มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2559

 

ราษฎรสามัญ กับปฏิวัติ 2475

          ขุนนางโบราณไม่จำเป็นต้องอ่านออกเขียนได้ เพราะมีเสมียนทำหน้าที่เขียนให้

          ผมเพิ่งรู้ตอนนี้เองเมื่ออ่านหนังสือราษฎรสามัญ หลังวันปฏิวัติ 2475 ของ ศราวุฒิ วิสาพรม (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2559 หน้า 214) โดยอ้างถึง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งว่า

          “…ในเวลานั้น ข้าราชการที่ไม่เป็นหนังสือมีอยู่มาก เพราะแต่ก่อนการเขียนหนังสือไม่ใช่ของจำเป็นสำหรับขุนนาง มีอะไรก็บอกด้วยปากให้เสมียนเขียนก็ได้ มาจนในรัชกาลที่ 5 ขุนนางต้องเป็นหนังสือและต้องส่งลูกเข้าโรงเรียนจึงจะมีความเจริญได้…”

          ขุนนาง “ไม่เป็นหนังสือ” เหล่านั้นอาศัยชาติกำเนิดในตระกูลขุนนาง แม้ไม่รู้หนังสือก็มีอำนาจวาสนาสูงส่งได้

          หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 พื้นที่ทางการเมืองเปิดกว้างขึ้น ความสำคัญของชาติวุฒิยังมีอยู่ แต่ลดลงกว่าแต่ก่อน ส่วนหลักคุณวุฒิทางการศึกษามีกว้างขึ้น เปิดช่องให้ราษฎรสามัญเงยหน้าอ้าปาก มีโอกาสอ่านเขียนเรียนหนังสือ แล้วมีโอกาสรับราชการมีอนาคตก้าวหน้า เช่น เป็นนายแพทย์ ฯลฯ

          ศราวุฒิ บอกไว้ในเล่มนี้ว่าราษฎรต่างมีส่วนร่วมกับกระบวนการปฏิวัติ พ.ศ. 2475 ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังปฏิวัติ

          ก่อนปฏิวัติ ในฐานะพลังทางสังคม มีการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมความคิด ที่ลดทอนความชอบธรรมของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์

          วันปฏิวัติ ในฐานะฝูงชนที่มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์ประชาธิปไตย

          หลังปฏิวัติ ความเปลี่ยนแปลงอย่างไพศาลทางเศรษฐกิจการเมืองและวัฒนธรรม ล้วนส่งผลกระทบต่อราษฎร จึงมีการแสดงออกลักษณะเจริญก้าวหน้าเป็นอารยประเทศอย่างกระตือรือร้นต่อรัฐในระบอบใหม่อย่างหลากหลาย ทั้งตอบรับ ขัดขืน และต่อต้าน

          พวกกล่าวหาคณะราษฎรว่า “ชิงสุกก่อนห่าม” ควรอ่านเล่มนี้อย่างละเอียด แล้วจะรู้ว่าในสยามห่ามและสุกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ถูกอำนาจอื่นกดทับไว้จนเกือบเน่า ส่วนคณะราษฎรมาช่วยไว้ไม่ให้เน่าต่างหาก} else {