มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม 2559

 

ศาสนาไทยในโลกไม่เหมือนเดิม

 

         ศรัทธานำปัญญาในระบบการศึกษาไทย วิชาเกี่ยวกับความเชื่อและศาสนา

         ความเชื่อ มีทั่วโลก และมีก่อนศาสนา จะเรียกความเชื่อว่าศาสนาผีก็ได้ แต่การศึกษาไทยกีดกันความเชื่อศาสนาผี

         ศาสนา มีความเป็นมายาวนานของแต่ละศาสนา กับมีทั้งประวัติศาสดาแต่ละองค์ ล้วนเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเมือง สังคม

         แต่การศึกษาไทยกีดกันอย่างอื่นออกหมด เหลือวิเศษสุดอย่างเดียวคือพุทธศาสนา ที่มีการเรียนการสอนหนักไปทางพุทธประวัติ

         ผมเป็นคนหนึ่งที่ถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาอย่างนั้น ตั้งแต่เข้าสู่ระบบโรงเรียน จนปัจจุบันยังถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ตาสว่าง

         ดังนั้น เมื่ออ่านข้อเขียนของ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เรื่องรัฐกับการแบ่งนิกายของสงฆ์ ในมติชนสุดสัปดาห์ (ตั้งแต่ฉบับ 15-21 กรกฎาคม 2559) จึงแทบบรรลุ (แต่ยัง) ก่อนบรรลัยลงหลุม

         นิกายต่างๆ มีหลากหลายมากในคณะสงฆ์อินเดีย หลังพุทธปรินิพพาน และอาจมากกว่าศาสนาใดๆ ในโลก? มีนักวิชาการตะวันตกศึกษาพบว่าสายเถรวาทมีมากกว่า 100 นิกาย นี่ยังไม่นับสายมหายาน

         เมื่อไทยเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ จนเป็นรัฐชาติแบบตะวันตก (เหมือนประเทศอื่นๆ ในอุษาคเนย์) ศาสนาไม่มีบทบาทในการสื่อความเป็นสมัยใหม่เท่ากับรัฐและทุน ในที่สุดศาสนาในไทยก็ตกอยู่ในอุปถัมภ์ของรัฐ หรือเครื่องมือของรัฐ

         องค์กรสงฆ์ไทยซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ก็มีขึ้นสมัย ร.5 “ไม่มีองค์กรศาสนาในชาติอุษาคเนย์ใดที่จะตกอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างรัดกุมของรัฐยิ่งไปกว่าไทย”

         แต่โลกไม่เหมือนเดิม อ. นิธิ บอกไว้ตอนท้ายว่าการจัดองค์กรคณะสงฆ์เพื่อให้รัฐสามารถกำกับควบคุมได้นั้น พอจะมองเห็นแล้วว่าจะไม่มีทางบรรลุวัตถุประสงค์อีกแล้ว

         เพราะพระภิกษุสามารถติดต่อสื่อสารกับสังคมในรูปแบบอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้น เกินกว่าที่รัฐหรือคณะสงฆ์จะดูแลได้ทั่วถึง

         นิกายหรือสำนักอาจารย์ที่จะเกิดใหม่ในอนาคต ก็อาจไม่ได้มีลักษณะเหมือนเดิมอีกแล้ว เช่น เป็นสำนักอาจารย์บนไซเบอร์ เป็นต้น