มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม 2559

 

ความรู้ถอยหลังของไทย

           ความเป็นไทย เป็นสิ่งสร้างขึ้นใหม่จากวัฒนธรรมของคนชั้นสูงในรัฐจารีตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลางเท่านั้น (ไม่มีลุ่มน้ำอื่น)

           ทั้งนี้ เป็นไปตามต้องการของคนชั้นนำในศตวรรษที่แล้ว จนเป็นมรดกตกทอดถึงคนชั้นนำอำนาจนิยมปัจจุบันทุกวันนี้

           วัฒนธรรมไทย หรือความเป็นไทย ที่คนชั้นนำสถาปนาให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีหลายอย่าง ได้แก่ ภาษาไทย, วรรณคดีไทย, ประวัติศาสตร์ไทย, นาฏศิลป์ไทย, ดนตรีไทย, ประเพณีไทย ฯลฯ

           เมื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงถูกกำกับด้วยข้อห้ามต่างๆ อย่างเปลี่ยนแปลงมิได้ คือ ห้ามสงสัย ห้ามถาม ห้ามเถียง เท่ากับแช่แข็งความรู้เกี่ยวกับความเป็นไทย หรือวัฒนธรรมไทย แม้จะมีหลักฐานพบใหม่ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีว่าไม่เป็นอย่างที่ถูกสถาปนา ก็ไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลง

           การเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่โรงเรียนถึงมหาวิทยาลัย จึงเท่ากับท่องจำสิ่งที่รู้กันอยู่แล้ว แม้ผิด หรือพ้นสมัยไปแล้ว ก็ต้องท่องจำตามกฎกติกาที่สถาปนาไว้โดยคนชั้นนำอำนาจนิยม

           โลกไม่เหมือนเดิม แต่ระบบการศึกษาไทยยังย้อนยุคเหมือนเดิม ก็อย่าพึงคิดว่าไทยจะรู้เท่าทันโลก เอาแค่เท่าทันอาเซียนก็ไม่ได้แล้ว

           สุนทรภู่ ถ้าเกิดและเติบโตอยู่บ้านกร่ำ เมืองแกลง (ตามตำราที่ทางการสถาปนาไว้) คงไม่มีโอกาสเรียนหนังสือ และไม่ได้อ่านสมุดข่อยในหอหลวงจนมีประสบการณ์แต่งกลอนได้เป็นมหากวีกระฎุมพี

           แต่สุนทรภู่น่าจะเป็นนักรบขุนศึกในสังกัดขุนรามกับหมื่นซ่อง ที่พระเจ้าตากพยายามปราบปราม แต่ไม่สำเร็จ จึงยังมีอิทธิพลนอกระบบอยู่บ้านกร่ำ เมืองแกลง}