มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 25 ตุลาคม 2559

 

โรงงานอุตสาหกรรม

ถมแหล่งรับน้ำหลากอยุธยา

 

           อยุธยาด้านตะวันออก เป็นฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อน พ.ศ. 2530 ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่สีเขียวเพื่อการเกษตรกรรม

           รัฐบาลต่อมายกเลิกพื้นที่สีเขียว (ที่เคยสงวนไว้เพื่อการเกษตรกรรม) แล้วประกาศให้เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม

           นับแต่นั้นอยุธธยาก็เริ่มทำร้ายตัวเอง

           อยุธยา หลัง พ.ศ. 2530 เป็นเขตอุตสาหกรรม แล้วขยายต่อเนื่อง มีโรงงานอุตสาหกรรมนับไม่ถ้วนเข้าสู่บริเวณที่เป็น “ทุ่งหลวง” พื้นที่ด้านตะวันออกของอยุธยา

           บริเวณนี้เป็นทะเลโคลนตมแหล่งรับน้ำหลากจากทางเหนือมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ (ก่อนยุคอยุธยานับพันๆ ปี) จนถึงยุคอยุธยามีลำน้ำน้อยใหญ่เหมือนใยแมงมุม เป็นแหล่งปลูกข้าวพันธุ์หนีน้ำ มีรากยาวเป็นวา (ราว 2 เมตร)

           ทุ่งหลวง เป็นชื่อเรียกอย่างกว้างๆ ของบริเวณที่ราบลุ่มต่ำน้ำท่วมถึง ตั้งแต่ อ. อุทัย จ. พระนครศรีอยุธยา ไปทางทิศตะวันออก ต่อเนื่องถึง จ. นครนายก และ จ. ปทุมธานี

           ถูกกำหนดเป็นพื้นที่ชลประทาน สมัย ร.6 เพื่อขุดคลองส่งน้ำให้ทำนา โดยมีเขื่อนกั้นน้ำป่าสัก เรียกเขื่อนพระราม 6 ที่ ต. ท่าหลวง อ. ท่าเรือ จ. พระนครศรีอยุธยา เป็นบริเวณที่น้ำหลากจากภาคเหนือ พาตะกอนมาทับถมเป็นโคลนตม อุดมด้วยปุ๋ยให้ชาวนาปลูกข้าวมีคุณภาพ

           โรงงานอุตสาหกรรมทำลายทุ่งหลวงให้กลายเป็นแหล่งน้ำเน่า ที่มาจากชุมชนและอื่นๆ รอบโรงงาน

           พ.ศ. 2554 น้ำท่วมใหญ่ แล้วท่วมโรงงานอุตสาหกรรมกับชุมชนบริเวณนี้ทั้งหมด เพราะเป็นแอ่งรับน้ำธรรมชาติ เป็นบริเวณที่ตะกอนน้ำไหลจากทางเหนือมาทับถม

           แม้จะลงทุนทำคันกั้นน้ำท่วมหลายแห่ง (ทั้งของทางการและของเอกชน) ในหลายนิคมอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรอดพ้นอุทกภัยในอนาคตจากโลกร้อนที่มีแนวโน้มจะรุนแรงกว่า