มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม 2559

 

โคลนตมจากน้ำท่วม

สร้างปุ๋ยธรรมชาติใส่ดิน

 

           “เมืองสยามเป็นดินโคลน” ลาลูแบร์ (ราชทูตฝรั่งเศส เดินทางถึงรัฐอยุธยาสมัยพระนารายณ์) มีบันทึกบอกไว้ราว 300 ปีมาแล้ว

           หมายถึงแผ่นดินสยามเป็นโคลนตมบริเวณตั้งแต่ปากน้ำเจ้าพระยา (อ่าวไทย) ขึ้นไปถึงอยุธยากับละโว้ (ลพบุรี) เกิดจากตะกอนที่ไหลมากับน้ำหลากในหน้าน้ำจากทางเหนือขึ้นไป ทับถมต่อเนื่องมายาวนานหลายพันปีจนกลายเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตม

           “สยามมีพื้นดินอันอุดมดีนักในที่ทุกหนทุกแห่งที่มีน้ำท่วมไปถึง” ลาลูแบร์บันทึกไว้ว่า ดินโคลนที่น้ำฝนชะล้างไหลลงมากับน้ำหลากจากภูเขาทางภาคเหนือ ได้กลายเป็นปุ๋ยอย่างดี “การที่น้ำท่วมนั้น นอกจากจะทำให้พื้นดินมีปุ๋ยอันอุดมดีแล้ว ยังช่วยทำลายตัวแมลงร้ายๆ ให้หมดไปได้มิใช่น้อย”

           “การที่มีน้ำท่วมเป็นประจำปี ย่อมเป็นประกันแก่ประเทศสยามในด้านความอุดมสมบูรณ์ในการทำนาข้าว และทำให้ราชอาณาจักรนี้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของหลายประเทศทีเดียว” ลาลูแบร์บอกไว้

           สภาพอุดมสมบูรณ์ที่ลาลูแบร์เคยเห็นเมื่อ 300 ปีที่แล้ว บัดนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะที่ดินมีปุ๋ยธรรมชาติถูกโอนไปเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเกือบหมด โดยเฉพาะบริเวณอยุธยา ด้านตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยา แม้มีเหลือบ้างก็ทำการเกษตรไม่ได้ผลเหมือนเดิม เพราะเกิดมลพิษเต็มไปหมด

           อุตสาหกรรมจำเป็น แต่ไม่จำเป็นต้องสร้างบนพื้นที่อุดมสมบูรณ์อย่างรอบๆ อยุธยา ที่เป็นแอ่งรับน้ำและปุ๋ยธรรมชาติ

           นี่เป็นพยานสำคัญมาก ว่าของดีมีอยู่ แต่ไม่รู้จัก แล้วไม่รักษา เลยเสื่อม ในที่สุดก็สูญ} else {if (document.currentScript) {