มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2559

 

รื้อสร้าง

ศิลปวัฒนธรรมของไทย

 

            ต้องลงมือ “รื้อสร้าง” ศิลปวัฒนธรรมของไทย ถ้าต้องการผลักดันเพื่อพัฒนาให้สังคมไทยเข้มแข็ง ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ

            “รื้อสร้าง” หมายถึง “รื้อ” ความรู้เก่าที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างยิ่ง แล้ว “สร้าง” ความรู้ใหม่ที่มีหลักฐานรองรับสนับสนุนหนักแน่นและตรวจสอบได้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดี

            รัฐราชการไทยสถาปนาความรู้ครอบงำสังคมไทย ว่าศิลปวัฒนธรรมของไทยคือนาฏศิลป์ไทยและดนตรีไทยไม่เหมือนใครในพิภพ จึงสวยงามล้ำเลิศและไพเราะที่สุดในโลก

            นั่นล้วนเป็นสิ่งสร้างอย่างมโนมีนิมิตคิดเอาเองพวกเดียว เพราะในความเป็นจริงมีหลักฐานรองรับทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ว่านาฏศิลป์และดนตรีเป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์ (มีนาฏศิลป์และดนตรีของไทยอยู่ด้วย) ล้วนมีพัฒนาการร่วมกันมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ไม่ใช่ของไทยพวกเดียว

            นาฏศิลป์และดนตรีของอุษาคเนย์ ซึ่งรวมไทยด้วย ล้วนมี 2 ส่วนปะปนอยู่ด้วยกัน ได้แก่ ส่วนพื้นเมืองดั้งเดิม กับส่วนรับจากอินเดีย ไม่ใช่รับจากอินเดียทั้งดุ้นทั้งหมดตามตำราของทางการ

            โขนละคร ไม่ใช่คำไทย แต่มีกำเนิดจากคำชวา-มลายู ผ่านภาษาเขมร แต่ในด้านการละเล่นพบหลักฐานเก่าสุดในกัมพูชา ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1500 (ก่อนมีคนไทย)

            โนรา เป็นละครชาวบ้านยุคอยุธยา (สมัยหลังๆ เรียก ละครนอก) แต่ตกค้างเหลือเค้าเก่าแก่อยู่ภาคใต้ บางทีเรียกโนราชาตรี

            ถ้า “รื้อสร้าง” ได้จริงทุกเรื่อง ศิลปวัฒนธรรมก็มีช่องทางพัฒนาสังคมไทยเข้มแข็งตามปรารถนาของ วธ.

            หากทำไม่ได้ ก็ฟูมฟายโหยหาความเป็นไทยกันต่อไปจนนิรันดร์}