มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 28 กันยายน 2559

 

เบื่อพระ เบื่อวัด

ไม่เบื่อศาสนา

 

           คำถามของใบพัด นบน้อม ในหนังสือดื่มไดอะล็อก ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนซ่อนปมคมกริบ แต่เป็นคำถามพื้นๆ ตรงใจคนจำนวนไม่น้อยในสังคม ซึ่งมีผมรวมอยู่ด้วยคนหนึ่งแน่

           ตั้งแต่เรียนชั้นประถมจนจบมหาวิทยาลัย (แถมสอบตกอีกหลายปี) ผมเป็นเด็กวัด กินข้าวก้นบาตร มีศรัทธานำปัญญา เห็นพระสงฆ์เป็นพระเจ้า แต่ก็เห็นเป็นอย่างอื่นที่ตรงข้ามด้วย เลยรู้สึกอย่างเดียวกับคำถามที่คัดมานี้

           ถาม เพื่อนผมที่ไม่มีศาสนา เชื่อในความดีงาม เชื่อเรื่องการแบ่งปัน เวลาทำบุญจะไม่ไปวัด ไม่ไหว้พระ

           ไม่เฉพาะเพื่อนผม แต่คนรุ่นใหม่หลายคนก็เป็นแบบนี้ เราเบื่อวัดที่มีรูปแบบพิธีกรรมรกรุงรัง น่าเบื่อ ไม่ตอบโจทย์ และโคตรเชย

           การทำบุญของรุ่นใหม่ที่ผมสังเกตจะออกแนวสงเคราะห์ แบ่งปัน และจิตอาสามากกว่า

           ตอบ เห็นมั้ย ถึงไม่มีศาสนา การดำเนินชีวิตไปอย่างสอดคล้องกับหัวใจก็ยังคงเกิดขึ้นได้ เขาอาจจะไม่ทำบุญตามรูปแบบเพราะหัวใจเขาไม่รู้สึกอะไรกับมัน ถ้าไปช่วยงานป่อเต็กตึ๊งแล้วหัวใจรู้สึกถึงบุญ นั่นก็คือการทำบุญของคุณ

           ความกล้าทดลองตรงนี้จะทำให้เราเห็นความเป็นไปได้ของการทำบุญในรูปแบบที่หลากหลายยิ่งขึ้น บุญงอกงามยิ่งขึ้น มีพัฒนาการที่กว้างไกลมากขึ้น

           กระจายบุญออกไปในแนวราบ แทนที่จะกระจุกตัวได้บุญกันแต่ในวัดหรือยกสถานะคนมีบุญให้สูงเกินจริง ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีต่อสังคมประชาธิปไตยและสังคมโลกที่มีความเป็นเสรีนิยมสูงขึ้น

           “ผมมองว่าบุญต้องเข้าถึงได้ในหลายบริบทมากขึ้นด้วย ศาสนาไม่ใช่เจ้าของบุญอีกต่อไป ซึ่งนั่นเชื่อมโยงอยู่กับแนวคิดเรื่องคุณค่าทางจิตวิญญาณ หรือ spirituality”

           เบื่อพระ เบื่อวัด ไม่เบื่อศาสนา โดยเฉพาะศาสนาผี นี่เป็นปฏิกิริยาที่คนรุ่นใหม่แสดงออก ทั้งตรงไปตรงมาและหลีกเลี่ยง แต่ใช่