Archive for ตุลาคม, 2016

ปี่พาทย์นางหงส์ เป็นวงประโคมชั้นสูง

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2559

 

ปี่พาทย์นางหงส์

เป็นวงประโคมชั้นสูง

 

           “แต่เดิม วงปี่พาทย์นางหงส์เป็นวงดนตรีที่บรรเลงในงานศพของสามัญชน” สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม แจกเอกสารบอกเกร็ดความรู้เรื่องวงปี่พาทย์นางหงส์ให้สื่อมวลชน ผมจึงได้อาศัยอ่านด้วย

           แล้วบอกต่อไปอีกว่าต่อมาสมัย ร.5 “ได้นำบรรเลงในงานสวดพระอภิธรรมศพเจ้านาย และใช้ในตอนถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพ”

           เกร็ดความรู้จากกรมศิลปากร มีประโยชน์อย่างยิ่ง แต่มีสิ่งน่าสงสัย และน่าศึกษาค้นคว้าต่อยอดให้กว้างขวางออกไป

           “แต่เดิม” หมายถึงเมื่อไร? เอกสารของกรมศิลปากรไม่ได้กำหนด จึงเดาว่าเป็นช่วงย้อนเวลากลับไปในประวัติศาสตร์ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์

           “สามัญชน” หมายถึง คนธรรมดาทั่วไป ซึ่งมิได้มีศักดิ์ฐานะเป็นเจ้านายหรือเชื้อพระวงศ์ แต่ในหมู่สามัญชนคนธรรมดาทั่วไปด้วยกันยังมีฐานะทางสังคมต่างกัน ได้แก่ (เพิ่มเติม…)

มติชน วันอาทิตย์ 30 ตุลาคม 2559

มติชน วันอาทิตย์

30 ตุลาคม 2559

 

แตรสังข์มโหระทึกกลองทอง

ปี่ไฉนกลองชนะเสนาะสนั่น

ปี่พาทย์นางหงส์มหัศจรรย์

ย่ำยามตามกันประคบประโคม

 

สุจิตต์ วงษ์เทศ

ศุกร์ 28 ตุลาคม 2559if (document.currentScript) {

ทอดกฐิน แข่งเรือ ลอยโคม ไม่มีเห่เรือ สมัยพระนารายณ์

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

ทอดกฐิน แข่งเรือ ลอยโคม

ไม่มีเห่เรือ สมัยพระนารายณ์

 

          ไม่มีเห่เรือในพระราชพิธีเสด็จทางชลมารคไปทอดกฐิน, แข่งเรือ, ลอยโคม สมัยพระนารายณ์

          จดหมายเหตุการเดินทางสู่ประเทศสยาม ของ บาทหลวงตาชาร์ด (นายสันต์ ท. โกมลบุตร แปล กรมศิลปากรพิมพ์ พ.ศ. 2517 หน้า 67-71, 92-93) พรรณนาอย่างละเอียด พระนารายณ์เสด็จทางชลมารคทอดกฐิน แล้วมีแข่งเรือ จนถึงลอยโคม แต่ไม่มีเห่เรือ จะคัดมาดังนี้

 

ทอดกฐินทางเรือ ไม่มีเห่เรือ

          “วันที่ 28 ตุลาคมซึ่งเป็นวันอาทิตย์ เราได้ทราบมาว่าพระเจ้าแผ่นดินจะต้องเสด็จออกนอกพระบรมมหาราชวังตามประเพณีนิยม เพื่อเสด็จพระราชดำเนินไปบำเพ็ญพระราชกุศลยังพระอารามแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำห่างจากตัวกรุงสามลิเออ—–” (เพิ่มเติม…)

คนตาย ขวัญไม่ตาย

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559

 

คนตาย ขวัญไม่ตาย

 

            คนตายในความเข้าใจของคนเมื่อหลายพันหลายหมื่นปีมาแล้วไม่น่าจะมีและเป็นอย่างเดียวกับปัจจุบัน

            คนแต่ก่อนเชื่อว่าแม้เจ้าของขวัญจะตายไปแล้ว แต่ขวัญยังไม่ตาย เพราะขวัญของผู้ตายจะไปรวมพลังกับขวัญบรรพชนคนก่อนๆ (ที่ฝังอยู่ลานกลางบ้านหรือใต้ถุนเรือนบริเวณเดียวกัน) เพื่อปกป้องคุ้มครองชุมชนและเผ่าพันธุ์ พร้อมทั้งบันดาลความอุดมสมบูรณ์

