มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2559

 

อยุธยา ที่ชุมนุมรับน้ำ

แต่สร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ

 

          น้ำท่วมมากย่อมเป็นปกติของอยุธยา ตั้งแต่ก่อนมีอยุธยา เพราะพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนเกาะหนองโสน มีแม่น้ำล้อมรอบ เท่ากับเป็นคอขวดบีบให้น้ำล้นทะลักท่วมสองฟากฝั่ง

          เกาะนั้นมีสัณฐานคล้ายรูปสำเภานาวา ข้างหัวสำเภาอยู่ทิศตะวันออก ส่วนข้างท้ายสำเภาคือท้ายเภตราอยู่ทิศตะวันตก [มีบอกในคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม กับหนังสืออธิบายแผนที่ภูมิสถานพระนครศรีอยุธยา]

          สอดคล้องกับกลอนเพลงยาวนิราศฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (สมัย ร.1) ที่พรรณนาความทรงจำลักษณะพระนครศรีอยุธยาว่าเหมือนเกาะลงกาของทศกัณฐ์ว่า“บริเวณเอื้ออลด้วยชลธี ประดุจเกาะอสุรีลงกา”

          ดังนั้นแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงไหลผ่านเกาะเมืองอยุธยา จึงเป็นคอขวดโดยธรรมชาติ เป็นช่วงเล็กและแคบที่สุด มีขนาดกว้างแค่ 83 เมตร ขณะที่ก่อนไหลถึงเกาะเมืองอยุธยา ตั้งแต่ปากน้ำโพ (นครสวรรค์) ลงมาจนอ่างทอง แม่น้ำเจ้าพระยามีความกว้างเฉลี่ย 200 เมตร และมีความลาดชันสูง น้ำไหลระบายได้เร็ว [เก็บความโดยสรุปจากไทยรัฐ ฉบับวันพุธที่ 12 ตุลาคม 2559 หน้า 7]

          ยิ่งกว่านั้น รอบเกาะเมืองอยุธยา ยังมีแม่น้ำใหญ่ 2 สาย ไหลมาสมทบเพิ่มปริมาณน้ำขึ้นอีก ได้แก่ แม่น้ำลพบุรี (ไหลจากทิศเหนือ) กับ แม่น้ำป่าสัก (ไหลจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)

          ส่งผลให้น้ำล้นทะลักท่วมทั่วไปไม่รู้จบ

          อยุธยาเป็นเกาะ ที่ชุมนุมรับน้ำที่ไหลมาล้อมรอบ คนยุคอยุธยาขุดคลองระบายน้ำตัดกันเหมือนใยแมงมุม เพื่อส่งน้ำไหลลดลงเร็วๆ

          แต่คนปัจจุบันในอยุธยามรดกโลก พากันก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางไหลของน้ำ เลยต้องรับปัญหาน้ำท่วม นับวันจะรุนแรงกว่าเดิมเพิ่มเรื่อยๆ}