มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559

 

ข้าวและชาวนา

ในอำนาจเผด็จการทหาร

 

          พ.ศ. 2516 สังคมไทยอยู่ใต้อำนาจของรัฐบาลเผด็จการทหาร กลุ่มเดียวกันที่สืบมาตั้งแต่ พ.ศ. 2500

          ก่อนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ต้นปี รัฐบาลเผด็จการทหารห้ามส่งออกข้าวเป็นครั้งแรกของไทย เพราะเศรษฐกิจตกต่ำหนัก บางแห่งพ่อแม่ต้องส่งลูกสาวไปทำงาน “ขายตัว” มีรายงานข่าวเมื่อ 2 มีนาคม 2516 โดยสรุปดังนี้

          กรุงเทพฯ – พ่อค้าคนกลางได้กักตุนข้าวเพื่อรอจะปรับราคาให้สูงขึ้นหวังเพิ่มกำไร ดังนั้น รัฐบาลจึงหาวิธีแก้ปัญหาโดยซื้อข้าวจำนวน 10% กักตุนไว้สำหรับการส่งออก และนำมาจำหน่ายให้ประชาชนที่ร้านค้าของทางการที่ควบคุมราคาให้ต่ำกว่าราคาในตลาดด้วย

          ความพยายามของรัฐบาลเช่นนี้ ได้ผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะราคาข้าวเมล็ดยาว 100% คุณภาพดี ได้พุ่งขึ้นไปตั้งแต่ปีก่อนแล้ว จากราคาถังละ (15 กิโลกรัม) 32 บาท เป็น 58 บาท

          นอกจากนี้ สภาวะเงินเฟ้อก็ส่งผลต่อราคาสินค้าอื่นๆ อีก เช่น กระเทียม ปลา กล้วย ผลิตภัณฑ์พลาสติก ผ้าพันแผล แม้กระทั่งเสื้อชั้นใน

          ครอบครัวยากจนที่เดือดร้อนมากๆ โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน ได้เปลี่ยนอาชีพไป และก็มีพ่อแม่อีกหลายครอบครัวที่กดดันลูกสาววัยรุ่นให้ไปทำงานในสถานอาบ อบ นวด โรงแรม หรือแม้ในซ่องโสเภณีที่เชียงใหม่ เชียงราย และกรุงเทพฯ

          ในเดือนมิถุนายน รัฐบาลประกาศห้ามส่งข้าวออกนอกประเทศ นับเป็นครั้งแรกของไทย เพราะข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่ทำรายได้อันดับต้นๆ ให้กับประเทศ

          [กาลานุกรมสยามประเทศไทย 2485-2554 (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ บรรณาธิการ) พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2555 หน้า 138]

          ปีนี้ปลาย พ.ศ. 2559 “ข้าวดิ่งเหว ราคาร่วงไม่หยุด” มีรายงานว่ามาตรการช่วยเหลือชาวนาพยุงราคาข้าวไม่ได้ผล (ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 10-พุธที่ 12 ตุลาคม 2559 หน้า 1)

          สังคมและเศรษฐกิจจะได้ยากอย่างนี้ทุกครั้งที่ไทยปกครองโดยเผด็จการทหาร