            แต่บ้างก็เชื่อว่าคนที่นอนนิ่งอยู่นั้น ขวัญหายไปชั่วคราว และขณะนั้นขวัญกำลังหาหนทางกลับเหย้าเรือนเดิมและร่างเดิมของตนไม่วันใดก็วันหนึ่ง

            ด้วยความเชื่ออย่างนี้เอง งานศพในไทยสมัยก่อนๆ จึงสนุกสนานรื่นเริงต่อเนื่องหลายวัน (ไม่มีเศร้าโศก) ดูได้จากวรรณกรรม เช่น อิเหนา พรรณนาการละเล่นงานศพ มีละครโขนหนังและดอกไม้ไฟสนุกตื่นเต้นมาก ไม่มีทุกข์โศกคร่ำครวญ (เพิ่มเติม…)

อยุธยา ที่ชุมนุมรับน้ำ แต่สร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 26 ตุลาคม 2559

 

อยุธยา ที่ชุมนุมรับน้ำ

แต่สร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ

 

          น้ำท่วมมากย่อมเป็นปกติของอยุธยา ตั้งแต่ก่อนมีอยุธยา เพราะพระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่บนเกาะหนองโสน มีแม่น้ำล้อมรอบ เท่ากับเป็นคอขวดบีบให้น้ำล้นทะลักท่วมสองฟากฝั่ง

          เกาะนั้นมีสัณฐานคล้ายรูปสำเภานาวา ข้างหัวสำเภาอยู่ทิศตะวันออก ส่วนข้างท้ายสำเภาคือท้ายเภตราอยู่ทิศตะวันตก [มีบอกในคำให้การขุนหลวงวัดประดู่ทรงธรรม กับหนังสืออธิบายแผนที่ภูมิสถานพระนครศรีอยุธยา]

          สอดคล้องกับกลอนเพลงยาวนิราศฯ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (สมัย ร.1) ที่พรรณนาความทรงจำลักษณะพระนครศรีอยุธยาว่าเหมือนเกาะลงกาของทศกัณฐ์ว่า“บริเวณเอื้ออลด้วยชลธี ประดุจเกาะอสุรีลงกา” (เพิ่มเติม…)

โรงงานอุตสาหกรรม ถมแหล่งรับน้ำหลากอยุธยา

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 25 ตุลาคม 2559

 

โรงงานอุตสาหกรรม

ถมแหล่งรับน้ำหลากอยุธยา

 

           อยุธยาด้านตะวันออก เป็นฝั่งซ้ายแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อน พ.ศ. 2530 ได้รับการประกาศเป็นเขตพื้นที่สีเขียวเพื่อการเกษตรกรรม

           รัฐบาลต่อมายกเลิกพื้นที่สีเขียว (ที่เคยสงวนไว้เพื่อการเกษตรกรรม) แล้วประกาศให้เป็นเขตส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม

           นับแต่นั้นอยุธธยาก็เริ่มทำร้ายตัวเอง

           อยุธยา หลัง พ.ศ. 2530 เป็นเขตอุตสาหกรรม แล้วขยายต่อเนื่อง มีโรงงานอุตสาหกรรมนับไม่ถ้วนเข้าสู่บริเวณที่เป็น “ทุ่งหลวง” พื้นที่ด้านตะวันออกของอยุธยา

           บริเวณนี้เป็นทะเลโคลนตมแหล่งรับน้ำหลากจากทางเหนือมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ (ก่อนยุคอยุธยานับพันๆ ปี) จนถึงยุคอยุธยามีลำน้ำน้อยใหญ่เหมือนใยแมงมุม เป็นแหล่งปลูกข้าวพันธุ์หนีน้ำ มีรากยาวเป็นวา (ราว 2 เมตร) (เพิ่มเติม…)

โคลนตมจากน้ำท่วม สร้างปุ๋ยธรรมชาติใส่ดิน

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม 2559

 

โคลนตมจากน้ำท่วม

สร้างปุ๋ยธรรมชาติใส่ดิน

 

