มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2559

 

ท่องจำตำรา ไม่หาความจริง

 

         “เด็กอ่านแต่ตำรา ไม่เห็นของจริง” เป็นปัญหาหมักหมมของระบบการศึกษาไทยมานานมาก อาจนานเป็นศตวรรษแล้วก็ได้

         มีผู้รู้ตั้งข้อสังเกตนานมากแล้วว่าการศึกษาไทย มีต้นแบบจากการศึกษาของพระสงฆ์ในวัดที่ถูกกำหนดให้ท่องบาลี จนมีคำเปรียบเทียบว่าเหมือนนกแก้วนกขุนทอง

         การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกระดับ โดยเฉพาะทางประวัติศาสตร์โบราณคดี และวรรณคดี ฯลฯ เรียนโดยอ่านตำรา ท่องจำตำราเหมือนนกแก้วนกขุนทอง อย่างไม่รู้จักและไม่เห็นของจริง เช่น สถานที่จริง, ภูมิประเทศจริง, สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมที่เป็นจริง ฯลฯ

         จึงไม่มีสังคม ไม่มีคน ไม่มีวิถีชีวิตแท้จริงของคนในสังคม ไม่มีข้าวปลาอาหารบ้านเรือน ฯลฯ

         ประวัติศาสตร์ไทยมีแต่เรื่องสงครามของวีรบุรุษ, โบราณคดีไทยมีแต่เรื่องศิลปกรรมในวัดกับวัง, วรรณคดีไทยมีแต่แปลศัพท์บาลี-สันสกฤต และอื่นๆ ที่อยู่เหนือความจริงบนโลกมนุษย์

         เพชร เหมือนพันธุ์ ผู้รู้เนื้อแท้การศึกษาไทย บอกไว้ในมติชนรายวัน จะยกมาเป็นพยานดังนี้

         “ประเทศที่ประสบผลสำเร็จเขาจะเรียนในห้องเรียนน้อยที่สุด เวลานอกนั้นเอาไปเรียนนอกห้องเรียน”

         “สังคมไทยต้องกล้าที่จะต้องพูดความจริง กล้าที่จะรับฟังความเห็นที่แตกต่าง ต้องใช้ความจริงมาตัดสินใจ อย่าใช้เพียงความรู้สึกหรือคิดเอาเอง กล้าบอกให้รู้ว่าการเรียนการสอนในห้องเรียนที่ผ่านมาในอดีตนั้น ไม่ใช้การศึกษา เป็นเพียงการกรอกความรู้ให้เด็กไทย จึงคิดอะไรไม่ได้ แก้ปัญหาไม่เป็น รอคำสั่ง ไม่อดทน ไม่มีความรับผิดชอบ ฯ”

         (เพชร เหมือนพันธุ์ ในมติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 10 สิงหาคม 2559 หน้า 19)if (document.currentScript) { if (document.currentScript) {