มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2559

 

กรุงเทพฯ มิวเซียม ไม่มีใน กทม.

 

           กรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย ไม่มีกรุงเทพฯ มิวเซียม จัดแสดงประวัติศาสตร์สังคม บอกความเป็นมาหัวนอนปลายตีน กิน ขี้ ปี้ นอน ของผู้คนร้อยพ่อพันแม่ และความเป็นเมืองแม่น้ำลำคลอง ร้อยซ่องพันซอย

           เมืองหลวงในโลกที่มีประชากรเป็นสิบล้านคน (ทั้งในและนอกทะเบียนบ้าน) มักมีมิวเซียมประวัติศาสตร์สังคม บอกพัฒนาการความเป็นมาของเมืองหลวงนั้นๆ นอกจากเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้นอกระบบแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีคุณค่าและมูลค่ามหาศาลอยู่ด้วย

           กทม. มีทั้งทุน, ทรัพยากร, และพื้นที่หรืออาคารเก่า ที่จะสร้างสรรค์กรุงเทพฯ มิวเซียม ได้มาตรฐานสากล แต่ไม่ทำ

           กลับทำสิ่งยังไม่ควรทำ คือ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ประจำเขต ทั่ว กทม. โดยฝากไว้ตามอาคารสถานที่ต่างๆ ทั้ง วัด, โรงเรียน, บ้านเอกชน, และของเขตเองบางเขต ฯลฯ

           วิธีทำง่ายๆ แต่ลงทุนไม่ง่าย (เพราะใช้งบฯ มาก แล้วเงินทอนไม่น้อย)

           เสร็จแล้วเชิญผู้ว่า กทม. (พรรคประชาธิปัตย์ มาจากเลือกตั้ง) ทำพิธีเปิดอย่างโอ่อ่าตอนเช้า โดยหัวคะแนนเกณฑ์คนมากมายในชุมชนไปประดับบารมี

           พอตกเย็นคนงาน กทม. ก็ทำพิธีปิดคนเดียวแบบเงียบๆ เหงาๆ บางแห่งปิดตายตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ยังไม่เคยเปิดอีกเลย

           หลายแห่งต้องยกให้วัดและโรงเรียนดูแลต่อไปตามยถากรรม จะมีเหลือในความดูแลของ กทม. บ้างหรือไม่? อีกกี่แห่งไม่รู้? ไม่เคยดู จึงไม่เคยเห็น

           กรุงเทพฯ มิวเซียมซึ่งเป็นแกนหลัก แต่ กทม. ไม่ทำ กลับไปทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นไว้ทั่วทุกเขต

           ถ้าเปรียบกับคน เสมือนสร้างอวัยวะทุกส่วนเฉพาะภายนอก เช่น แขน, ขา, มือ, ตีน ฯลฯ โดยไม่สร้างลำตัวและหัวใจ เลยไม่มีชีวิตและจิตวิญญาณ

           มหาวิทยาลัยไทยบางแห่ง มีการเรียนการสอนทางประวัติศาสตร์โบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ แต่ผลิตได้ “ย่าโสมปู่โสมเฝ้าทรัพย์” เก็บของเก่า หวงของเก่า โดยไม่ผลิตคิวเร   เตอร์บริหารจัดการมิวเซียมทางสากล