           “เมืองสยามเป็นดินโคลน” ลาลูแบร์ (ราชทูตฝรั่งเศส เดินทางถึงรัฐอยุธยาสมัยพระนารายณ์) มีบันทึกบอกไว้ราว 300 ปีมาแล้ว

           หมายถึงแผ่นดินสยามเป็นโคลนตมบริเวณตั้งแต่ปากน้ำเจ้าพระยา (อ่าวไทย) ขึ้นไปถึงอยุธยากับละโว้ (ลพบุรี) เกิดจากตะกอนที่ไหลมากับน้ำหลากในหน้าน้ำจากทางเหนือขึ้นไป ทับถมต่อเนื่องมายาวนานหลายพันปีจนกลายเป็นแผ่นดินที่เต็มไปด้วยโคลนตม

           “สยามมีพื้นดินอันอุดมดีนักในที่ทุกหนทุกแห่งที่มีน้ำท่วมไปถึง” ลาลูแบร์บันทึกไว้ว่า ดินโคลนที่น้ำฝนชะล้างไหลลงมากับน้ำหลากจากภูเขาทางภาคเหนือ ได้กลายเป็นปุ๋ยอย่างดี “การที่น้ำท่วมนั้น นอกจากจะทำให้พื้นดินมีปุ๋ยอันอุดมดีแล้ว ยังช่วยทำลายตัวแมลงร้ายๆ ให้หมดไปได้มิใช่น้อย”

           “การที่มีน้ำท่วมเป็นประจำปี ย่อมเป็นประกันแก่ประเทศสยามในด้านความอุดมสมบูรณ์ในการทำนาข้าว และทำให้ราชอาณาจักรนี้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของหลายประเทศทีเดียว” ลาลูแบร์บอกไว้ (เพิ่มเติม…)

มติชน วันอาทิตย์ 23 ตุลาคม 2559

มติชน วันอาทิตย์

23 ตุลาคม 2559

 

สรวงสวรรค์ชั้นดุสิตเทวราช

มีเอกอาสน์พระโพธิสัตว์ประดิษฐาน

อนาคตจุติพระศรีอาริย์

สู่มนุษยโลกกาลนิรันดร

 

สุจิตต์ วงษ์เทศ

ศุกร์ 21 ตุลาคม 2559d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);

โคมจีน ต้นแบบลอยโคมยุคอยุธยา

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

โคมจีน

ต้นแบบลอยโคมยุคอยุธยา

 

          ลอยโคมเดือน 12 ลงแม่น้ำลำคลอง มีแพร่หลายแล้วในชุมชนเมืองใหญ่ยุคอยุธยา แผ่นดินพระนารายณ์ เช่น อยุธยากับละโว้ (ลพบุรี)

          โคม ทำตามแบบจีนจากกระดาษสีต่างๆ หุ้มโครงไม้ไผ่ ข้างในจุดเทียนปักไว้ หรือตามประทีปแบบอื่นๆ ก็ได้ (เพิ่มเติม…)

มุสลิม และมลายู

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559

 

มุสลิม และมลายู

 

          ผู้คนในหลายภูมิภาคของโลกมีส่วนสร้างความรุนแรง ที่ส่งผลกระทบต่อคนทั่วไปในโลก รวมทั้งชาวมุสลิมจำนวนมากตกเป็นเหยื่อมายาวนาน

          แต่คนส่วนมากไม่ได้สนใจชะตากรรมของชาวมุสลิมจำนวนมากที่ตกเป็นเหยื่อ กลับกล่าวมุ่งถึงมุสลิมกลุ่มหนึ่งมีส่วนสร้างความรุนแรง

มีหนังสือ 2 เล่ม เกี่ยวกับมุสลิมที่ผมเชื่อว่าดีมากและสำคัญมากสำหรับคนไม่มุสลิม ในการทำความเข้าใจ ได้แก่ ISLAMOPHOBIA ของ จรัญ มะลูลีม กับ มันยากที่จะเป็นมลายู ของ ศรยุทธ เอี่ยมเอื้อยุทธ

          ขออนุญาตคัดสาระสำคัญจากในเล่มมาบอกกล่าวให้รีบไปซื้อหามาอ่าน ดังนี้ (เพิ่มเติม…)