มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2559

 

การเมืองและสังคม

ในภาษาและวรรณคดี

 

         ทุกอย่างที่สร้างด้วยคน ล้วนถูกหล่อหลอมด้วยสังคมและการเมือง ไม่ว่าบ้าน, วัด หรือวัง ถ้ารู้จักใช้งานก็เป็นพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในอนาคต ถ้าใช้ไม่เป็นก็ตรงข้ามคือถอยหลังเข้าคลอง

         ครูบาอาจารย์ทางภาษาและวรรณคดีไทย ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา เช่นเดียวกันครูบาอาจารย์ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา ก็ไม่ศึกษาหาความรู้ทางภาษาและวรรณคดีไทย

         หนักข้อขึ้นไปอีก คือ ทัศนะของครูบาอาจารย์ไม่มีการเมืองและสังคม ทั้งในภาษาและวรรณคดีไทย และในประวัติศาสตร์โบราณคดีมานุษยวิทยา

         นี่เอง ผมจึงอ่านข้อเขียนของ อ. กุสุมา รักษมณี อย่างอิ่มอกอิ่มใจ ในหนังสือวิวิธวารประพันธ์ (ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2559) โดยเฉพาะตอนที่กล่าวถึงเรื่องนี้ มีว่า

         “วรรณคดีไม่ได้สร้างจากสุญญากาศ ไม่ใช่สิ่งที่กวีจินตนาการนึกขึ้นมาคิดขึ้นมาเองทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องที่เกิดจากความฝันหรือมีอะไรมาดลใจแล้วลุกขึ้นแต่ง แต่เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กับชีวิตของกวี เพราะฉะนั้นวรรณคดีจึงสัมพันธ์กับสังคม สัมพันธ์กับประวัติศาสตร์”

         “ในการศึกษาเราอาจใช้วิธีของมานุษยวิทยา…หรือใช้ความรู้ทางโบราณคดี รัฐศาสตร์ประวัติศาสตร์ เป็นการขยายแว่นของเราให้ใหญ่มากขึ้น มากกว่าจะใช้แว่นวรรณกรรมส่องเท่านั้น” (หน้า 386)

         อาจารย์กับนักศึกษาทางภาษาและวรรณคดีไทย มีผู้บอกผมว่ามีลักษณะเฉพาะ คือ เสื้อผ้าหน้าผมเป็นพวกโลกสวยบริสุทธิ์ ไม่การเมืองและไม่สังคม อะไรที่เกี่ยวข้องการเมืองและสังคมล้วนไม่สวยและเสื่อมทราม ในทัศนะของคนพวกนี้วรรณคดีไทยเนรมิตด้วยกวีไทยผู้บริสุทธิ์ประเสริฐ เสมือนมาจากสรวงสวรรค์

         ส่งผลให้คนเรียนภาษาและวรรณคดีไทยหายหด ศรัทธาถดถอย ต้องกว้านหาคนเข้าเรียน บางแห่งต้องจ้างเรียนด้วยทุนการศึกษาd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);} else {