งน่าสงสัย และน่าศึกษาค้นคว้าต่อยอดให้กว้างขวางออกไป

           “แต่เดิม” หมายถึงเมื่อไร? เอกสารของกรมศิลปากรไม่ได้กำหนด จึงเดาว่าเป็นช่วงย้อนเวลากลับไปในประวัติศาสตร์ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์

           “สามัญชน” หมายถึง คนธรรมดาทั่วไป ซึ่งมิได้มีศักดิ์ฐานะเป็นเจ้านายหรือเชื้อพระวงศ์ แต่ในหมู่สามัญชนคนธรรมดาทั่วไปด้วยกันยังมีฐานะทางสังคมต่างกัน ได้แก่

           (1.) สามัญชนที่เป็นขุนนางข้าราชการ มีฐานะทางสังคมสูงกว่าชาวบ้านที่ไม่เป็นขุนนางข้าราชการ (2.) ชาวบ้านซึ่งเป็นชาวนาชาวไร่ มีสถานะทางสังคมต่ำกว่าขุนนางข้าราชการ

           ชาวบ้าน “แต่เดิม” ซึ่งเป็นชาวนาชาวไร่ และเป็นสามัญชนระดับรากหญ้า ไม่น่าจะมีวงดนตรีบรรเลงในงานศพ ไม่ว่าวงแบบไหน?

           ขุนนางข้าราชการระดับทั่วไปก็ไม่น่าจะมีปี่พาทย์ประโคมงานศพ เพราะปี่พาทย์ไม่ใช่เครื่องดนตรีมีทั่วไป หากเป็นสมบัติของผู้มีอำนาจ

           [โดยเฉพาะฆ้องวงทำด้วยโลหะ ซึ่งหาไม่ได้ทั่วไป แล้วต้องใช้เทคโนโลยีสูงในการสร้าง หากไม่มีอำนาจก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีบ่าวไพร่บริวารลงมือทำ]

           แต่ปี่พาทย์นางหงส์ เป็นวงประโคมพิเศษ กำหนดให้ใช้ปี่ชวาเป่าด้นนำ ซึ่งเป็นของอิมพอร์ตจากราชสำนักชวา (ในอินโดนีเซีย) ขุนนางใหญ่เท่านั้นจะมีได้ ชาวบ้าน “แต่เดิม” จะมีได้หรือ? สั่งอิมพอร์ตจากไหน? ยังไง? ฯลฯ

           ประเด็นเหล่านี้ ยังมีต้องเรียนรู้อีกมาก ผมแค่ตั้งข้อสงสัยว่าวงปี่พาทย์นางหงส์แต่เดิมจะไม่ใช้บรรเลงงานศพชาวบ้าน แต่เป็นของราชสำนักยุคก่อนอยุธยา