Download PDF

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

แข่งเรือ เดือน 11

เสี่ยงทายร้ายหรือดี?

 

          เดือน 11 เป็นช่วงเวลาปลายพรรษา น้ำนองหลากทั่วไป รวงข้าวเริ่มเปลี่ยนสีจากเหลืองอ่อนๆ เป็นเหลืองเข้ม และเมล็ดอวบอ้วนอุดมสมบูรณ์

          แต่ยังวางใจไม่ได้ว่าธรรมชาติจะอำนวยให้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชาวบ้านต้องร่วมทำพิธีเสี่ยงทายเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ เรียกพิธีแข่งเรือ แต่ในประเพณีพราหมณ์เรียกอาสยุชพิธี มีในกฎมณเฑียรบาล ยุคต้นอยุธยา ดังนี้

 

แข่งเรือ (เพื่อ) เสี่ยงทาย

          พิธีแข่งเรือเสี่ยงทาย เป็นของชุมชนชาวบ้านยุคดึกดำบรรพ์มาก่อน เมื่อราชสำนักมีขึ้นในสุวรรณภูมิก็ยกพิธีพราหมณ์จากชมพูทวีป (อินเดียโบราณ) เข้ามาผสมเพิ่มให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอีก แล้วเรียกอย่างขลังๆ ว่า อาสยุชพิธี (อาสยุช แปลว่า เดือนสิบเอ็ด)

          ข้อความในกฎมณเฑียรบาลพรรณนาไว้สั้นๆ ห้วนๆ โดยสรุปสาระสำคัญว่า

          สมรรถไชยเป็นเรือพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนไกรสรมุกข์ป็นเรือพระอัครมเหสี เรือทั้งสองลำ “เป็นเรือเสี่ยงทาย” ให้ฝีพายแข่งกัน

          มีคำทำนายเป็นจารีตที่รู้กันก่อนแล้วว่า ถ้าเรือสมรรถไชยของพระเจ้าแผ่นดินพ่ายแพ้เรือไกรสรมุกข์ของพระอัครมเหสี บ้านเมืองจะเป็นสุขเกษมเปรมประชา มี “ข้าวเหลือ เกลืออิ่ม” แต่ตรงข้ามถ้าเรือสมรรถไชยของพระเจ้าแผ่นดินชนะ บ้านเมือง “จะมียุค” หมายความว่าเกิดยากแค้นแสนสาหัส ข้าวไม่เหลือ เกลือไม่อิ่ม อดอยากปากแห้งเป็นกลียุค

12months 19-08-59 2

แข่งเรือในทวาทศมาส

          ทวาทศมาสโคลงดั้น แต่งในยุคไล่เลี่ยกับกฎมณเฑียรบาล พรรณนาไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยประสบการณ์จริงของกวีผู้แต่งที่เห็นอาสยุชพิธี หรือแข่งเรือเสี่ยงทาย ไม่มีในเอกสารอื่นว่า “นาเวศประภาไสว ขับแข่ง กันนา” ฝีพายล้วนเป็นพวกไพร่ “หมึกสักหลัง” เพราะไม่ใส่เสื้อ เลยมองเห็นลายที่สักไว้แผ่นหลังทุกตัวคน ดังนี้

          สรมุขไมยมาศแต้ม                   ตรูตรัส

          ศรีสมรรถไชยตรู                         เตรียบฟ้า

          พายคำจำรัสแครง                       ใสส่อง

          หมึกสักหลังรั้งหน้า                      ฮึดฮือ ฯ

          ฝีพายพลไปล่น้ำ                       ปลิวใบ แบ่งนา

          ฉายฉากพายพลปือ                     ปั่นคว้าง

          ชำงือชำงายไนย                          นองเนตร แล้วแฮ

          นึกรำฦกครั้งสร้าง                       แรกสม ฯ

          ไกรกรายฉายฉากน้ำ               ปึงปลิว ปรี่นา

          คิดพิมานไชยชม                          บ่เว้น

          แลเลาหลั่งลองลิว                        ลมล่อง มาฤๅ

          อ่อนลำเภาพายเต้น                     ตากหัว ฯ

          วรหงส์ไพโรจน์เพี้ยง                 เรือนาง แน่งนา

          กลบันจงเกลากลัว                      ดุจขว้ำ

          เกลียวกลมรันทวยกลาง             โอนอ่อน มานา

          เรือหากรู้น้ำน้ำ                           หากเห็น ฯ

          พิธีแข่งเรือเพื่อเสี่ยงทาย หรืออาสยุชพิธี ยังมีสืบเนื่องถึงยุคปลายกรุงศรีอยุธยา ดังมีพรรณนาไว้ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (กุ้ง) ว่า

          เดือนสิบเบ็ดเสร็จสำแดง          เรือกิ่งแข่งตามพิธี

          พายงามตามชลธี                        พี่แลเจ้าเปล่าเปนดาย ฯ

          อาสุชดลมาศแคว้น                 กรุงไกร

          เรือกิ่งกระพรหมไชย                    ชื่นสู้

          กิ่งไกรสรจักรไคล                       เทียบท่า

          ทองอร่ามงามแข่งขู้                     พี่นี้คนเดียว

แข่งเรือในพระราชพิธีเสี่ยงทาย ใช้เรือศักดิ์สิทธิ์มีหัวเรือเป็นรูปต่างๆ [ภาพพิมพ์ “ทัศนียภาพกรุงศรีอยุธยาและริ้วกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค” (Vuë de Siam, avec diverses Sortes des Ballons, ou Vaisseaux Chinoises a rame) โดย ฟร็องซัวส์ ซาเวียร์ อาเบอร์มันน์ (François Xavier Habermann) จิตรกรชาวเยอรมัน พิมพ์ที่กรุงเอาส์กบูร์ก (Augsburg) ประเทศเยอรมนี ในราวปี พ.ศ. 2323 ตรงกับปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จิตรกรไม่คุ้นเคยกับเอกลักษณ์ของกรุงศรีอยุธยา จึงเขียนบ้านเรือนและวัดวาอารามเป็นรูปทรงจีน บ้างก็เป็นทรงกอธิคของยุโรป อย่างไรก็ตาม ภาพนี้ทำให้เราเห็นสภาพภูมิทัศน์ของกรุงศรีอยุธยาว่าเป็นราชธานีที่เจริญรุ่งเรืองมั่นคง ห้อมล้อมไปด้วยแม่น้ำและเทือกเขาตามจินตนาการของจิตรกรชาวยุโรปในสมัยนั้น (ภาพและคำอธิบายของ ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช)

แข่งเรือในพระราชพิธีเสี่ยงทาย ใช้เรือศักดิ์สิทธิ์มีหัวเรือเป็นรูปต่างๆ
[ภาพพิมพ์ “ทัศนียภาพกรุงศรีอยุธยาและริ้วกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค” (Vuë de Siam, avec diverses Sortes des Ballons, ou Vaisseaux Chinoises a rame) โดย ฟร็องซัวส์ ซาเวียร์ อาเบอร์มันน์ (François Xavier Habermann) จิตรกรชาวเยอรมัน พิมพ์ที่กรุงเอาส์กบูร์ก (Augsburg) ประเทศเยอรมนี ในราวปี พ.ศ. 2323 ตรงกับปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จิตรกรไม่คุ้นเคยกับเอกลักษณ์ของกรุงศรีอยุธยา จึงเขียนบ้านเรือนและวัดวาอารามเป็นรูปทรงจีน บ้างก็เป็นทรงกอธิคของยุโรป อย่างไรก็ตาม ภาพนี้ทำให้เราเห็นสภาพภูมิทัศน์ของกรุงศรีอยุธยาว่าเป็นราชธานีที่เจริญรุ่งเรืองมั่นคง ห้อมล้อมไปด้วยแม่น้ำและเทือกเขาตามจินตนาการของจิตรกรชาวยุโรปในสมัยนั้น (ภาพและคำอธิบายของ ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช)