มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 21 กันยายน 2559

 

ต้นไม้ กับชื่อบ้านนามเมือง

 

          นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม บอกว่าต้นไม้ทรงคุณค่าของชาติ และต้นไม้ที่มีประวัติศาสตร์ของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ

          เช่น จ. สงขลา คือ ต้นสะเดาเทียมยักษ์, จ. ตาก คือ ต้นกระบากใหญ่, จ. พิจิตร คือ ต้นกากระทิง, จ. หนองคาย คือ ต้นตะเคียนทองคู่ เป็นต้น

          วธ. กำลังรวบรวมเพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลและหนังสือเผยแพร่องค์ความรู้ สำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยว และให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในการค้นคว้าต่อไป

          ชื่อบ้านนามเมือง มีไม่น้อยเกี่ยวข้องกับต้นไม้ หรือได้ชื่อจากต้นไม้ แต่คนสมัยหลังๆ ไม่รู้ว่าชื่อเหล่านั้นเป็นชื่อต้นไม้ แล้วพยายามปรุงแต่งให้หมายถึงอย่างอื่นที่คิดเอาเองว่ามีความหมายสูงส่งกว่า ทำให้ประวัติความเป็นมาคลาดเคลื่อน

          เช่น บ้านกะสัง หมายถึงต้นกะสัง แต่ไม่รู้จักต้นกะสัง และเห็นว่าไม่สวย ไม่ศักดิ์สิทธิ์ เลยเขียนใหม่เป็นบ้านกระสังข์ จะให้หมายถึงหอยสังข์ศักดิ์สิทธิ์

          ถ้าเชื่อมโยงชื่อต้นไม้อธิบายชื่อบ้านนามเมืองได้ก็ยิ่งดี และมีคุณค่าอย่างยิ่งบอกความเป็นมาของท้องถิ่นนั้นๆ แม้เป็นต้นไม้ที่สมมุติยกย่องขึ้นใหม่ก็ไม่เสียหาย ขอให้บอกตรงๆ ว่าเป็นเรื่องใหม่ เท่ากับเป็นประวัติศาสตร์เพิ่งสร้างใหม่ ซึ่งต้องบันทึกไว้เช่นกัน

          ที่สุโขทัยเมืองเก่ามีลำน้ำหลักสายหนึ่ง เป็นที่รู้กันมานานว่า คูแม่ลำพัน บางทีเขียนเป็น คูแม่รำพัน แต่ไม่มีคำอธิบายว่าหมายถึงอะไร?

          ชื่อนี้เมื่อเทียบกับ บ้านคู้ลำพัน (อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี) น่าจะไปกันได้ มีคำอธิบายจากคนท้องถิ่นว่า คู้ เป็นชื่อไม้หอมชนิดหนึ่ง (คล้ายไม้จันทน์) เรียกแก่นคู้ ส่วนลำพัน เป็นชื่อว่านชนิดหนึ่งจำพวกหญ้า ใบลำพันใช้ทำยา

          งานที่ รมว.วัฒนธรรม บอกมา ถ้ามีคณะทำงานด้านภาษาและนิรุกติศาสตร์ ฯลฯ ค้นคว้าอธิบายความหมาย จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง