มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2559

 

ไม่ใช่แค่แต่งชุดไทย

 

          แบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เป็นงานสำคัญอย่างหนึ่งของการอนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรมเพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีภาระต้องทำสม่ำเสมอ

          แต่ข้าราชการในหน่วยงานของ วธ. วางตนเป็นเจ้าขุนมูลนายด้วยทัศนะอนุรักษนิยมสุดโต่ง เลยตอบสนองกันไม่สะดวกกับสังคมที่เคลื่อนไหวไปข้างหน้าไม่หยุดนิ่ง จึงควรทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน ดังนี้

          แบ่งปันเผยแพร่ หมายถึง กระบวนการที่มีต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อผลักดันให้สาธารณชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกทำให้ง่ายๆ ทั้งในแง่ข้อมูลดิบ และในมุมการแปลความหมาย ด้วยวิธีคิดไปกันได้ในทางสากล ที่มีเศรษฐกิจการเมืองและสังคมวัฒนธรรมคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน แล้วกระตุ้นให้เกิดคำถามและต่อยอดความรู้ โดยเปิดช่องทักท้วงถกเถียงกว้างขวางอย่างไร้พรมแดน

          ไม่ใช่แต่งชุดไทยแบบไทยๆ คลั่งไทยใหญ่ไทยโต คุยโม้โอ้อวดสารพัด ยกย่องกล่าวขวัญแต่วีรบุรุษสงคราม ไม่มีสังคม

          จะเห็นว่าไม่ใช่แค่พิมพ์เป็นเล่มข้อมูลดิบจากรายงานการสำรวจและขุดค้นทั้งใต้ดินและใต้น้ำ หรือแค่พิมพ์ซ้ำความรู้พ้นสมัย ทั้งไม่ใช่แค่ข้าราชการคนใดคนหนึ่งไปบรรยาย, อภิปราย, เสวนา บอกเล่าข้อมูลดิบนั้น

          ซึ่งล้วนจำกัดอยู่ในแวดวงแคบๆ และมักเป็นกลุ่มไม่อยากได้ ไม่อยากอ่าน ไม่อยากฟัง เพราะเป็นข้อมูลดิบที่น่าเบื่อมากๆ เนื่องจากคนเขียนรายงานกับคนพูดไม่น่าเชื่อถือ ไม่น่าฟัง

          ทั้งหมดคือล้มเหลว เห็นได้จากข้อมูลที่ทางการมี แต่ไม่มีใครรับรู้ เช่น สุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย, กระทะเหล็กจากเมืองจีนเข้าถึงอาหารไทย ยุคต้นอยุธยา ฯลฯ

          ที่เขียนบอกมานี้เพราะได้อ่านข่าวแพร่หลายในสื่อว่านายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัด วธ. ไปวิเคราะห์เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ผ่านการลงประชามติมาแล้ว ว่าในส่วนของงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมนั้น มีประเด็นใดเกี่ยวข้องกับภาระหน้าที่และภาระงานของหน่วยงานตนเองบ้างif (document.currentScript) {